


นายแพทย์ยงยศ กล่าวว่า ในปัจจุบันประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงหลายด้าน ทั้งวิถีการดำเนินชีวิต การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ การเกิดมลพิษในสิ่งแวดล้อม การปนเปื้อนของอาหาร และผลข้างเคียงของการใช้ยา ภาวะคุกคามจากโรคติดเชื้ออุบัติใหม่ อุบัติซ้ำ จากที่กล่าวมานั้น ล้วนทำให้เกิดผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต และสุขภาพของประชาชน จึงเป็นโอกาสที่ดี ในการจัดทำหลักสูตร ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์และการพัฒนาด้านต่างๆ ของประเทศ นั่นคือหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การแพทย์ นับว่าเป็นบุคลากรที่ขาดแคลน เนื่องจากหน่วยงานทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน มีความต้องการบุคลากรในการปฏิบัติหน้าที่ในห้องปฏิบัติการทั้งด้านการวิจัย การให้บริการ ด้านการเรียนการสอน ด้านคลินิก และด้านธุรกิจ เป็นต้น เนื่องจากศาสตร์ทางด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ครอบคลุมเกือบทุกด้านของพื้นฐานวิชาทางการแพทย์ ได้แก่ เคมี ชีวเคมี ฟิสิกส์ ชีววิทยา จุลชีววิทยา กายวิภาคศาสตร์ สรีรวิทยา อณูชีววิทยา ปรสิตวิทยา วิทยาภูมิคุ้มกัน เภสัชวิทยา พิษวิทยา หรือแขนงอื่นที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพของมนุษย์ที่มีสอดคล้องตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่งของนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งบัณฑิตที่จบหลักสูตรนี้จะมีความรู้และทักษะทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ในการดูแลสุขภาพของประชาชน ให้มีคุณภาพชีวิตและสุขภาพที่ดีขึ้น และเป็นอีกส่วนหนึ่งที่จะช่วยพัฒนาระบบบริการสุขภาพของประเทศให้ก้าวหน้า รวมทั้งป้อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน เพื่อเป็นกำลังสำคัญ ในการพัฒนาประเทศต่อไป


