กรมวิทย์ฯ เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเครือข่ายห้องปฏิบัติการระดับภูมิภาค เชื่อมโยงความร่วมมือเพื่อการป้องกัน เฝ้าระวัง และตอบโต้โรคระบาดร้าย

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
882
10 พฤษภาคม 2567

กรมวิทย์ฯ เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเครือข่ายห้องปฏิบัติการระดับภูมิภาค เชื่อมโยงความร่วมมือเพื่อการป้องกัน เฝ้าระวัง และตอบโต้โรคระบาดร้าย

 

 

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม RPHL NETWORK ANNUAL PARTNERSHIP FORUM 2023 ภายใต้แนวคิด Advancing partnership for capacity building on laboratory systems โดยมี นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นประธาน พร้อมด้วย Dr.Jessica Markby จากมูลนิธิเพื่อการวินิจฉัยเชิงนวัตกรรมใหม่ (The Foundation for Innovative New Diagnostics - FIND), Jessica Spencer จากองค์กรลดภัยคุกคาม (Defense Threat Reduction Agency - DTRA) ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนการจัดประชุมครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมประชุมมากกว่า 100 คน จากเครือข่ายห้องปฏิบัติการสุขภาพคน ห้องปฏิบัติการสุขภาพสัตว์ของประเทศสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ และประเทศเนปาล นอกจากนี้ยังมี 2 ประเทศสมาชิกใหม่ ได้แก่ ปาปัวนิวกินี และติมอร์-เลสเต และผู้แทนจากกลุ่มประเทศผู้นำวาระความมั่นคงสุขภาพโลก (Global Health Security Agenda - GHSA) นอกจากนี้ ยังมีองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศ เช่น องค์การอนามัยโลก (WHO) องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) องค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ (WOAH) องค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา (USAID)  ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของประเทศสหรัฐอเมริกา (CDC) เป็นต้น โดยงานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15 - 17 พฤษภาคม 2566 ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชัน กรุงเทพฯ

 นายแพทย์ศุภกิจ กล่าวว่า จากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด 19 ที่ผ่านมา หลายประเทศได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของห้องปฏิบัติการเพื่อตรวจวินิจฉัยเชื้อโรค ให้สามารถตอบโต้กับภัยคุกคามด้านสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ การดำเนินการทางด้านห้องปฏิบัติการมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการตรวจวินิจฉัยโรค เพื่อให้เกิดการรักษาได้ถูกต้อง รวมถึงการตรวจสายพันธุ์ การตรวจภูมิคุ้มกัน การตรวจวัคซีน เป็นต้น ทำให้ประเทศไทย โดย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับนานาประเทศ และในการประชุมครั้งนี้เป็นโอกาสที่จะได้แลกเปลี่ยนเรื่องการรักษาศักยภาพของห้องปฏิบัติการหลังสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด 19 และวางแผนการพัฒนาศักยภาพต่อไป ซึ่งที่ผ่านมาเครือข่ายห้องปฏิบัติการสาธารณสุขระดับภูมิภาค (Regional Public Health Laboratory (RPHL) Network) ได้แสดงให้เห็นแล้วว่า เป็นเครือข่ายห้องปฏิบัติการที่สามารถจัดการตอบโต้กับภัยคุกความด้านสาธารณสุขในระดับภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิคได้เป็นอย่างดี 

ทั้งนี้ เครือข่ายห้องปฏิบัติการ RPHL Network จัดตั้งขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ.2562 ภายใต้วาระความมั่นคงสุขภาพโลก โดยได้รับทุนสนับสนุนจาก USAID ขณะนี้มีเครือข่ายประกอบด้วยสมาชิก 13 ประเทศ 

การเป็นเครือข่ายความร่วมมือด้านการตอบโต้โรคระบาด นอกจากความไว้วางใจซึ่งกันและกันแล้ว การวางกลยุทธ์เกี่ยวกับทิศทางของเครือข่ายยังเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก ดังนั้น สมาชิกทั้ง 13 ประเทศ จึงร่วมกันแลกเปลี่ยนสมรรถนะและประสบการณ์ทางห้องปฏิบัติการของแต่ละประเทศเพื่อพัฒนาศักยภาพของเครือข่ายให้เข้มแข็ง

 ในการประชุมครั้งนี้ ยังเป็นโอกาสที่ดีในการพัฒนาความสัมพันธ์ของประเทศสมาชิกในแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการสร้างและรักษาศักยภาพของเครือข่ายในการตอบโต้กับภัยคุกความด้านสาธารณสุขที่อาจเกิดขึ้นในภายภาคหน้าได้

“แม้ว่า WHO ได้ประกาศยุติภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขโลก (Public Health Emergency of International Concern) ของโรคโควิด-19 ในส่วนของห้องปฏิบัติการยังคงตรวจวิเคราะห์สายพันธุ์อย่างต่อเนื่องเพื่อติดตามการกลายพันธุ์ว่าจะมีโอกาสที่จะมีปัญหากับโลกของเราได้มากแค่ไหน โดยมีการเฝ้าระวังตามความเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน” นายแพทย์ศุภกิจ กล่าวทิ้งท้าย

 

 

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202624071784896248755547611-8151.JPG
กรมวิทย์ฯ ร่วมกับมูลนิธิธาลัสซีเมียฯ ปิดประชุมวิชาการครั้งที่ 27 เดินหน้าประเทศไทยสู่เป้าหมาย “ปลอดโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงในประชากรรุ่นใหม่” ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับมูลนิธิโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียแห่งประเทศไทย และภาคีเครือข่าย ปิดฉากการประชุมสัมมนาวิชาการธาลัสซีเมียแห่งชาติ ครั้งที่ 27 ประจำปี 2569 พร้อมมอบรางวัลผลงานวิจัยและผลงานวิชาการดีเด่น ตอกย้ำความร่วมมือทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย “ปลอดโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงในประชากรรุ่นใหม่” ด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมห้องปฏิบัติการขั้นสูง

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-356276721.jpg
เด็กไทยเกิดใหม่ทุกคน รู้ผลธาลัสซีเมีย ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง รู้เร็ว รักษาเร็ว ลดความรุนแรง มุ่งสู่คนไทยรุ่นใหม่ปลอดโรคธาลัสซีเมีย

กระทรวงสาธารณสุข โดย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มูลนิธิโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียแห่งประเทศไทย และ ภาคีเครือข่าย ร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ “ประชากรรุ่นใหม่ปลอดโรคธาลัสซีเมีย” โดยมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีห้องปฏิบัติการขั้นสูง ตรวจวินิจฉัยโรคให้มีความแม่นยำสูงสุด สามารถระบุพาหะและตัวแปรพันธุกรรมที่ซับซ้อนเพื่อการรักษาได้อย่างตรงจุดแม่นยำนำเข้าสู่ระบบบริการและผลักดันให้เป็นสิทธิประโยชน์เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงได้ พร้อมเร่งยกระดับห้องปฏิบัติการเครือข่ายทั่วประเทศให้มีคุณภาพมาตรฐานและจัดทำฐานข้อมูลระดับประเทศ เพื่อใช้สนับสนุนการวางนโยบายเพื่อการป้องกันและควบคุมโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-361965682.jpg
กรมวิทย์ฯ จับมือ กทม. ยกระดับอสส.เมืองกรุง ใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น เสริมเกราะคุ้มครองผู้บริโภคนชุมชน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร ติวเข้มอาสาสมัครสาธารณสุขวิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชน (อสส.) และพี่เลี้ยงกว่า 200 ชีวิต ด้วยแนวคิด “บันได 3 ขั้น” ตั้งแต่การเรียนรู้ผ่านระบบดิจิทัล การฝึกใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น ไปจนถึงการลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริง โดยมีพยาบาลวิชาชีพและเภสัชกรคอยเป็นพี่เลี้ยงดูแลอย่างใกล้ชิด มุ่งสร้างอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อร่วมกันเป็นพลังสำคัญของเครือข่ายเฝ้าระวัง แจ้งเตือนภัย และส่งต่อความรู้ด้านสุขภาพในชุมชน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-594091221.jpg
กรมวิทย์ฯ ผนึก สกร. ปั้น “ครูนักวิทย์” 77 จังหวัด ส่งเสริมความรอบรู้วิทยาศาสตร์การแพทย์ สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังความปลอดภัยอาหารและสุขภาพในชุมชน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จับมือ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) กระทรวงศึกษาธิการ เดินหน้าพัฒนา “ครูนักวิทย์” รุ่นแรก 154 คน จาก 77 จังหวัด เสริมทักษะด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และการใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เยาวชนและประชาชน สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านอาหาร ผลิตภัณฑ์สุขภาพ สิ่งแวดล้อม และน้ำบริโภคในระดับชุมชน มุ่งยกระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพ ลดความเสี่ยง และสร้างสังคมที่ปลอดภัยด้วยหลักฐานเชิงวิทยาศาสตร์

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202609071783584009677387105-8075.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมมือ JICA ชูเทคโนโลยีถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม (WGS) ยกระดับระบบเฝ้าระวังวัณโรคเชิงรุก มุ่งยุติวัณโรคของไทย

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายยุติวัณโรคของประเทศไทย ด้วยการนำเทคโนโลยีจีโนมิกส์และการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม (Whole Genome Sequencing: WGS) เสริมศักยภาพระบบเฝ้าระวังและสอบสวนโรค เปลี่ยนจากการรอรับผู้ป่วยในโรงพยาบาลสู่การค้นหาเชิงรุก พร้อมยกระดับสู่ "ระบบข่าวกรองสาธารณสุขเชิงรุกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลจีโนม" เพื่อหยุดการแพร่ระบาดของวัณโรคและวัณโรคดื้อยาอย่างมีประสิทธิภาพ

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์