กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จับมือมหาวิทยาลัยรังสิต ลงนาม MOU ยกระดับงานวิจัยและนวัตกรรม พัฒนากำลังคน เสริมความเข้มแข็งระบบสุขภาพประเทศ

โดย : ฝ่ายประชาสัมพันธ์
546
13 กรกฎาคม 2569

13 กรกฎาคม 2569 – กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และ มหาวิทยาลัยรังสิต ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการและการวิจัย (MOU) เพื่อบูรณาการองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และทรัพยากรของทั้งสองหน่วยงาน ในการขับเคลื่อนงานวิจัย นวัตกรรม การพัฒนาระบบประกันคุณภาพห้องปฏิบัติการ และการผลิตบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และสาธารณสุข รองรับการพัฒนาระบบสุขภาพของประเทศอย่างยั่งยืน โดยมี ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต เป็นผู้ลงนามความร่วมมือ พร้อมด้วย นพ.ศุภชัย คุณารัตนพฤกษ์ รองอธิการบดีฝ่ายการแพทย์และวิทยาศาสตร์สุขภาพ  ศาสตราจารย์คลินิก นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข อธิการวิทยาลัยแพทยศาสตร์ นพ.พิเชฐ บัญญัติ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ นพ.วัชรพงษ์ คำหล้า รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ดร.นพ.สุรเดชช ชวะเดช รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ตลอดจนผู้บริหาร คณาจารย์ ผู้ทรงคุณวุฒิ และนักวิชาการของทั้งสองหน่วยงาน ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ห้องประชุม 1-801 ชั้น 8 อาคารอาทิตย์ อุไรรัตน์ มหาวิทยาลัยรังสิต

 

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และมหาวิทยาลัยรังสิตมีเจตนารมณ์ร่วมกันในการเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านวิชาการ การวิจัย นวัตกรรม และการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และสาธารณสุข เพื่อสร้างองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง สนับสนุนการพึ่งพาตนเองของประเทศ และยกระดับระบบสุขภาพของไทยให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้ครอบคลุม 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ ด้านการวิจัย การดำเนินโครงการวิจัยร่วมด้านการแพทย์และสาธารณสุข การใช้ทรัพยากร ห้องปฏิบัติการ เครื่องมือวิทยาศาสตร์ และข้อมูลวิชาการร่วมกัน รวมถึงการร่วมแสวงหาแหล่งทุนวิจัย พร้อมกำหนดแนวทางบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา สิทธิบัตร และการเผยแพร่ผลงานวิจัยร่วมอย่างเป็นระบบ ด้านการพัฒนาระบบประกันคุณภาพห้องปฏิบัติการ ทั้งสองหน่วยงานจะร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านระบบคุณภาพและมาตรฐานห้องปฏิบัติการ เพื่อยกระดับมาตรฐานการตรวจวิเคราะห์ด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ของประเทศให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ด้านวิชาการและการพัฒนาบุคลากร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะสนับสนุนวิทยากร การบรรยายพิเศษ การฝึกปฏิบัติงาน และการศึกษาดูงาน ขณะที่มหาวิทยาลัยรังสิตจะสนับสนุนระบบข้อมูลสารสนเทศทางวิชาการ รวมทั้งทั้งสองฝ่ายจะร่วมจัดฝึกอบรม สัมมนา แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และจัดประชุมวิชาการทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรอย่างต่อเนื่อง

 



อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า มหาวิทยาลัยรังสิตเป็นสถาบันอุดมศึกษาเอกชนชั้นนำที่มีความโดดเด่นด้านการจัดการศึกษา การวิจัย และนวัตกรรม โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ มีความพร้อมทั้งด้านบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ ห้องปฏิบัติการ เครื่องมือวิทยาศาสตร์ และเครือข่ายความร่วมมือทั้งในและต่างประเทศ ขณะที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นหน่วยงานหลักของประเทศด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ การตรวจวิเคราะห์ การวิจัยและพัฒนา การอ้างอิงทางห้องปฏิบัติการ และการกำหนดมาตรฐานเพื่อสนับสนุนระบบสาธารณสุขความร่วมมือระหว่างกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และมหาวิทยาลัยรังสิต ในครั้งนี้ จะเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมการวิจัยและนวัตกรรม  การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การพัฒนาบุคลากร และการใช้ทรัพยากรทางวิชาการร่วมกัน เพื่อสร้างผลงานที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง และยกระดับคุณภาพระบบสุขภาพของประเทศ รวมทั้งเกิดเครือข่ายทางวิชาการที่เข้มแข็ง นำไปสู่การสร้างองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ตลอดจนการผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพ ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนระบบสาธารณสุขและการพัฒนาประเทศในระยะยาว

******13 กรกฎาคม 2569******

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202604111793775785162321256-8341.jpg
INFOGRAPHIC : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อ Listeria monocytogenes ในอาหาร

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-732911597.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อลิสเทอเรียในอาหาร เตือนเชื้อนี้เจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น แนะเก็บแยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-415055800.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงอย่างถูกต้อง ห้ามนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงเกินจริง ย้ำใบรายงานผลทดสอบไม่ใช่ใบรับรองผลิตภัณฑ์

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงและประชาสัมพันธ์อย่างถูกต้อง หลังพบการนำผลทดสอบไปเผยแพร่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ย้ำใบรายงานผลการทดสอบแต่ละฉบับรับรองผลเฉพาะตัวอย่างที่ได้รับเท่านั้น ไม่ใช่การรับรองผลิตภัณฑ์ ต้องไม่กล่าวอ้างเกินขอบเขตการทดสอบ หรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุ้มครองผู้บริโภค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-789496760.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ชู 5 นโยบายปี 2570 ยกระดับสุขภาพประชาชน ลดค่าใช้จ่ายระบบสาธารณสุข

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มุ่งใช้ศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนระบบสาธารณสุขของประเทศ ผ่าน 5 นโยบายสำคัญในปีงบประมาณ 2570 ยกระดับการป้องกันโรคและคุณภาพบริการสุขภาพ ตั้งแต่การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตรวจคัดกรองโรคแม่และเด็ก ไปจนถึงการจัดทำแนวทางการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทั้งการตรวจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และรังสีวินิจฉัยอย่างสมเหตุผล ตลอดจนสนับสนุนการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรด้านสุขภาพอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-163174526.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมตรวจ “กาฬโรค” รู้ผลใน 24 ชั่วโมง ย้ำยึดหลักตามมาตรฐานความปลอดภัยชีวนิรภัยระดับ 3

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะห้องปฏิบัติการอ้างอิงของประเทศ มีความพร้อมและศักยภาพด้านความปลอดภัยทางชีวภาพระดับ 3 (Biosafety Level 3: BSL-3) รองรับการตรวจวินิจฉัยเชื้อก่อโรคกาฬโรคได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคของประเทศ ย้ำกาฬโรคเป็นโรคติดเชื้อที่มีความรุนแรง การเก็บและนำส่งตัวอย่าง รวมถึงการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ จึงต้องดำเนินการอย่างถูกต้องและปลอดภัย

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์