กรมวิทย์ จับมือ มหิดล ปั้นกำลังคน–งานวิจัย หนุนระบบสุขภาพไทยในระยะยาว

โดย : ฝ่ายประชาสัมพันธ์
857
7 กรกฎาคม 2569


กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จับมือ มหาวิทยาลัยมหิดล เดินหน้าพัฒนากำลังคน งานวิจัย และนวัตกรรม ด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมยกระดับศักยภาพห้องปฏิบัติการและสร้างผู้นำด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์  รองรับความท้าทายด้านสุขภาพในอนาคต มุ่งเสริมความมั่นคงทางสุขภาพของประเทศอย่างยั่งยืน
วันที่ 7 กรกฎาคม 2569  ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมด้วย ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการและการวิจัย (MOU) ระหว่าง กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และ คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล โดยมี นพ.พิเชฐ บัญญัติ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์, นพ.วัชรพงษ์ คำหล้า รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์, ดร.พิไลลักษณ์ อัคคไพบูลย์ โอกาดะ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์, ผศ. ดร.โชติรส พลับพลึง คณบดีคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหาร คณาจารย์ และนักวิชาการที่เกี่ยวข้องทั้งสองฝ่ายร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ห้องรับรองพิเศษ ชั้น 5 สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และมหาวิทยาลัยมหิดลในครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการร่วมกันพัฒนากำลังคน องค์ความรู้ และงานวิจัย การแลกเปลี่ยนผู้เชี่ยวชาญ การใช้ทรัพยากรทางวิชาการร่วมกัน ตลอดจนการพัฒนาและใช้ประโยชน์จากข้อมูล เพื่อสร้างคุณค่าทางวิชาการ ประโยชน์ต่อสังคมและต่อระบบสุขภาพของประเทศ 
ทั้งนี้มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำที่มีบทบาทสำคัญในการผลิตบุคลากรคุณภาพ สร้างงานวิจัย และพัฒนาองค์ความรู้ด้านสุขภาพมาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นองค์กรหลักด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ของประเทศ มีภารกิจ ในการพัฒนาเทคโนโลยี ห้องปฏิบัติการ และสนับสนุนระบบสาธารณสุข เพื่อสร้างความมั่นคงทางสุขภาพให้แก่ประชาชน 

 

ดร.นพ.สราวุฒิ กล่าวต่ออีกว่า การเชื่อมโยงศักยภาพของมหาวิทยาลัยมหิดล โดยเฉพาะคณะเทคนิคการแพทย์ ซึ่งมีความเข้มแข็งด้านวิชาการและการพัฒนาวิชาชีพ เข้ากับความเชี่ยวชาญของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ในฐานะหน่วยงานวิชาการและห้องปฏิบัติการอ้างอิงระดับประเทศ จะช่วยสร้างรูปแบบการพัฒนากำลังคน ที่ตอบโจทย์ความต้องการของ ระบบสุขภาพในอนาคตได้อย่างเป็นรูปธรรม ขณะเดียวกัน ความร่วมมือนี้ยังเปิดโอกาสให้เกิดการต่อยอดการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในมิติใหม่ ๆ รวมถึงการพัฒนาผู้นำ ด้านห้องปฏิบัติการตามแนวทางสากล ซึ่งสอดคล้องกับแนวทาง Global Laboratory Leadership Programme หรือ GLLP ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ให้ความสำคัญ 

 


“ในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรของประเทศ ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เราไม่ได้ต้องการเพียงผู้เชี่ยวชาญทางวิชาการ แต่ต้องการผู้นำที่สามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้ งานวิจัย นวัตกรรม และการบริหารจัดการ เพื่อขับเคลื่อนระบบห้องปฏิบัติการและระบบสุขภาพให้พร้อมรับมือกับความท้าทายในอนาคต”
ดร.นพ.สราวุฒิ กล่าวทิ้งท้ายว่า ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการลงนามในบันทึกข้อตกลง แต่เป็นการร่วมกัน "สร้างคน สร้างองค์ความรู้ และสร้างผู้นำ" เพื่อวางรากฐานที่มั่นคงให้กับระบบสุขภาพไทย และสร้างประโยชน์แก่ประชาชนและประเทศชาติอย่างยั่งยืน

 

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202604111793775785162321256-8341.jpg
INFOGRAPHIC : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อ Listeria monocytogenes ในอาหาร

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-732911597.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อลิสเทอเรียในอาหาร เตือนเชื้อนี้เจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น แนะเก็บแยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-415055800.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงอย่างถูกต้อง ห้ามนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงเกินจริง ย้ำใบรายงานผลทดสอบไม่ใช่ใบรับรองผลิตภัณฑ์

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงและประชาสัมพันธ์อย่างถูกต้อง หลังพบการนำผลทดสอบไปเผยแพร่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ย้ำใบรายงานผลการทดสอบแต่ละฉบับรับรองผลเฉพาะตัวอย่างที่ได้รับเท่านั้น ไม่ใช่การรับรองผลิตภัณฑ์ ต้องไม่กล่าวอ้างเกินขอบเขตการทดสอบ หรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุ้มครองผู้บริโภค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-789496760.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ชู 5 นโยบายปี 2570 ยกระดับสุขภาพประชาชน ลดค่าใช้จ่ายระบบสาธารณสุข

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มุ่งใช้ศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนระบบสาธารณสุขของประเทศ ผ่าน 5 นโยบายสำคัญในปีงบประมาณ 2570 ยกระดับการป้องกันโรคและคุณภาพบริการสุขภาพ ตั้งแต่การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตรวจคัดกรองโรคแม่และเด็ก ไปจนถึงการจัดทำแนวทางการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทั้งการตรวจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และรังสีวินิจฉัยอย่างสมเหตุผล ตลอดจนสนับสนุนการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรด้านสุขภาพอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-163174526.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมตรวจ “กาฬโรค” รู้ผลใน 24 ชั่วโมง ย้ำยึดหลักตามมาตรฐานความปลอดภัยชีวนิรภัยระดับ 3

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะห้องปฏิบัติการอ้างอิงของประเทศ มีความพร้อมและศักยภาพด้านความปลอดภัยทางชีวภาพระดับ 3 (Biosafety Level 3: BSL-3) รองรับการตรวจวินิจฉัยเชื้อก่อโรคกาฬโรคได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคของประเทศ ย้ำกาฬโรคเป็นโรคติดเชื้อที่มีความรุนแรง การเก็บและนำส่งตัวอย่าง รวมถึงการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ จึงต้องดำเนินการอย่างถูกต้องและปลอดภัย

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์