กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เดินหน้ายกระดับคุณภาพห้องปฏิบัติการโลหิตวิทยา เสริมศักยภาพบุคลากรให้สามารถนำข้อมูลการทดสอบความชำนาญ External Quality Assessment (EQA) มาวิเคราะห์และใช้ประโยชน์ เพื่อพัฒนาคุณภาพผลตรวจอย่างเป็นระบบ สร้างความถูกต้อง น่าเชื่อถือ และความปลอดภัยแก่ผู้รับบริการ สนับสนุนระบบบริการสุขภาพของประเทศ
วันนี้ (11 กันยายน 2569) ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มอบหมายให้ นพ.วัชรพงษ์ คำหล้า รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ “From EQA in Hematology to Quality Improvement : การยกระดับคุณภาพห้องปฏิบัติการโลหิตวิทยาด้วยข้อมูล EQA” โดยมี ดร.ฐิติวัสส์ สุวคนธ์ ผู้อำนวยการกองทดสอบความชำนาญ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นผู้กล่าวรายงาน และได้รับเกียรติจาก ผศ.นพ.การันต์ ไพสุขศานติวัฒนา จากคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้และประสบการ์แก่ผู้เข้าร่วมอบรม ประกอบด้วย แพทย์ นักเทคนิคการแพทย์ บุคลากรที่ปฏิบัติงานด้านโลหิตวิทยาจากหน่วยงานและห้องปฏิบัติการต่างๆ ณ โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ สไตลิช คอนเวนชั่น จังหวัดนนทบุรี




ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการมีบทบาทสำคัญต่อระบบบริการสุขภาพ ตั้งแต่การวินิจฉัย การรักษา การติดตามอาการผู้ป่วย ตลอดจนการเฝ้าระวังและควบคุมโรค ดังนั้น ความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของผลตรวจจึงมีความสำคัญโดยตรงต่อคุณภาพและความปลอดภัยของผู้รับบริการ การประกันคุณภาพห้องปฏิบัติการจึงเป็นกระบวนการที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยการทดสอบความชำนาญ หรือ EQA จะช่วยให้ห้องปฏิบัติการสามารถประเมินสมรรถนะ เปรียบเทียบผลการทดสอบ และค้นหาประเด็นที่ควรได้รับการพัฒนา
ทั้งนี้ การใช้ประโยชน์จาก EQA ไม่ควรจำกัดเพียงการพิจารณาว่าผลการประเมิน “ผ่านหรือไม่ผ่าน” แต่ควรนำข้อมูลมาวิเคราะห์แนวโน้ม ค้นหาสาเหตุของความคลาดเคลื่อน และนำไปสู่การกำหนดแนวทางแก้ไขและปรับปรุงคุณภาพที่เกิดขึ้นจริงในห้องปฏิบัติการ โดยเฉพาะงานด้านโลหิตวิทยา ซึ่งผลตรวจมีความสำคัญต่อการวินิจฉัยและติดตามภาวะของผู้ป่วย ดังนั้น การนำข้อมูลการควบคุมคุณภาพภายใน Internal Quality Control (IQC) และ EQA มาใช้ร่วมกันอย่างเหมาะสม จะช่วยให้ห้องปฏิบัติการสามารถติดตามสมรรถนะ ตรวจพบแนวโน้มของความคลาดเคลื่อน วิเคราะห์สาเหตุ และดำเนินการแก้ไขได้อย่างเป็นระบบ ส่งผลให้เกิดการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง และเพิ่มความเชื่อมั่นต่อผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ

สำหรับการอบรมครั้งนี้ จะช่วยให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำความรู้และข้อมูลจากการปฏิบัติงานจริงมาใช้เป็นเครื่องมือในการตัดสินใจและพัฒนาคุณภาพ รวมทั้งส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างเครือข่ายห้องปฏิบัติการ ด้านโลหิตวิทยา และสนับสนุนการพัฒนาระบบบริการสุขภาพของประเทศ