กรมวิทย์ฯ รับมอบเครื่องมือวิทยาศาสตร์ พร้อมวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์จากรัฐบาลญี่ปุ่น ภายใต้โครงการสนับสนุนตอบสนองต่อสถานการณ์ COVID-19 ของประเทศ

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
11,018
27 พฤษภาคม 2567
กรมวิทย์ฯ รับมอบเครื่องมือวิทยาศาสตร์ พร้อมวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์จากรัฐบาลญี่ปุ่น ภายใต้โครงการสนับสนุนตอบสนองต่อสถานการณ์ COVID-19 ของประเทศ
 
 
 
 
 
 
 
วันนี้ (20 กันยายน 2566) ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมด้วย นางอุรีรัชต์ เจริญโต อธิบดีกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ นายแพทย์บัลลังก์ อุปพงษ์ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ดร.นายแพทย์อาชวินทร์ โรจนวิวัฒน์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข และคณะผู้บริหารกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ รับมอบเครื่องมือวิทยาศาสตร์ พร้อมวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์จากรัฐบาลญี่ปุ่น ภายใต้โครงการสนับสนุนตอบสนองต่อสถานการณ์ COVID-19 ของประเทศไทย 
 
 นายแพทย์ศุภกิจ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2565 รัฐบาลไทย และ รัฐบาลญี่ปุ่น ได้มีการลงนามหนังสือแลกเปลี่ยนว่าด้วยการให้ความช่วยเหลือแบบให้เปล่าของรัฐบาลญี่ปุ่น ภายใต้แผนงานสนับสนุนเร่งด่วนสำหรับการรับมือกับสถานการณ์ COVID-19 โดยมี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น และ นายคิชิดะ ฟูมิโอะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เป็นสักขีพยานการลงนามระหว่าง นางอุรีรัชต์ เจริญโต อธิบดีกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ  เป็นผู้ลงนามร่วมกับ นายนะชิดะ คะสุยะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย ณ ทำเนียบรัฐบาล

ทั้งนี้ ตามแผนงานดังกล่าวจะมีการส่งมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ในวงเงินงบประมาณ 500 ล้านเยน หรือประมาณ 120 ล้านบาท ให้แก่ฝ่ายไทย เพื่อรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาด ของโรค COVID-19 และเพื่อรองรับการดำเนินการภายหลังจากสถานการณ์ดังกล่าวคลี่คลาย
 
 
 
 
 
นายแพทย์ศุภกิจ กล่าวต่อว่า ในวันนี้ ได้รับเกียรติจาก นายยูอิจิ โอบะ อัครราชทูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย และ นายคาซึยะ ซูซุกิ หัวหน้าผู้แทนสำนักงานองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JICA) ประเทศไทย เป็นตัวแทนของรัฐบาลญี่ปุ่น ส่งมอบเครื่องมือวิทยาศาสตร์ พร้อมวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ ให้แก่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ภายใต้โครงการ Japanese Grant Assistance the Program for COVID-19 Crisis Response Emergency Support for the Department of Medical Sciences ผ่านองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JICA) และได้รับการอำนวยความสะดวกและติดต่อประสานงานจากกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ โดยเป็นเครื่องมือ Lumipulse G1200 จำนวน 1 รายการ รวมเป็นเงินงบประมาณราว 70 ล้านเยน หรือมูลค่ากว่า 16 ล้านบาท สำหรับทดสอบหาแอนติเจนของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีทางการแพทย์ของประเทศญี่ปุ่น สามารถนำมาใช้วินิจฉัยและเฝ้าระวังโรค สนับสนุนการตอบสนอง ต่อสถานการณ์ COVID-19 ของประเทศไทย สำหรับเครื่องมือดังกล่าวจะนำไปติดตั้งไว้ที่ห้องปฏิบัติการชีวนิรภัย ระดับ 3 (Biosafety Level 3 laboratory) สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการอ้างอิงของประเทศ ในการตรวจวินิจฉัยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) การประกันคุณภาพห้องปฏิบัติการเครือข่าย การวิจัยและพัฒนาต่างๆ ตลอดจนร่วมกับเครือข่ายป้องกันและควบคุมโรค เพื่อสุขภาวะที่ดีของประชาชน
 
 

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202604111793775785162321256-8341.jpg
INFOGRAPHIC : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อ Listeria monocytogenes ในอาหาร

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-732911597.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อลิสเทอเรียในอาหาร เตือนเชื้อนี้เจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น แนะเก็บแยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-415055800.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงอย่างถูกต้อง ห้ามนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงเกินจริง ย้ำใบรายงานผลทดสอบไม่ใช่ใบรับรองผลิตภัณฑ์

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงและประชาสัมพันธ์อย่างถูกต้อง หลังพบการนำผลทดสอบไปเผยแพร่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ย้ำใบรายงานผลการทดสอบแต่ละฉบับรับรองผลเฉพาะตัวอย่างที่ได้รับเท่านั้น ไม่ใช่การรับรองผลิตภัณฑ์ ต้องไม่กล่าวอ้างเกินขอบเขตการทดสอบ หรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุ้มครองผู้บริโภค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-789496760.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ชู 5 นโยบายปี 2570 ยกระดับสุขภาพประชาชน ลดค่าใช้จ่ายระบบสาธารณสุข

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มุ่งใช้ศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนระบบสาธารณสุขของประเทศ ผ่าน 5 นโยบายสำคัญในปีงบประมาณ 2570 ยกระดับการป้องกันโรคและคุณภาพบริการสุขภาพ ตั้งแต่การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตรวจคัดกรองโรคแม่และเด็ก ไปจนถึงการจัดทำแนวทางการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทั้งการตรวจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และรังสีวินิจฉัยอย่างสมเหตุผล ตลอดจนสนับสนุนการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรด้านสุขภาพอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-163174526.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมตรวจ “กาฬโรค” รู้ผลใน 24 ชั่วโมง ย้ำยึดหลักตามมาตรฐานความปลอดภัยชีวนิรภัยระดับ 3

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะห้องปฏิบัติการอ้างอิงของประเทศ มีความพร้อมและศักยภาพด้านความปลอดภัยทางชีวภาพระดับ 3 (Biosafety Level 3: BSL-3) รองรับการตรวจวินิจฉัยเชื้อก่อโรคกาฬโรคได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคของประเทศ ย้ำกาฬโรคเป็นโรคติดเชื้อที่มีความรุนแรง การเก็บและนำส่งตัวอย่าง รวมถึงการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ จึงต้องดำเนินการอย่างถูกต้องและปลอดภัย

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์