กรมวิทย์ฯ ย้ำความพร้อมตรวจอีโบลา เดินหน้าฟื้นฟูห้องปฏิบัติการ DRA เสริมศักยภาพ โรงพยาบาลทั่วประเทศ

โดย : ฝ่ายประชาสัมพันธ์
1,201
28 พฤษภาคม 2569




วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นประธานเปิดการประชุม “พัฒนาศักยภาพห้องปฏิบัติการของประเทศ National LAB Network (NLN) : โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา : LAB ตรวจวินิจฉัย และ DRA” โดยมี นพ.พิเชฐ บัญญัติ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมด้วย ดร.นพ.สุรเดชช ชวะเดช รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ดร.พิไลลักษณ์ อัคคไพบูลย์ โอกาดะ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการจากโรงพยาบาลภาครัฐและภาคเอกชน ร่วมประชุมออนไลน์กว่า 800 คน

 

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา สายพันธุ์ Bundibugyo ในทวีปแอฟริกา หลายประเทศได้ยกระดับมาตรการเฝ้าระวัง การกักกัน คัดกรอง วินิจฉัย และรักษาโรคอีโบลาอย่างเข้มข้น ขณะที่ประเทศไทย นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้สั่งการให้คณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อฯ และหน่วยงานสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เตรียมความพร้อมด้านห้องปฏิบัติการตามมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด
อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า ปัจจุบัน ประเทศไทยมีห้องปฏิบัติการ BSL-3 ที่รองรับการตรวจหาเชื้อไวรัสอีโบลา ได้แก่ ศูนย์โรคอุบัติใหม่ด้านคลินิก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งสามารถรองรับการตรวจได้รวมประมาณ 300 ตัวอย่างต่อวัน และพร้อมขยายศักยภาพการตรวจหากเกิดสถานการณ์ระบาด
สำหรับพื้นที่ต่างจังหวัดที่ไม่มีห้องปฏิบัติการ BSL-3 ต้องมีแนวปฏิบัติในการรับตัวอย่างกลุ่มผู้ป่วยสงสัย ดังนั้น กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จึงได้ร่วมกับโรงพยาบาลเครือข่ายทั่วประเทศ ฟื้นฟูศักยภาพห้องปฏิบัติการ DRA (Designated Receiving Area) โดยห้อง DRA เป็นห้องปฏิบัติการที่จัดตั้งขึ้นโดยเฉพาะ แยกจากห้องปฏิบัติการประจำ มีมาตรฐานความปลอดภัยสูงกว่าห้องปฏิบัติการที่ตรวจโรคทั่วไปในโรงพยาบาล เสริมศักยภาพในการรับตัวอย่างผู้ป่วยสงสัยติดเชื้อไวรัสอีโบลา มีตู้ชีวนิรภัยระดับ 2 สำหรับใช้ในกระบวนการเตรียมตัวอย่าง มีเครื่องมือตรวจเฉพาะรายการทดสอบที่จำเป็น เช่น ตรวจความสมบูรณ์ของเลือด ตรวจเกลือแร่ ตรวจการทำงานของไต และตับ นอกจากนี้ยังมีเครื่องนึ่งทำลายเชื้อด้วยความดันสูงกำจัดตัวอย่างและขยะติดเชื้อก่อนนำออกจากห้องปฏิบัติการ เพื่อไม่ให้เชื้อแพร่กระจายสู่สิ่งแวดล้อม ซึ่งมีจำนวน 32 แห่งทั่วประเทศ

 

การประชุมครั้งนี้ ได้เสริมความรู้เกี่ยวกับแนวทางการตรวจวินิจฉัยเชื้อไวรัสอีโบลาด้วยเทคนิค Real-time RT-PCR ซึ่งเป็นการตรวจทางห้องปฏิบัติการ EVD (Ebola Virus Disease)  ต้องมีความปลอดภัยทางชีวภาพในระดับสูง และการตรวจชนิด Non-EVD หรือการตรวจเฉพาะรายการทดสอบที่จำเป็นในห้อง DRA เพื่อวินิจฉัยแยกโรค นอกจากนี้ ยังเสริมความรู้เกี่ยวกับการเก็บตัวอย่าง การบรรจุและขนส่งสิ่งส่งตรวจอย่างปลอดภัย รวมถึงความรู้เกี่ยวกับพระราชบัญญัติเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ พ.ศ. 2558 ให้แก่เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการทั่วประเทศ
“กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ขอเน้นย้ำว่า การตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการและการดำเนินงานทุกขั้นตอน ยังคงยึดหลักความปลอดภัยสูงสุดและมาตรฐานวิชาการ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนและเสริมความพร้อมของประเทศในการรับมือโรคอุบัติใหม่” ดร.นพ.สราวุฒิ กล่าว

******28 พฤษภาคม 2569******

 

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202604111793775785162321256-8341.jpg
INFOGRAPHIC : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อ Listeria monocytogenes ในอาหาร

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-732911597.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อลิสเทอเรียในอาหาร เตือนเชื้อนี้เจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น แนะเก็บแยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-415055800.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงอย่างถูกต้อง ห้ามนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงเกินจริง ย้ำใบรายงานผลทดสอบไม่ใช่ใบรับรองผลิตภัณฑ์

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงและประชาสัมพันธ์อย่างถูกต้อง หลังพบการนำผลทดสอบไปเผยแพร่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ย้ำใบรายงานผลการทดสอบแต่ละฉบับรับรองผลเฉพาะตัวอย่างที่ได้รับเท่านั้น ไม่ใช่การรับรองผลิตภัณฑ์ ต้องไม่กล่าวอ้างเกินขอบเขตการทดสอบ หรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุ้มครองผู้บริโภค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-789496760.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ชู 5 นโยบายปี 2570 ยกระดับสุขภาพประชาชน ลดค่าใช้จ่ายระบบสาธารณสุข

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มุ่งใช้ศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนระบบสาธารณสุขของประเทศ ผ่าน 5 นโยบายสำคัญในปีงบประมาณ 2570 ยกระดับการป้องกันโรคและคุณภาพบริการสุขภาพ ตั้งแต่การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตรวจคัดกรองโรคแม่และเด็ก ไปจนถึงการจัดทำแนวทางการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทั้งการตรวจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และรังสีวินิจฉัยอย่างสมเหตุผล ตลอดจนสนับสนุนการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรด้านสุขภาพอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-163174526.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมตรวจ “กาฬโรค” รู้ผลใน 24 ชั่วโมง ย้ำยึดหลักตามมาตรฐานความปลอดภัยชีวนิรภัยระดับ 3

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะห้องปฏิบัติการอ้างอิงของประเทศ มีความพร้อมและศักยภาพด้านความปลอดภัยทางชีวภาพระดับ 3 (Biosafety Level 3: BSL-3) รองรับการตรวจวินิจฉัยเชื้อก่อโรคกาฬโรคได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคของประเทศ ย้ำกาฬโรคเป็นโรคติดเชื้อที่มีความรุนแรง การเก็บและนำส่งตัวอย่าง รวมถึงการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ จึงต้องดำเนินการอย่างถูกต้องและปลอดภัย

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์