กรมวิทย์ฯ จับมือ ม.สวนดุสิต ร่วมผลิตนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของประเทศ และช่วยดูแลสุขภาพประชาชน

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
533
22 เมษายน 2567
กรมวิทย์ฯ จับมือ ม.สวนดุสิต ร่วมผลิตนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของประเทศ และช่วยดูแลสุขภาพประชาชน
 
 
 
 
 
 
 
 
วันนี้ (6 มีนาคม 2567) กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ และการวิจัย ระหว่าง กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กับ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เรื่อง ร่วมกันผลิต และพัฒนากำลังคน ในระดับปริญญาตรี หลักสูตรวิทยาศาสตร์บัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การแพทย์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยมี นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ รองศาสตราจารย์ ดร.ชนะศึก นิชานนท์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและพัฒนาการศึกษา มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เป็นผู้ลงนาม และมี นายแพทย์ปิยะ ศิริลักษณ์ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ดร. นายแพทย์อาชวินทร์ โรจนวิวัฒน์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ฐิตินาถ สุคนเขตร์ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อุดมศักดิ์ กิจทวี รองคณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ร่วมเป็นสักขีพยาน พร้อมคณะผู้บริหาร ผู้ทรงคุณวุฒิ คณาจารย์ บุคลากรจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และมหาวิทยาลัยสวนดุสิต เข้าร่วมพิธีลงนาม ณ ห้องประชุม 110 ชั้น 1 อาคาร 100 ปี การสาธารณสุขไทย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จังหวัดนนทบุรี
 
นายแพทย์ยงยศ กล่าวว่า ในปัจจุบันประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงหลายด้าน ทั้งวิถีการดำเนินชีวิต การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ  การเกิดมลพิษในสิ่งแวดล้อม การปนเปื้อนของอาหาร และผลข้างเคียงของการใช้ยา ภาวะคุกคามจากโรคติดเชื้ออุบัติใหม่ อุบัติซ้ำ จากที่กล่าวมานั้น ล้วนทำให้เกิดผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต และสุขภาพของประชาชน จึงเป็นโอกาสที่ดี ในการจัดทำหลักสูตร ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์และการพัฒนาด้านต่างๆ ของประเทศ นั่นคือหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การแพทย์ นับว่าเป็นบุคลากรที่ขาดแคลน เนื่องจากหน่วยงานทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน มีความต้องการบุคลากรในการปฏิบัติหน้าที่ในห้องปฏิบัติการทั้งด้านการวิจัย การให้บริการ  ด้านการเรียนการสอน  ด้านคลินิก และด้านธุรกิจ เป็นต้น เนื่องจากศาสตร์ทางด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ครอบคลุมเกือบทุกด้านของพื้นฐานวิชาทางการแพทย์ ได้แก่ เคมี ชีวเคมี ฟิสิกส์ ชีววิทยา จุลชีววิทยา กายวิภาคศาสตร์ สรีรวิทยา อณูชีววิทยา ปรสิตวิทยา วิทยาภูมิคุ้มกัน เภสัชวิทยา พิษวิทยา หรือแขนงอื่นที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพของมนุษย์ที่มีสอดคล้องตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่งของนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งบัณฑิตที่จบหลักสูตรนี้จะมีความรู้และทักษะทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ในการดูแลสุขภาพของประชาชน ให้มีคุณภาพชีวิตและสุขภาพที่ดีขึ้น และเป็นอีกส่วนหนึ่งที่จะช่วยพัฒนาระบบบริการสุขภาพของประเทศให้ก้าวหน้า รวมทั้งป้อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน เพื่อเป็นกำลังสำคัญ ในการพัฒนาประเทศต่อไป
 
 
 

นายแพทย์ยงยศ กล่าวต่อว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข และคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้เล็งเห็นความสำคัญของปัญหาความขาดแคลนกำลังคนในสาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ จึงเห็นชอบร่วมกันจัดทำบันทึกความร่วมมือในการผลิตและพัฒนากำลังคนในสาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ มีระยะเวลาดำเนินการร่วมกัน 5 ปี เพื่อผลิตบัณฑิตที่เป็นผู้สนับสนุนงานด้านการแพทย์และสาธารณสุข การพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพ ให้มีปริมาณเพียงพอ และมีคุณภาพ เจตคติ และจริยธรรมแห่งวิชาชีพ เพื่อรับใช้สังคม รวมถึงการพัฒนาระบบการศึกษาและการฝึกอบรมพัฒนางานวิจัย นวัตกรรม และเทคโนโลยี โดยการพัฒนาโครงการวิจัยที่มีความสนใจร่วมกัน และร่วมกันพัฒนาการบริการวิชาการ สนับสนุนการเป็นแหล่งเรียนรู้ สถานศึกษาดูงานของนักศึกษาและบุคลากรของทั้งสองฝ่าย ร่วมกันเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมวิชาการ การจัดประชุม เชิงปฏิบัติการทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ
 
 
รองศาสตราจารย์ ดร.ชนะศึก กล่าวว่า มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้ดำเนินการจัดทำหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การแพทย์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นหลักสูตรระดับปริญญาตรี 4 ปี เป็นหลักสูตรใหม่ที่ออกแบบให้ตรงตามความต้องการของตลาดแรงงานด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์สมัยใหม่ มีความยืดหยุ่นและปรับตัวให้เข้ากับเทคโนโลยีในโลกอนาคต ร่วมกับการส่งเสริมทักษะในศตวรรษที่ 21 สำหรับจุดเด่นของหลักสูตร คือ 1.ส่งเสริมทักษะในโลกสมัยใหม่ เช่น ปัญญาประดิษฐ์วิทยาการข้อมูล และการประกอบการธุรกิจด้านสุขภาพและการแพทย์ เพื่อเพิ่มโอกาสการประกอบอาชีพในอนาคต 2.เสริมสร้างทักษะเฉพาะทางด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ที่เข้มข้นให้กับนักศึกษาโดยความร่วมมือด้านวิชาการกับหน่วยงานที่เชี่ยวชาญชั้นนำของประเทศ
 
 
 
 
 
 
 
 

“นอกจากการเรียนการสอนในชั้นเรียนแล้ว นักศึกษาจะได้ฝึกทำโครงงานวิจัย เพื่อนำไปสู่การพัฒนางานด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ และมีการสร้างความร่วมมือทางวิชาการและการวิจัยกับหน่วยงานต่างๆ การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ผ่านกิจกรรมนอกห้องเรียน กิจกรรมการบริการวิชาการ รวมถึงได้ฝึกประสบการณ์การทำงานในสถานที่จริง มีความพร้อมทางด้านอาคารสถานที่ สำหรับการจัดการเรียนการสอน และเมื่อสำเร็จการศึกษานักศึกษาสามารถประกอบอาชีพได้หลากหลาย ทั้งในภาครัฐ และเอกชน ไม่ว่าจะเป็น นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ นักวิทยาศาสตร์ นักเทคโนโลยีเครื่องมือแพทย์ นักวิทยาศาสตร์สารสนเทศสุขภาพ นักวิจัย  ผู้ช่วยนักวิจัยด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ นักวิชาการด้านสุขภาพ ผู้ประกอบการ/ผู้แทนจำหน่าย ยา เครื่องมือ อุปกรณ์ และผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังสามารถศึกษาต่อในระดับปริญญาโท และปริญญาเอก ในสาขาที่เกี่ยวข้องอีกด้วย ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต และ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มีความมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะผลิตกำลังคนทางด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของประเทศ และนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ในการช่วยดูแลสุขภาพประชาชน” รองศาสตราจารย์ ดร.ชนะศึก กล่าว
 
 

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202624071784896248755547611-8151.JPG
กรมวิทย์ฯ ร่วมกับมูลนิธิธาลัสซีเมียฯ ปิดประชุมวิชาการครั้งที่ 27 เดินหน้าประเทศไทยสู่เป้าหมาย “ปลอดโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงในประชากรรุ่นใหม่” ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับมูลนิธิโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียแห่งประเทศไทย และภาคีเครือข่าย ปิดฉากการประชุมสัมมนาวิชาการธาลัสซีเมียแห่งชาติ ครั้งที่ 27 ประจำปี 2569 พร้อมมอบรางวัลผลงานวิจัยและผลงานวิชาการดีเด่น ตอกย้ำความร่วมมือทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย “ปลอดโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงในประชากรรุ่นใหม่” ด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมห้องปฏิบัติการขั้นสูง

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-356276721.jpg
เด็กไทยเกิดใหม่ทุกคน รู้ผลธาลัสซีเมีย ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง รู้เร็ว รักษาเร็ว ลดความรุนแรง มุ่งสู่คนไทยรุ่นใหม่ปลอดโรคธาลัสซีเมีย

กระทรวงสาธารณสุข โดย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มูลนิธิโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียแห่งประเทศไทย และ ภาคีเครือข่าย ร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ “ประชากรรุ่นใหม่ปลอดโรคธาลัสซีเมีย” โดยมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีห้องปฏิบัติการขั้นสูง ตรวจวินิจฉัยโรคให้มีความแม่นยำสูงสุด สามารถระบุพาหะและตัวแปรพันธุกรรมที่ซับซ้อนเพื่อการรักษาได้อย่างตรงจุดแม่นยำนำเข้าสู่ระบบบริการและผลักดันให้เป็นสิทธิประโยชน์เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงได้ พร้อมเร่งยกระดับห้องปฏิบัติการเครือข่ายทั่วประเทศให้มีคุณภาพมาตรฐานและจัดทำฐานข้อมูลระดับประเทศ เพื่อใช้สนับสนุนการวางนโยบายเพื่อการป้องกันและควบคุมโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-361965682.jpg
กรมวิทย์ฯ จับมือ กทม. ยกระดับอสส.เมืองกรุง ใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น เสริมเกราะคุ้มครองผู้บริโภคนชุมชน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร ติวเข้มอาสาสมัครสาธารณสุขวิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชน (อสส.) และพี่เลี้ยงกว่า 200 ชีวิต ด้วยแนวคิด “บันได 3 ขั้น” ตั้งแต่การเรียนรู้ผ่านระบบดิจิทัล การฝึกใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น ไปจนถึงการลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริง โดยมีพยาบาลวิชาชีพและเภสัชกรคอยเป็นพี่เลี้ยงดูแลอย่างใกล้ชิด มุ่งสร้างอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อร่วมกันเป็นพลังสำคัญของเครือข่ายเฝ้าระวัง แจ้งเตือนภัย และส่งต่อความรู้ด้านสุขภาพในชุมชน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-594091221.jpg
กรมวิทย์ฯ ผนึก สกร. ปั้น “ครูนักวิทย์” 77 จังหวัด ส่งเสริมความรอบรู้วิทยาศาสตร์การแพทย์ สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังความปลอดภัยอาหารและสุขภาพในชุมชน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จับมือ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) กระทรวงศึกษาธิการ เดินหน้าพัฒนา “ครูนักวิทย์” รุ่นแรก 154 คน จาก 77 จังหวัด เสริมทักษะด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และการใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เยาวชนและประชาชน สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านอาหาร ผลิตภัณฑ์สุขภาพ สิ่งแวดล้อม และน้ำบริโภคในระดับชุมชน มุ่งยกระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพ ลดความเสี่ยง และสร้างสังคมที่ปลอดภัยด้วยหลักฐานเชิงวิทยาศาสตร์

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202609071783584009677387105-8075.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมมือ JICA ชูเทคโนโลยีถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม (WGS) ยกระดับระบบเฝ้าระวังวัณโรคเชิงรุก มุ่งยุติวัณโรคของไทย

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายยุติวัณโรคของประเทศไทย ด้วยการนำเทคโนโลยีจีโนมิกส์และการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม (Whole Genome Sequencing: WGS) เสริมศักยภาพระบบเฝ้าระวังและสอบสวนโรค เปลี่ยนจากการรอรับผู้ป่วยในโรงพยาบาลสู่การค้นหาเชิงรุก พร้อมยกระดับสู่ "ระบบข่าวกรองสาธารณสุขเชิงรุกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลจีโนม" เพื่อหยุดการแพร่ระบาดของวัณโรคและวัณโรคดื้อยาอย่างมีประสิทธิภาพ

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์