กรมวิทย์ฯ รับมอบเครื่องมือวิทยาศาสตร์ พร้อมวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์จากรัฐบาลญี่ปุ่น ภายใต้โครงการสนับสนุนตอบสนองต่อสถานการณ์ COVID-19 ของประเทศ

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
2,847
22 เมษายน 2567
กรมวิทย์ฯ รับมอบเครื่องมือวิทยาศาสตร์ พร้อมวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์จากรัฐบาลญี่ปุ่น ภายใต้โครงการสนับสนุนตอบสนองต่อสถานการณ์ COVID-19 ของประเทศ
 
 
 
 
 
 
 
วันนี้ (20 กันยายน 2566) ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมด้วย นางอุรีรัชต์ เจริญโต อธิบดีกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ นายแพทย์บัลลังก์ อุปพงษ์ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ดร.นายแพทย์อาชวินทร์ โรจนวิวัฒน์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข และคณะผู้บริหารกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ รับมอบเครื่องมือวิทยาศาสตร์ พร้อมวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์จากรัฐบาลญี่ปุ่น ภายใต้โครงการสนับสนุนตอบสนองต่อสถานการณ์ COVID-19 ของประเทศไทย 
 
 นายแพทย์ศุภกิจ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2565 รัฐบาลไทย และ รัฐบาลญี่ปุ่น ได้มีการลงนามหนังสือแลกเปลี่ยนว่าด้วยการให้ความช่วยเหลือแบบให้เปล่าของรัฐบาลญี่ปุ่น ภายใต้แผนงานสนับสนุนเร่งด่วนสำหรับการรับมือกับสถานการณ์ COVID-19 โดยมี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น และ นายคิชิดะ ฟูมิโอะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เป็นสักขีพยานการลงนามระหว่าง นางอุรีรัชต์ เจริญโต อธิบดีกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ  เป็นผู้ลงนามร่วมกับ นายนะชิดะ คะสุยะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย ณ ทำเนียบรัฐบาล

ทั้งนี้ ตามแผนงานดังกล่าวจะมีการส่งมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ในวงเงินงบประมาณ 500 ล้านเยน หรือประมาณ 120 ล้านบาท ให้แก่ฝ่ายไทย เพื่อรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาด ของโรค COVID-19 และเพื่อรองรับการดำเนินการภายหลังจากสถานการณ์ดังกล่าวคลี่คลาย
 
 
 
 
 
นายแพทย์ศุภกิจ กล่าวต่อว่า ในวันนี้ ได้รับเกียรติจาก นายยูอิจิ โอบะ อัครราชทูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย และ นายคาซึยะ ซูซุกิ หัวหน้าผู้แทนสำนักงานองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JICA) ประเทศไทย เป็นตัวแทนของรัฐบาลญี่ปุ่น ส่งมอบเครื่องมือวิทยาศาสตร์ พร้อมวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ ให้แก่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ภายใต้โครงการ Japanese Grant Assistance the Program for COVID-19 Crisis Response Emergency Support for the Department of Medical Sciences ผ่านองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JICA) และได้รับการอำนวยความสะดวกและติดต่อประสานงานจากกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ โดยเป็นเครื่องมือ Lumipulse G1200 จำนวน 1 รายการ รวมเป็นเงินงบประมาณราว 70 ล้านเยน หรือมูลค่ากว่า 16 ล้านบาท สำหรับทดสอบหาแอนติเจนของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีทางการแพทย์ของประเทศญี่ปุ่น สามารถนำมาใช้วินิจฉัยและเฝ้าระวังโรค สนับสนุนการตอบสนอง ต่อสถานการณ์ COVID-19 ของประเทศไทย สำหรับเครื่องมือดังกล่าวจะนำไปติดตั้งไว้ที่ห้องปฏิบัติการชีวนิรภัย ระดับ 3 (Biosafety Level 3 laboratory) สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการอ้างอิงของประเทศ ในการตรวจวินิจฉัยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) การประกันคุณภาพห้องปฏิบัติการเครือข่าย การวิจัยและพัฒนาต่างๆ ตลอดจนร่วมกับเครือข่ายป้องกันและควบคุมโรค เพื่อสุขภาวะที่ดีของประชาชน
 
 

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202624071784896248755547611-8151.JPG
กรมวิทย์ฯ ร่วมกับมูลนิธิธาลัสซีเมียฯ ปิดประชุมวิชาการครั้งที่ 27 เดินหน้าประเทศไทยสู่เป้าหมาย “ปลอดโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงในประชากรรุ่นใหม่” ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับมูลนิธิโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียแห่งประเทศไทย และภาคีเครือข่าย ปิดฉากการประชุมสัมมนาวิชาการธาลัสซีเมียแห่งชาติ ครั้งที่ 27 ประจำปี 2569 พร้อมมอบรางวัลผลงานวิจัยและผลงานวิชาการดีเด่น ตอกย้ำความร่วมมือทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย “ปลอดโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงในประชากรรุ่นใหม่” ด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมห้องปฏิบัติการขั้นสูง

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-356276721.jpg
เด็กไทยเกิดใหม่ทุกคน รู้ผลธาลัสซีเมีย ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง รู้เร็ว รักษาเร็ว ลดความรุนแรง มุ่งสู่คนไทยรุ่นใหม่ปลอดโรคธาลัสซีเมีย

กระทรวงสาธารณสุข โดย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มูลนิธิโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียแห่งประเทศไทย และ ภาคีเครือข่าย ร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ “ประชากรรุ่นใหม่ปลอดโรคธาลัสซีเมีย” โดยมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีห้องปฏิบัติการขั้นสูง ตรวจวินิจฉัยโรคให้มีความแม่นยำสูงสุด สามารถระบุพาหะและตัวแปรพันธุกรรมที่ซับซ้อนเพื่อการรักษาได้อย่างตรงจุดแม่นยำนำเข้าสู่ระบบบริการและผลักดันให้เป็นสิทธิประโยชน์เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงได้ พร้อมเร่งยกระดับห้องปฏิบัติการเครือข่ายทั่วประเทศให้มีคุณภาพมาตรฐานและจัดทำฐานข้อมูลระดับประเทศ เพื่อใช้สนับสนุนการวางนโยบายเพื่อการป้องกันและควบคุมโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-361965682.jpg
กรมวิทย์ฯ จับมือ กทม. ยกระดับอสส.เมืองกรุง ใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น เสริมเกราะคุ้มครองผู้บริโภคนชุมชน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร ติวเข้มอาสาสมัครสาธารณสุขวิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชน (อสส.) และพี่เลี้ยงกว่า 200 ชีวิต ด้วยแนวคิด “บันได 3 ขั้น” ตั้งแต่การเรียนรู้ผ่านระบบดิจิทัล การฝึกใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น ไปจนถึงการลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริง โดยมีพยาบาลวิชาชีพและเภสัชกรคอยเป็นพี่เลี้ยงดูแลอย่างใกล้ชิด มุ่งสร้างอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อร่วมกันเป็นพลังสำคัญของเครือข่ายเฝ้าระวัง แจ้งเตือนภัย และส่งต่อความรู้ด้านสุขภาพในชุมชน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-594091221.jpg
กรมวิทย์ฯ ผนึก สกร. ปั้น “ครูนักวิทย์” 77 จังหวัด ส่งเสริมความรอบรู้วิทยาศาสตร์การแพทย์ สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังความปลอดภัยอาหารและสุขภาพในชุมชน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จับมือ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) กระทรวงศึกษาธิการ เดินหน้าพัฒนา “ครูนักวิทย์” รุ่นแรก 154 คน จาก 77 จังหวัด เสริมทักษะด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และการใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เยาวชนและประชาชน สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านอาหาร ผลิตภัณฑ์สุขภาพ สิ่งแวดล้อม และน้ำบริโภคในระดับชุมชน มุ่งยกระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพ ลดความเสี่ยง และสร้างสังคมที่ปลอดภัยด้วยหลักฐานเชิงวิทยาศาสตร์

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202609071783584009677387105-8075.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมมือ JICA ชูเทคโนโลยีถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม (WGS) ยกระดับระบบเฝ้าระวังวัณโรคเชิงรุก มุ่งยุติวัณโรคของไทย

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายยุติวัณโรคของประเทศไทย ด้วยการนำเทคโนโลยีจีโนมิกส์และการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม (Whole Genome Sequencing: WGS) เสริมศักยภาพระบบเฝ้าระวังและสอบสวนโรค เปลี่ยนจากการรอรับผู้ป่วยในโรงพยาบาลสู่การค้นหาเชิงรุก พร้อมยกระดับสู่ "ระบบข่าวกรองสาธารณสุขเชิงรุกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลจีโนม" เพื่อหยุดการแพร่ระบาดของวัณโรคและวัณโรคดื้อยาอย่างมีประสิทธิภาพ

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์