กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะวิธีสังเกตเห็ดพิษเบื้องต้น

โดย : ฝ่ายประชาสัมพันธ์
2,627
22 พฤษภาคม 2568

นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า ในช่วงหน้าฝนนี้ ศูนย์พิษวิทยา และฝ่ายศึกษาสายพันธุ์เชื้อราก่อโรค สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้รับตัวอย่างเพื่อตรวจวิเคราะห์ชนิดของเห็ด ซึ่งเป็นเห็ดที่มีผู้ป่วยรับประทานแล้วเข้าโรงพยาบาล โดยมีเห็ดพิษที่ส่งตรวจยืนยันในช่วงหน้าฝนนี้ ได้แก่ เห็ดระโงกหินหรือเห็ดระงากขาว เห็ดระงากหมวกดำ เห็ดถ่านเลือด เห็ดหมวกจีน เห็ดคันร่มพิษ เห็ดหัวกรวดครีบเขียว ซึ่งเห็ดพิษบางชนิดจะมีลักษณะคล้ายกับเห็ดที่รับประทานได้ ดังนั้นกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จึงมีวิธีคัดแยกเบื้องต้นในการจำแนกเห็ดพิษกับเห็ดไม่มีพิษ ดังนี้

 



เห็ดระโงกหินหรือเห็ดระงากขาวและเห็ดระงากหมวกสีดำ สร้างพิษกลุ่ม Amatoxins เมื่อรับประทานเห็ดพิษกลุ่มนี้ผู้ป่วยจะเกิดอาการภายใน 6-24 ชั่วโมง มีอาการท้องร่วง เป็นตะคริวที่ท้อง คลื่นไส้ อาเจียนแสดงอาการประมาณ 1 วัน หลังจากนั้นมีอาการตับและไตวายและอาจเสียชีวิต วิธีการคัดแยก เห็ดระโงกหิน หรือ เห็ดระงากขาวและเห็ดระงากหมวกสีดำ มีพิษ ผิวหมวกเห็ดบริเวณขอบหมวกไม่มีริ้วคล้ายซี่หวี และก้านตันตลอดแนวเมื่อผ่าก้านเห็ด เห็ดระโงกขาวที่รับประทานได้ ผิวหมวกเห็ดสีขาวครีม สีเหลือง ผิวเรียบมันวาว ขอบหมวกมีริ้วคล้ายซี่หวีและก้านกลวงตลอดแนวเมื่อผ่าก้านเห็ด ในกรณีของเห็ดระโงกไส้เดือนหรือเห็ด
ขี้ไก่เดือน ผิวหมวกเห็ดสีน้ำตาลเข้มกลางหมวกแล้วค่อยๆจางลงมาที่ขอบ ผิวเรียบ ขอบหมวกมีริ้วคล้ายซี่หวีและก้านกลวงตลอดแนวเมื่อผ่าก้านเห็ด

 

เห็ดถ่านเลือด จะเกิดอาการภายใน 2 ชั่วโมง มีอาการระคายเคืองระบบทางเดินอาหาร ต่อมาหลังจาก 
6 ชั่วโมง มีอาการเจ็บกล้ามเนื้อ ตับและไตวายและอาจเสียชีวิต วิธีการคัดแยก เห็ดถ่านเลือดมีพิษ หมวกเห็ดทรงกรวยขนาดใหญ่ สีน้ำตาลเข้มถึงสีดำ ครีบห่างสีเหลืองอมน้ำตาล และมีน้ำยางสีแดงเมื่อผ่าดอกเห็ด เห็ดถ่านเล็กที่รับประทานได้ หมวกเห็ดรูปทรงชามคว่ำขนาดเล็ก สีขาวอมเทาถึงดำ ครีบถี่สีขาว และไม่พบน้ำยางสีแดงเมื่อผ่าดอกเห็ด

 

เห็ดหมวกจีน สร้างสารพิษมัสคารีน และเห็ดคันร่มพิษ มีลักษณะคล้ายเห็ดโคนหรือเห็ดปลวกที่กินได้หลายชนิด และเห็ดหมวกจีนมีพิษบางชนิดมักขึ้นใกล้กับจอมปลวกเหมือนกับเห็ดโคนทำให้ชาวบ้านเข้าใจผิดว่าเป็นเห็ดโคนกินได้และเกิดเหตุการณ์บ่อยครั้ง เมื่อรับประทานเห็ดพิษกลุ่มนี้ผู้ป่วยจะเกิดอาการภายใน 30 นาที-2 ชั่วโมง มีอาการเหงื่อออกมาก น้ำตาไหล น้ำลายไหล ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงชีพจรเต้นช้า และอาจทำให้เสียชีวิตได้ภายในครึ่งชั่วโมง ส่วนเห็ดคันร่มพิษสร้างสารพิษ ทำให้เกิดอาการระคายเคืองระบบทางเดินอาหาร คลื่นไส้ อาเจียน และอาจเกิดสภาวะหายใจลำบาก วิธีการคัดแยก เห็ดหมวกจีน ผิวหมวกเห็ดหยาบ กลางหมวกเห็ดเป็นปุ่มนูน ขอบหมวกฉีกเมื่อบานครีบมีสีเหลืองอมน้ำตาล และสีชมพูอมน้ำตาล เห็ดคันร่มพิษ ผิวเรียบ กลางหมวกเห็ดเป็นปุ่มนูน ครีบมีสีชมพูอมน้ำตาล

 

เห็ดหัวกรวดครีบเขียว เมื่อรับประทานเห็ดพิษกลุ่มนี้ผู้ป่วยจะเกิดอาการภายใน 15 นาที- 4 ชั่วโมง ทำให้ระคายเคืองระบบทางเดินอาหาร คลื่นไส้ อาเจียน เป็นตะคริวที่ท้อง และท้องเสีย วิธีการคัดแยก เห็ดหัวกรวดครีบเขียว หมวกเห็ดทรงชามคว่ำ บริเวณกลางหมวกมีเกล็ดขนาดใหญ่ ครีบมีสีขาวแล้วเปลี่ยนเป็นสีเขียวปนเทาเมื่อแก่ และก้านมีวงแหวนขอบสองชั้น 

 

เห็ดก้อนฝุ่น หรือเห็ดไข่หงส์ (Scleroderma) ห้ามรับประทาน เมื่อรับประทานเห็ดพิษกลุ่มนี้จะเกิดอาการระคายเคืองระบบทางเดินอาหารภายใน  1 ถึง  3 ชั่วโมง โดยมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย นอกจากนี้ยังสามารถก่อให้เกิดอาการมึนงง ตามัว และสภาวะหายใจลำบาก วิธีการคัดแยก เห็ดก้อนฝุ่น พบลักษณะคล้ายรากหรือก้านดอก ผิวไม่เรียบคล้ายมีเกล็ดปกคลุม และเมื่อผ่าดอกเห็ดอาจพบการเปลี่ยนสี  ส่วนเห็ดเผาะหรือเห็ดถอบ ที่รับประทานได้ ลักษณะของเห็ดเผาะหนัง จะมีผิวเรียบ ดอกเห็ดหนาและแข็ง ส่วนเห็ดเผาะฝ้าย ผิวเรียบมีเส้นใยที่เป็นขุยสีขาวปกคลุม ดอกอ่อนนุ่ม โดยทั้ง 2 ชนิดต้องไม่พบลักษณะคล้ายรากหรือก้านดอก 

 


 

การป้องกันการกินเห็ดพิษ สามารถทำได้ ดังนี้
1. ควรรับประทานเห็ดที่รู้จักและต้องมั่นใจจริงๆว่าเป็นเห็ดที่รับประทานได้
2. ควรปรุงเห็ดให้สุกก่อนรับประทาน โดยเฉพาะเห็ดระโงกในระยะไข่
3. ผู้ที่มีอาการภูมิแพ้เกี่ยวกับเห็ดให้หลีกเลี่ยงการรับประทานเห็ด
4. อย่ารับประทานเห็ดพร้อมกับดื่มสุราเพราะเห็ดบางชนิดจะปรากฎอาการพิษเมื่อดื่มแอลกอฮอล์ 
5. เมื่อเกิดอาการพิษจากการรับประทานเห็ดควรรีบไปพบแพทย์ทันที
“สำหรับการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ทำได้โดยให้รับประทานผงถ่าน (activated charcoal) โดยบดละเอียด 2 ถึง 3 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 1 แก้ว ผสมกับน้ำให้ข้นเหลว เพื่อดูดสารพิษของเห็ดในทางเดินอาหาร และรีบนำผู้ป่วยไปหาหมอหรือส่งโรงพยาบาล พร้อมกับนำเห็ดที่เหลือจากกินไปด้วย เพื่อให้แพทย์ใช้ประกอบการวินิจฉัย รักษาตามอาการ โดยสามารถส่งตรวจสอบชนิดของเห็ดพิษทางห้องปฏิบัติการศูนย์พิษวิทยา สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โทร. 0 2951 0000 ต่อ 99716 และศูนย์ประสานงานการตรวจวิเคราะห์และเฝ้าระวังโรคทางห้องปฏิบัติการ โทร. 0 2951 1485

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202630031774836912833506565-7577.jpg
การสัมมนาฟื้นฟูและแลกเปลี่ยนเรียนรู้การประกันคุณภาพห้องปฏิบัติการด้วยการทดสอบความชำนาญ ครั้งที่ 3 ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นประธานเปิดการสัมมนา ฟื้นฟูและแลกเปลี่ยนเรียนรู้การประกันคุณภาพห้องปฏิบัติการด้วยการทดสอบความชำนาญ ครั้งที่ 3 ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือกล่าวรายงานโดย นพ.วัชรพงษ์ คำหล้า รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยมี พร้อมด้วย ดร.ฐิติวัสส์ สุวคนธ์ ผู้อำนวยการกองทดสอบความชำนาญ ผู้บริหารศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ วิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยมหิดล กรมควบคุมโรค กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และผู้เข้าร่วมสัมมนาจากห้องปฏิบัติการโรงพยาบาลภาครัฐ และภาคเอกชนที่เป็นสมาชิกการทดสอบความชำนาญของกองทดสอบความชำนาญเข้าร่วมสัมมนา ณ โรงแรมเซ็นทารา จังหวัดอุบลราชธานี

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202626031774497033497042958-7547.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สร้างเสริมเครือข่ายยกระดับคุณภาพห้องปฏิบัติการรังสีวินิจฉัย เขตบริการสุขภาพที่ 13 กรุงเทพมหานคร

การจัดอบรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาส่งเสริมและสนับสนุนระบบคุณภาพและความปลอดภัยของห้องปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการแก่ประชาชนในด้านการวินิจฉัยทางรังสี ตลอดจนสร้างเครือข่ายห้องปฏิบัติการรังสีวินิจฉัย สร้างความร่วมมือการดำเนินงาน และจัดทำระบบคุณภาพมาตรฐานห้องปฏิบัติการรังสีวินิจฉัย โดยมีบุคลากรจากห้องปฏิบัติการรังสีวินิจฉัยของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ในเขตสุขภาพที่ 13 กรุงเทพมหานคร และบุคลากรจากสำนักรังสีและเครื่องมือแพทย์เข้าร่วมอบรม ณ โรงแรมอมารีแอร์พอร์ต ดอนเมือง กรุงเทพมหานคร

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202625031774442468565477823-7545.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับ 14 ประเทศสมาชิกเครือข่ายห้องปฏิบัติการสาธารณสุขระดับภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก (RPHL Network) จัดประชุมใหญ่ประจำปี เสริมสร้างความร่วมมือและพัฒนาขีดความสามารถด้านระบบห้องปฏิบัติการสาธารณสุข เพื่อตอบสนองภัยคุกคามด้านสุขภาพในระดับภูมิภาคและระดับโลก

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับ 14 ประเทศสมาชิกเครือข่ายห้องปฏิบัติการสาธารณสุขระดับภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก (RPHL Network) จัดประชุมใหญ่ประจำปี เสริมสร้างความร่วมมือและพัฒนาขีดความสามารถด้านระบบห้องปฏิบัติการสาธารณสุข เพื่อตอบสนองภัยคุกคามด้านสุขภาพในระดับภูมิภาคและระดับโลก

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์