กรมวิทย์ฯ เชื่อมพลังเครือข่าย ยกระดับนวัตกรรมรังสีเครื่องมือแพทย์ไทยสู่มาตรฐานสากล

โดย : ฝ่ายประชาสัมพันธ์
434
27 สิงหาคม 2569

กรมวิทย์ฯ เชื่อมพลังเครือข่าย ยกระดับนวัตกรรมรังสีเครื่องมือแพทย์ไทยสู่มาตรฐานสากล

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จัดประชุมวิชาการเชิงปฏิบัติการด้านรังสีและเครื่องมือแพทย์ เชื่อมเครือข่ายสุขภาพ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน เพื่อรวบรวมองค์ความรู้และยกระดับนวัตกรรมด้านรังสีและเครื่องมือแพทย์ฝีมือคนไทยให้ได้มาตรฐานสากล พร้อมเปิดโอกาสและผลักดันผลิตภัณฑ์เข้าสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ สนับสนุนประเทศไทยสู่ศูนย์กลางสุขภาพครบวงจร ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน

วันที่ 27 สิงหาคม 2569 ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มอบหมายให้ นพ.วัชรพงษ์ คำหล้า รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการเชิงปฏิบัติการด้านรังสีและเครื่องมือแพทย์ เชื่อมเครือข่ายสุขภาพ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่ยั่งยืน (Radiation and Medical Devices Conference : Connecting Health Networks for a Sustainable Future) โดยมี ดร.นพ.สุรเดชช ชวะเดช รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ นายธรรมรัตน์ บุญสูง ผู้อำนวยการสำนักรังสีและเครื่องมือแพทย์ วิทยากร ผู้เชี่ยวชาญผู้แทนภาครัฐ จากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ภาคธุรกิจและผู้ประกอบการ บริษัทผู้ผลิตและนำเข้าเครื่องมือแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ นักวิจัย และนวัตกรจากโรงพยาบาลและสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ เข้าร่วมกว่า 150 คน งานจัดระหว่างวันที่ 27-28 สิงหาคม 2569 ณ ห้องประชุม 110 อาคาร 100 ปี การสาธารณสุขไทย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จังหวัดนนทบุรี

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข ภายใต้แนวคิด “From Lab to Life” ยกระดับสุขภาพคนไทย ในฐานะหน่วยงานหลักที่มีบทบาทสำคัญในการเป็นห้องปฏิบัติการอ้างอิงและหน่วยตรวจสอบมาตรฐานด้านสุขภาพของประเทศ ซึ่งเป็นกลไกกลางเพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมด้านรังสีและเครื่องมือแพทย์ไทย โดยใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์การแพทย์และระบบมาตรฐานสากล (เช่น ISO/IEC 17025) เข้ามาสนับสนุนตั้งแต่วงจรการวิจัยพัฒนาจนถึงกระบวนการทดสอบมาตรฐาน สนับสนุนประเทศไทยเป็นศูนย์กลางสุขภาพด้านการแพทย์และสุขภาพ หรือ Wellness & Medical Hub ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

 
สำหรับการประชุมในครั้งนี้นับเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ รวบรวมนวัตกรรม และเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสนับสนุนการยกระดับเครื่องมือแพทย์ที่วิจัย พัฒนา และผลิตโดยคนไทยให้มีคุณภาพและได้มาตรฐาน เป็นที่ยอมรับของผู้ใช้และระบบบริการสุขภาพ นอกจากนี้ยังมีการประกวดผลงานวิชาการจากบุคลากรทางการแพทย์ นักวิจัย และนวัตกร จากโรงพยาบาล สถาบันการศึกษาด้วย ความร่วมมือครั้งนี้ เป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างระบบนิเวศด้านนวัตกรรมด้านรังสีและเครื่องมือแพทย์ของไทยให้เข้มแข็ง เชื่อมโยงงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่เศรษฐกิจใหม่ พร้อมสนับสนุนการพัฒนาประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านการแพทย์และสุขภาพระดับนานาชาติอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นต่อผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ไทย ลดการพึ่งพาและการนำเข้าผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศ เพื่อผลักดันผลงานนวัตกรรมเข้าสู่ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ

27 สิงหาคม 2569

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202604111793775785162321256-8341.jpg
INFOGRAPHIC : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อ Listeria monocytogenes ในอาหาร

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-732911597.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อลิสเทอเรียในอาหาร เตือนเชื้อนี้เจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น แนะเก็บแยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-415055800.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงอย่างถูกต้อง ห้ามนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงเกินจริง ย้ำใบรายงานผลทดสอบไม่ใช่ใบรับรองผลิตภัณฑ์

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงและประชาสัมพันธ์อย่างถูกต้อง หลังพบการนำผลทดสอบไปเผยแพร่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ย้ำใบรายงานผลการทดสอบแต่ละฉบับรับรองผลเฉพาะตัวอย่างที่ได้รับเท่านั้น ไม่ใช่การรับรองผลิตภัณฑ์ ต้องไม่กล่าวอ้างเกินขอบเขตการทดสอบ หรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุ้มครองผู้บริโภค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-789496760.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ชู 5 นโยบายปี 2570 ยกระดับสุขภาพประชาชน ลดค่าใช้จ่ายระบบสาธารณสุข

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มุ่งใช้ศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนระบบสาธารณสุขของประเทศ ผ่าน 5 นโยบายสำคัญในปีงบประมาณ 2570 ยกระดับการป้องกันโรคและคุณภาพบริการสุขภาพ ตั้งแต่การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตรวจคัดกรองโรคแม่และเด็ก ไปจนถึงการจัดทำแนวทางการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทั้งการตรวจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และรังสีวินิจฉัยอย่างสมเหตุผล ตลอดจนสนับสนุนการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรด้านสุขภาพอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-163174526.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมตรวจ “กาฬโรค” รู้ผลใน 24 ชั่วโมง ย้ำยึดหลักตามมาตรฐานความปลอดภัยชีวนิรภัยระดับ 3

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะห้องปฏิบัติการอ้างอิงของประเทศ มีความพร้อมและศักยภาพด้านความปลอดภัยทางชีวภาพระดับ 3 (Biosafety Level 3: BSL-3) รองรับการตรวจวินิจฉัยเชื้อก่อโรคกาฬโรคได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคของประเทศ ย้ำกาฬโรคเป็นโรคติดเชื้อที่มีความรุนแรง การเก็บและนำส่งตัวอย่าง รวมถึงการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ จึงต้องดำเนินการอย่างถูกต้องและปลอดภัย

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์