กรมวิทย์ฯ เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเครือข่ายห้องปฏิบัติการระดับภูมิภาค เชื่อมโยงความร่วมมือเพื่อการป้องกัน เฝ้าระวัง และตอบโต้โรคระบาดร้าย

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
1,464
27 พฤษภาคม 2567

กรมวิทย์ฯ เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเครือข่ายห้องปฏิบัติการระดับภูมิภาค เชื่อมโยงความร่วมมือเพื่อการป้องกัน เฝ้าระวัง และตอบโต้โรคระบาดร้าย

 

 

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม RPHL NETWORK ANNUAL PARTNERSHIP FORUM 2023 ภายใต้แนวคิด Advancing partnership for capacity building on laboratory systems โดยมี นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นประธาน พร้อมด้วย Dr.Jessica Markby จากมูลนิธิเพื่อการวินิจฉัยเชิงนวัตกรรมใหม่ (The Foundation for Innovative New Diagnostics - FIND), Jessica Spencer จากองค์กรลดภัยคุกคาม (Defense Threat Reduction Agency - DTRA) ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนการจัดประชุมครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมประชุมมากกว่า 100 คน จากเครือข่ายห้องปฏิบัติการสุขภาพคน ห้องปฏิบัติการสุขภาพสัตว์ของประเทศสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ และประเทศเนปาล นอกจากนี้ยังมี 2 ประเทศสมาชิกใหม่ ได้แก่ ปาปัวนิวกินี และติมอร์-เลสเต และผู้แทนจากกลุ่มประเทศผู้นำวาระความมั่นคงสุขภาพโลก (Global Health Security Agenda - GHSA) นอกจากนี้ ยังมีองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศ เช่น องค์การอนามัยโลก (WHO) องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) องค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ (WOAH) องค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา (USAID)  ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของประเทศสหรัฐอเมริกา (CDC) เป็นต้น โดยงานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15 - 17 พฤษภาคม 2566 ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชัน กรุงเทพฯ

 นายแพทย์ศุภกิจ กล่าวว่า จากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด 19 ที่ผ่านมา หลายประเทศได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของห้องปฏิบัติการเพื่อตรวจวินิจฉัยเชื้อโรค ให้สามารถตอบโต้กับภัยคุกคามด้านสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ การดำเนินการทางด้านห้องปฏิบัติการมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการตรวจวินิจฉัยโรค เพื่อให้เกิดการรักษาได้ถูกต้อง รวมถึงการตรวจสายพันธุ์ การตรวจภูมิคุ้มกัน การตรวจวัคซีน เป็นต้น ทำให้ประเทศไทย โดย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับนานาประเทศ และในการประชุมครั้งนี้เป็นโอกาสที่จะได้แลกเปลี่ยนเรื่องการรักษาศักยภาพของห้องปฏิบัติการหลังสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด 19 และวางแผนการพัฒนาศักยภาพต่อไป ซึ่งที่ผ่านมาเครือข่ายห้องปฏิบัติการสาธารณสุขระดับภูมิภาค (Regional Public Health Laboratory (RPHL) Network) ได้แสดงให้เห็นแล้วว่า เป็นเครือข่ายห้องปฏิบัติการที่สามารถจัดการตอบโต้กับภัยคุกความด้านสาธารณสุขในระดับภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิคได้เป็นอย่างดี 

ทั้งนี้ เครือข่ายห้องปฏิบัติการ RPHL Network จัดตั้งขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ.2562 ภายใต้วาระความมั่นคงสุขภาพโลก โดยได้รับทุนสนับสนุนจาก USAID ขณะนี้มีเครือข่ายประกอบด้วยสมาชิก 13 ประเทศ 

การเป็นเครือข่ายความร่วมมือด้านการตอบโต้โรคระบาด นอกจากความไว้วางใจซึ่งกันและกันแล้ว การวางกลยุทธ์เกี่ยวกับทิศทางของเครือข่ายยังเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก ดังนั้น สมาชิกทั้ง 13 ประเทศ จึงร่วมกันแลกเปลี่ยนสมรรถนะและประสบการณ์ทางห้องปฏิบัติการของแต่ละประเทศเพื่อพัฒนาศักยภาพของเครือข่ายให้เข้มแข็ง

 ในการประชุมครั้งนี้ ยังเป็นโอกาสที่ดีในการพัฒนาความสัมพันธ์ของประเทศสมาชิกในแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการสร้างและรักษาศักยภาพของเครือข่ายในการตอบโต้กับภัยคุกความด้านสาธารณสุขที่อาจเกิดขึ้นในภายภาคหน้าได้

“แม้ว่า WHO ได้ประกาศยุติภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขโลก (Public Health Emergency of International Concern) ของโรคโควิด-19 ในส่วนของห้องปฏิบัติการยังคงตรวจวิเคราะห์สายพันธุ์อย่างต่อเนื่องเพื่อติดตามการกลายพันธุ์ว่าจะมีโอกาสที่จะมีปัญหากับโลกของเราได้มากแค่ไหน โดยมีการเฝ้าระวังตามความเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน” นายแพทย์ศุภกิจ กล่าวทิ้งท้าย

 

 

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202604111793775785162321256-8341.jpg
INFOGRAPHIC : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อ Listeria monocytogenes ในอาหาร

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-732911597.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อลิสเทอเรียในอาหาร เตือนเชื้อนี้เจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น แนะเก็บแยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-415055800.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงอย่างถูกต้อง ห้ามนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงเกินจริง ย้ำใบรายงานผลทดสอบไม่ใช่ใบรับรองผลิตภัณฑ์

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงและประชาสัมพันธ์อย่างถูกต้อง หลังพบการนำผลทดสอบไปเผยแพร่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ย้ำใบรายงานผลการทดสอบแต่ละฉบับรับรองผลเฉพาะตัวอย่างที่ได้รับเท่านั้น ไม่ใช่การรับรองผลิตภัณฑ์ ต้องไม่กล่าวอ้างเกินขอบเขตการทดสอบ หรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุ้มครองผู้บริโภค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-789496760.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ชู 5 นโยบายปี 2570 ยกระดับสุขภาพประชาชน ลดค่าใช้จ่ายระบบสาธารณสุข

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มุ่งใช้ศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนระบบสาธารณสุขของประเทศ ผ่าน 5 นโยบายสำคัญในปีงบประมาณ 2570 ยกระดับการป้องกันโรคและคุณภาพบริการสุขภาพ ตั้งแต่การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตรวจคัดกรองโรคแม่และเด็ก ไปจนถึงการจัดทำแนวทางการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทั้งการตรวจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และรังสีวินิจฉัยอย่างสมเหตุผล ตลอดจนสนับสนุนการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรด้านสุขภาพอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-163174526.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมตรวจ “กาฬโรค” รู้ผลใน 24 ชั่วโมง ย้ำยึดหลักตามมาตรฐานความปลอดภัยชีวนิรภัยระดับ 3

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะห้องปฏิบัติการอ้างอิงของประเทศ มีความพร้อมและศักยภาพด้านความปลอดภัยทางชีวภาพระดับ 3 (Biosafety Level 3: BSL-3) รองรับการตรวจวินิจฉัยเชื้อก่อโรคกาฬโรคได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคของประเทศ ย้ำกาฬโรคเป็นโรคติดเชื้อที่มีความรุนแรง การเก็บและนำส่งตัวอย่าง รวมถึงการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ จึงต้องดำเนินการอย่างถูกต้องและปลอดภัย

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์