กรมวิทย์ฯ – จุฬาฯ ถ่ายทอดเทคโนโลยีกระบวนการผลิตโปรตีนไฟโบรอินไหมไทยปลอดเชื้อ ให้ภาคเอกชนนำไปใช้ได้ในเชิงพาณิชย์

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
482
27 พฤษภาคม 2567

นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้มีความร่วมมือกันในการพัฒนากระบวนการผลิตสารละลายไฟโบรอินไหมปลอดเชื้อ จากระดับห้องปฏิบัติการสู่ระดับการค้า เพื่อให้ได้วัตถุดิบของวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์แบบฝังในที่ย่อยสลายได้ในร่างกายที่มีคุณภาพสูง ตามหลักเกณฑ์ของมาตรฐานระบบบริหารคุณภาพ กระบวนการผลิตเครื่องมือแพทย์ ISO 13485 : 2016 ซึ่งดำเนินการโดยนักวิจัยของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ที่มีประสบการณ์ในการผลิตผลิตภัณฑ์ด้านการแพทย์ สำหรับใช้ในการวิจัยทางคลินิกมากว่า 10 ปี ณ ห้องปฏิบัติการผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูงของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ที่มีการดูแลตามข้อกำหนดสากล เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้น มีคุณภาพที่เหมาะสม ปราศจากเชื้อและสารเอนโดท็อกซิน สามารถนำไปใช้ในการผลิตวัสดุทางการแพทย์ เภสัชกรรม และเครื่องสำอาง อาทิ อนุภาคกระดูกเทียม แผ่นไหมปิดแผลสมานเซลล์ผิวหนังให้แผลหายเร็ว ผิวหนังเทียม รวมถึงการพัฒนาระบบนำส่งยาที่สามารถควบคุมการปลดปล่อยของยาหรือสารออกฤทธิ์ในปริมาณและระยะเวลาที่กำหนด จุดเด่นของผลิตภัณฑ์นี้ คือ เป็นโปรตีนธรรมชาติที่ได้รับการยอมรับทั่วโลกว่าเป็นมิตรต่อร่างกาย สามารถย่อยสลายได้ในร่างกาย มีความแข็งแรงคงตัว นับเป็นผลิตภัณฑ์แรกที่มีการพัฒนาจากวัสดุธรรมชาติ คือ ไหมสายพันธุ์ไทย ที่สำคัญมีคุณภาพสูงกว่าผลิตภัณฑ์ที่มีจำหน่ายคล้ายกันทั่วโลก

นายแพทย์ยงยศ กล่าวต่อว่า จากความสำเร็จของความร่วมมือดังกล่าวนี้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นเจ้าของเทคโนโลยีร่วมกัน จึงได้จัดให้มีการลงนามสัญญาถ่ายทอดเทคโนโลยีกระบวนการผลิตโปรตีนไฟโบรอินไหมไทยปลอดเชื้อ ให้แก่ บริษัท เอนจินไลฟ์ จำกัด สามารถนำไปใช้ได้ในเชิงพาณิชย์ ซึ่งจะก่อให้เกิดการสร้างคุณค่าให้กับไหมสายพันธุ์ไทย จากเดิมมูลค่าการส่งออกผ้าไหม ผลิตภัณฑ์ไหม และชิ้นส่วนต่างๆ ของไหม ประมาณ 360 ล้านบาทต่อปี หากนำรังไหมมาผลิตเป็นวัสดุทางการแพทย์ จะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับไหมสายพันธุ์ไทย ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรสู่อุตสาหกรรมทางการแพทย์ 

 

“นับเป็นก้าวสำคัญที่จะผลักดันนวัตกรรมแสะงานวิจัยจากนักวิจัยไทยให้เกิดการใช้งานจริง ซึ่งเป็นไป ตามเป้าหมายที่สำคัญของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ที่จะผลักดันและสร้างเศรษฐกิจสุขภาพ ด้วยวิทยาศาสตร์การแพทย์ อีกทั้งเป็นการสนับสนุนนโยบายรัฐบาลในการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจใหม่ คือ อุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง อุตสาหกรรมสีเขียว การวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมในประเทศ เพื่อให้เป็นปัจจัยการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และยกระดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศไทย สร้างโอกาสให้กับ Start-up รวมทั้งเพิ่มมูลค่าผลตอบแทนสินค้าการเกษตรเพื่อนำไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนของประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี” นายแพทย์ยงยศ กล่าวทิ้งท้าย

 

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202604111793775785162321256-8341.jpg
INFOGRAPHIC : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อ Listeria monocytogenes ในอาหาร

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-732911597.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อลิสเทอเรียในอาหาร เตือนเชื้อนี้เจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น แนะเก็บแยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-415055800.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงอย่างถูกต้อง ห้ามนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงเกินจริง ย้ำใบรายงานผลทดสอบไม่ใช่ใบรับรองผลิตภัณฑ์

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงและประชาสัมพันธ์อย่างถูกต้อง หลังพบการนำผลทดสอบไปเผยแพร่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ย้ำใบรายงานผลการทดสอบแต่ละฉบับรับรองผลเฉพาะตัวอย่างที่ได้รับเท่านั้น ไม่ใช่การรับรองผลิตภัณฑ์ ต้องไม่กล่าวอ้างเกินขอบเขตการทดสอบ หรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุ้มครองผู้บริโภค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-789496760.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ชู 5 นโยบายปี 2570 ยกระดับสุขภาพประชาชน ลดค่าใช้จ่ายระบบสาธารณสุข

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มุ่งใช้ศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนระบบสาธารณสุขของประเทศ ผ่าน 5 นโยบายสำคัญในปีงบประมาณ 2570 ยกระดับการป้องกันโรคและคุณภาพบริการสุขภาพ ตั้งแต่การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตรวจคัดกรองโรคแม่และเด็ก ไปจนถึงการจัดทำแนวทางการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทั้งการตรวจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และรังสีวินิจฉัยอย่างสมเหตุผล ตลอดจนสนับสนุนการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรด้านสุขภาพอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-163174526.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมตรวจ “กาฬโรค” รู้ผลใน 24 ชั่วโมง ย้ำยึดหลักตามมาตรฐานความปลอดภัยชีวนิรภัยระดับ 3

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะห้องปฏิบัติการอ้างอิงของประเทศ มีความพร้อมและศักยภาพด้านความปลอดภัยทางชีวภาพระดับ 3 (Biosafety Level 3: BSL-3) รองรับการตรวจวินิจฉัยเชื้อก่อโรคกาฬโรคได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคของประเทศ ย้ำกาฬโรคเป็นโรคติดเชื้อที่มีความรุนแรง การเก็บและนำส่งตัวอย่าง รวมถึงการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ จึงต้องดำเนินการอย่างถูกต้องและปลอดภัย

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์