กรมวิทย์ฯ – จุฬาฯ ถ่ายทอดเทคโนโลยีกระบวนการผลิตโปรตีนไฟโบรอินไหมไทยปลอดเชื้อ ให้ภาคเอกชนนำไปใช้ได้ในเชิงพาณิชย์

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
438
22 เมษายน 2567

นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้มีความร่วมมือกันในการพัฒนากระบวนการผลิตสารละลายไฟโบรอินไหมปลอดเชื้อ จากระดับห้องปฏิบัติการสู่ระดับการค้า เพื่อให้ได้วัตถุดิบของวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์แบบฝังในที่ย่อยสลายได้ในร่างกายที่มีคุณภาพสูง ตามหลักเกณฑ์ของมาตรฐานระบบบริหารคุณภาพ กระบวนการผลิตเครื่องมือแพทย์ ISO 13485 : 2016 ซึ่งดำเนินการโดยนักวิจัยของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ที่มีประสบการณ์ในการผลิตผลิตภัณฑ์ด้านการแพทย์ สำหรับใช้ในการวิจัยทางคลินิกมากว่า 10 ปี ณ ห้องปฏิบัติการผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูงของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ที่มีการดูแลตามข้อกำหนดสากล เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้น มีคุณภาพที่เหมาะสม ปราศจากเชื้อและสารเอนโดท็อกซิน สามารถนำไปใช้ในการผลิตวัสดุทางการแพทย์ เภสัชกรรม และเครื่องสำอาง อาทิ อนุภาคกระดูกเทียม แผ่นไหมปิดแผลสมานเซลล์ผิวหนังให้แผลหายเร็ว ผิวหนังเทียม รวมถึงการพัฒนาระบบนำส่งยาที่สามารถควบคุมการปลดปล่อยของยาหรือสารออกฤทธิ์ในปริมาณและระยะเวลาที่กำหนด จุดเด่นของผลิตภัณฑ์นี้ คือ เป็นโปรตีนธรรมชาติที่ได้รับการยอมรับทั่วโลกว่าเป็นมิตรต่อร่างกาย สามารถย่อยสลายได้ในร่างกาย มีความแข็งแรงคงตัว นับเป็นผลิตภัณฑ์แรกที่มีการพัฒนาจากวัสดุธรรมชาติ คือ ไหมสายพันธุ์ไทย ที่สำคัญมีคุณภาพสูงกว่าผลิตภัณฑ์ที่มีจำหน่ายคล้ายกันทั่วโลก

นายแพทย์ยงยศ กล่าวต่อว่า จากความสำเร็จของความร่วมมือดังกล่าวนี้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นเจ้าของเทคโนโลยีร่วมกัน จึงได้จัดให้มีการลงนามสัญญาถ่ายทอดเทคโนโลยีกระบวนการผลิตโปรตีนไฟโบรอินไหมไทยปลอดเชื้อ ให้แก่ บริษัท เอนจินไลฟ์ จำกัด สามารถนำไปใช้ได้ในเชิงพาณิชย์ ซึ่งจะก่อให้เกิดการสร้างคุณค่าให้กับไหมสายพันธุ์ไทย จากเดิมมูลค่าการส่งออกผ้าไหม ผลิตภัณฑ์ไหม และชิ้นส่วนต่างๆ ของไหม ประมาณ 360 ล้านบาทต่อปี หากนำรังไหมมาผลิตเป็นวัสดุทางการแพทย์ จะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับไหมสายพันธุ์ไทย ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรสู่อุตสาหกรรมทางการแพทย์ 

 

“นับเป็นก้าวสำคัญที่จะผลักดันนวัตกรรมแสะงานวิจัยจากนักวิจัยไทยให้เกิดการใช้งานจริง ซึ่งเป็นไป ตามเป้าหมายที่สำคัญของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ที่จะผลักดันและสร้างเศรษฐกิจสุขภาพ ด้วยวิทยาศาสตร์การแพทย์ อีกทั้งเป็นการสนับสนุนนโยบายรัฐบาลในการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจใหม่ คือ อุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง อุตสาหกรรมสีเขียว การวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมในประเทศ เพื่อให้เป็นปัจจัยการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และยกระดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศไทย สร้างโอกาสให้กับ Start-up รวมทั้งเพิ่มมูลค่าผลตอบแทนสินค้าการเกษตรเพื่อนำไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนของประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี” นายแพทย์ยงยศ กล่าวทิ้งท้าย

 

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202624071784896248755547611-8151.JPG
กรมวิทย์ฯ ร่วมกับมูลนิธิธาลัสซีเมียฯ ปิดประชุมวิชาการครั้งที่ 27 เดินหน้าประเทศไทยสู่เป้าหมาย “ปลอดโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงในประชากรรุ่นใหม่” ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับมูลนิธิโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียแห่งประเทศไทย และภาคีเครือข่าย ปิดฉากการประชุมสัมมนาวิชาการธาลัสซีเมียแห่งชาติ ครั้งที่ 27 ประจำปี 2569 พร้อมมอบรางวัลผลงานวิจัยและผลงานวิชาการดีเด่น ตอกย้ำความร่วมมือทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย “ปลอดโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงในประชากรรุ่นใหม่” ด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมห้องปฏิบัติการขั้นสูง

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-356276721.jpg
เด็กไทยเกิดใหม่ทุกคน รู้ผลธาลัสซีเมีย ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง รู้เร็ว รักษาเร็ว ลดความรุนแรง มุ่งสู่คนไทยรุ่นใหม่ปลอดโรคธาลัสซีเมีย

กระทรวงสาธารณสุข โดย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มูลนิธิโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียแห่งประเทศไทย และ ภาคีเครือข่าย ร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ “ประชากรรุ่นใหม่ปลอดโรคธาลัสซีเมีย” โดยมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีห้องปฏิบัติการขั้นสูง ตรวจวินิจฉัยโรคให้มีความแม่นยำสูงสุด สามารถระบุพาหะและตัวแปรพันธุกรรมที่ซับซ้อนเพื่อการรักษาได้อย่างตรงจุดแม่นยำนำเข้าสู่ระบบบริการและผลักดันให้เป็นสิทธิประโยชน์เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงได้ พร้อมเร่งยกระดับห้องปฏิบัติการเครือข่ายทั่วประเทศให้มีคุณภาพมาตรฐานและจัดทำฐานข้อมูลระดับประเทศ เพื่อใช้สนับสนุนการวางนโยบายเพื่อการป้องกันและควบคุมโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-361965682.jpg
กรมวิทย์ฯ จับมือ กทม. ยกระดับอสส.เมืองกรุง ใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น เสริมเกราะคุ้มครองผู้บริโภคนชุมชน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร ติวเข้มอาสาสมัครสาธารณสุขวิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชน (อสส.) และพี่เลี้ยงกว่า 200 ชีวิต ด้วยแนวคิด “บันได 3 ขั้น” ตั้งแต่การเรียนรู้ผ่านระบบดิจิทัล การฝึกใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น ไปจนถึงการลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริง โดยมีพยาบาลวิชาชีพและเภสัชกรคอยเป็นพี่เลี้ยงดูแลอย่างใกล้ชิด มุ่งสร้างอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อร่วมกันเป็นพลังสำคัญของเครือข่ายเฝ้าระวัง แจ้งเตือนภัย และส่งต่อความรู้ด้านสุขภาพในชุมชน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-594091221.jpg
กรมวิทย์ฯ ผนึก สกร. ปั้น “ครูนักวิทย์” 77 จังหวัด ส่งเสริมความรอบรู้วิทยาศาสตร์การแพทย์ สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังความปลอดภัยอาหารและสุขภาพในชุมชน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จับมือ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) กระทรวงศึกษาธิการ เดินหน้าพัฒนา “ครูนักวิทย์” รุ่นแรก 154 คน จาก 77 จังหวัด เสริมทักษะด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และการใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เยาวชนและประชาชน สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านอาหาร ผลิตภัณฑ์สุขภาพ สิ่งแวดล้อม และน้ำบริโภคในระดับชุมชน มุ่งยกระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพ ลดความเสี่ยง และสร้างสังคมที่ปลอดภัยด้วยหลักฐานเชิงวิทยาศาสตร์

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202609071783584009677387105-8075.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมมือ JICA ชูเทคโนโลยีถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม (WGS) ยกระดับระบบเฝ้าระวังวัณโรคเชิงรุก มุ่งยุติวัณโรคของไทย

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายยุติวัณโรคของประเทศไทย ด้วยการนำเทคโนโลยีจีโนมิกส์และการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม (Whole Genome Sequencing: WGS) เสริมศักยภาพระบบเฝ้าระวังและสอบสวนโรค เปลี่ยนจากการรอรับผู้ป่วยในโรงพยาบาลสู่การค้นหาเชิงรุก พร้อมยกระดับสู่ "ระบบข่าวกรองสาธารณสุขเชิงรุกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลจีโนม" เพื่อหยุดการแพร่ระบาดของวัณโรคและวัณโรคดื้อยาอย่างมีประสิทธิภาพ

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์