กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เผยผลเฝ้าระวัง “เนื้อสัตว์แปรรูป” พบไนเทรต–ไนไทรต์บางผลิตภัณฑ์ ในระดับสูงเกือบ50 เท่า แนะประชาชนบริโภคอย่างพอเหมาะ ลดความเสี่ยงสะสมสารก่อมะเร็งในระยะยาว

โดย : ฝ่ายประชาสัมพันธ์
1,626
21 พฤษภาคม 2569

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยผลการเฝ้าระวังความปลอดภัยผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แปรรูปยอดนิยมในช่วง 3 ปี ระหว่าง พ.ศ. 2567-2569 พบการปนเปื้อน “ไนเทรตและไนไทรต์” หรือเกลือถนอมอาหารในหลายผลิตภัณฑ์ โดยบางตัวอย่างตรวจพบเกินค่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนด เสี่ยงสะสมในร่างกายและเปลี่ยนเป็นสารก่อมะเร็งได้ โดยเฉพาะอาหารยอดนิยมของเด็กและอาหารพื้นบ้านที่วางจำหน่ายทั่วไป พร้อมเตือนผู้ประกอบการควบคุมการใช้วัตถุเจือปนอาหารอย่างเคร่งครัด ขณะที่ประชาชนควรเลือกรับประทานอาหารให้หลากหลาย ลดการบริโภคอาหารแปรรูปซ้ำๆ และหลีกเลี่ยงการปรุงด้วยความร้อนสูงจนไหม้เกรียม
ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า ในอุตสาหกรรมอาหารมีการใช้ “เกลือถนอมอาหาร” ได้แก่ โซเดียมและโพแทสเซียมไนเทรต (Nitrate) หรือไนไทรต์ (Nitrite)ใช้ในผลิตภัณฑ์แปรรูปเนื้อสัตว์ เช่น กุนเชียง ไส้กรอก แหนม และหมูยอ เพื่อช่วยคงสีชมพูแดงของเนื้อสัตว์และยับยั้งการเจริญของเชื้อแบคทีเรียอันตราย เช่นClostridium botulinumอย่างไรก็ตาม หากได้รับในปริมาณสูง อาจทำให้ร่างกายขาดออกซิเจน มีอาการตัวเขียวคล้ำ หายใจหอบ เวียนศีรษะ 
หัวใจเต้นผิดปกติ และอาจรุนแรงถึงเสียชีวิตได้นอกจากนี้ หากนำอาหารที่มีไนเทรตหรือไนไทรต์ไปผ่านความร้อนสูง เช่น ปิ้ง ย่าง หรือทอดจนไหม้เกรียม สารดังกล่าวอาจทำปฏิกิริยากับโปรตีนเกิดเป็น “ไนโตรซามีน” (Nitrosamine) ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง ทั้งนี้ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 468) พ.ศ. 2568 กำหนดให้ใช้ไนเทรตได้ไม่เกิน 200 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม และไนไทรต์ไม่เกิน 80 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม

          อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แปรรูปในช่วงปี 2567-2569 พบว่ากลุ่มไส้กรอก โบโลน่า และแฮมมีอัตราการตรวจพบไนเทรตและไนไทรต์สูงที่สุด โดยพบไนเทรตถึงร้อยละ 61 และไนไทรต์
ร้อยละ 55 แต่ส่วนใหญ่จะยังอยู่ในเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ส่วนกลุ่มแหนม หมูยอ ไส้กรอกอีสาน และกุนเชียง แม้จะมีสัดส่วนการตรวจพบไนเทรตเพียงร้อยละ 38 และไนไทรต์ร้อยละ 12 แต่กลับเป็นกลุ่มที่พบการตกค้างเกินค่ามาตรฐานถึง 4 ตัวอย่าง 
(ไนเทรต 1 ตัวอย่าง และไนไทรต์3 ตัวอย่าง) ซึ่งส่วนใหญ่มักผลิตโดยผู้ประกอบการรายย่อยที่ขาดการควบคุมสูตรการผลิตที่แม่นยำ

          ทั้งนี้ ล่าสุดพบประเด็นที่น่ากังวลจากการตรวจสอบ “เมนูเนื้อสัตว์ปรุงสำเร็จพร้อมบริโภค” ซึ่งตรวจพบปริมาณไนไทรต์สูงถึง 3,880 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม สูงกว่าค่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนดเกือบ 50 เท่า โดยมีรายงานผู้บริโภคเกิดอาการผิดปกติหลังรับประทาน อาทิ หน้ามืด วิงเวียน มือชา กล้ามเนื้อกระตุก และบางรายถึงขั้นหมดสติ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จึงขอแนะนำประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวังในการเลือกบริโภคเนื้อสัตว์แปรรูป โดยหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีสีชมพูหรือสีแดงเข้มผิดปกติ ลดการรับประทานซ้ำบ่อยครั้ง และควรเลือกรับประทานอาหารให้หลากหลาย เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการสะสมของสารก่อมะเร็งในระยะยาว พร้อมกันนี้ ขอความร่วมมือผู้ประกอบการทุกภาคส่วนให้ใช้วัตถุเจือปนอาหารตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างความปลอดภัยแก่ผู้บริโภคทุกกลุ่ม โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน

******21 พฤษภาคม 2569******

 

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-283599668.jpg
จากห้องแล็บสู่ดอยสูง! กรมวิทย์ฯ ลุย ‘น่าน’ หนุนโมเดลต้นแบบพระราชดำริ ดันสมุนไพร-กาแฟไทยสู่สากล

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้รับเชิญจากสำนักงานองคมนตรี โดยพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี ประธานคณะกรรมการโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนตามพระราชดำริ เข้าร่วมการพัฒนาบ้านน้ำรีพัฒนา ตำบลขุนน่าน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน ซึ่งเป็นพื้นที่แห่งแรกที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ดำเนินโครงการฯ เพื่อช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่เขตชนบท ส่งเสริมคุณภาพชีวิต พัฒนาอัตลักษณ์ และอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น อันจะนำไปสู่การแก้ไขและพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202624071784896248755547611-8151.JPG
กรมวิทย์ฯ ร่วมกับมูลนิธิธาลัสซีเมียฯ ปิดประชุมวิชาการครั้งที่ 27 เดินหน้าประเทศไทยสู่เป้าหมาย “ปลอดโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงในประชากรรุ่นใหม่” ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับมูลนิธิโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียแห่งประเทศไทย และภาคีเครือข่าย ปิดฉากการประชุมสัมมนาวิชาการธาลัสซีเมียแห่งชาติ ครั้งที่ 27 ประจำปี 2569 พร้อมมอบรางวัลผลงานวิจัยและผลงานวิชาการดีเด่น ตอกย้ำความร่วมมือทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย “ปลอดโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงในประชากรรุ่นใหม่” ด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมห้องปฏิบัติการขั้นสูง

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-356276721.jpg
เด็กไทยเกิดใหม่ทุกคน รู้ผลธาลัสซีเมีย ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง รู้เร็ว รักษาเร็ว ลดความรุนแรง มุ่งสู่คนไทยรุ่นใหม่ปลอดโรคธาลัสซีเมีย

กระทรวงสาธารณสุข โดย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มูลนิธิโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียแห่งประเทศไทย และ ภาคีเครือข่าย ร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ “ประชากรรุ่นใหม่ปลอดโรคธาลัสซีเมีย” โดยมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีห้องปฏิบัติการขั้นสูง ตรวจวินิจฉัยโรคให้มีความแม่นยำสูงสุด สามารถระบุพาหะและตัวแปรพันธุกรรมที่ซับซ้อนเพื่อการรักษาได้อย่างตรงจุดแม่นยำนำเข้าสู่ระบบบริการและผลักดันให้เป็นสิทธิประโยชน์เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงได้ พร้อมเร่งยกระดับห้องปฏิบัติการเครือข่ายทั่วประเทศให้มีคุณภาพมาตรฐานและจัดทำฐานข้อมูลระดับประเทศ เพื่อใช้สนับสนุนการวางนโยบายเพื่อการป้องกันและควบคุมโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-361965682.jpg
กรมวิทย์ฯ จับมือ กทม. ยกระดับอสส.เมืองกรุง ใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น เสริมเกราะคุ้มครองผู้บริโภคนชุมชน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร ติวเข้มอาสาสมัครสาธารณสุขวิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชน (อสส.) และพี่เลี้ยงกว่า 200 ชีวิต ด้วยแนวคิด “บันได 3 ขั้น” ตั้งแต่การเรียนรู้ผ่านระบบดิจิทัล การฝึกใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น ไปจนถึงการลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริง โดยมีพยาบาลวิชาชีพและเภสัชกรคอยเป็นพี่เลี้ยงดูแลอย่างใกล้ชิด มุ่งสร้างอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อร่วมกันเป็นพลังสำคัญของเครือข่ายเฝ้าระวัง แจ้งเตือนภัย และส่งต่อความรู้ด้านสุขภาพในชุมชน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-594091221.jpg
กรมวิทย์ฯ ผนึก สกร. ปั้น “ครูนักวิทย์” 77 จังหวัด ส่งเสริมความรอบรู้วิทยาศาสตร์การแพทย์ สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังความปลอดภัยอาหารและสุขภาพในชุมชน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จับมือ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) กระทรวงศึกษาธิการ เดินหน้าพัฒนา “ครูนักวิทย์” รุ่นแรก 154 คน จาก 77 จังหวัด เสริมทักษะด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และการใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เยาวชนและประชาชน สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านอาหาร ผลิตภัณฑ์สุขภาพ สิ่งแวดล้อม และน้ำบริโภคในระดับชุมชน มุ่งยกระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพ ลดความเสี่ยง และสร้างสังคมที่ปลอดภัยด้วยหลักฐานเชิงวิทยาศาสตร์

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202609071783584009677387105-8075.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมมือ JICA ชูเทคโนโลยีถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม (WGS) ยกระดับระบบเฝ้าระวังวัณโรคเชิงรุก มุ่งยุติวัณโรคของไทย

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายยุติวัณโรคของประเทศไทย ด้วยการนำเทคโนโลยีจีโนมิกส์และการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม (Whole Genome Sequencing: WGS) เสริมศักยภาพระบบเฝ้าระวังและสอบสวนโรค เปลี่ยนจากการรอรับผู้ป่วยในโรงพยาบาลสู่การค้นหาเชิงรุก พร้อมยกระดับสู่ "ระบบข่าวกรองสาธารณสุขเชิงรุกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลจีโนม" เพื่อหยุดการแพร่ระบาดของวัณโรคและวัณโรคดื้อยาอย่างมีประสิทธิภาพ

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์