กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เร่งพัฒนาห้องแลปตรวจสารตกค้างในตลาดสดเพื่อสร้างความเชื่อมั่นผู้บริโภค

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
3,272
4 กันยายน 2560

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้พัฒนาห้องแลปตรวจสารตกค้างในตลาดสดมาอย่างต่อเนื่องและในปีนี้ กรมวิทย์ฯ ได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายเขตสุขภาพที่ 10 พัฒนาห้องแลปตรวจสารเคมีกำจัดแมลงในผักสดและ ผลไม้สดของตลาดเจริญศรี อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นตลาดค้าส่งที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสานตอนล่างในการตรวจเฝ้าระวังความปลอดภัยพืชผักและผลไม้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในพื้นที่ อีสานใต้และประเทศเพื่อนบ้าน



นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า ตลาดเจริญศรี อำเภอวาริน ชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี เป็นศูนย์กลางตลาดค้าส่งผักสดและผลไม้สดขนาดใหญ่ที่สุดในภาคอีสานตอนล่าง โดยเป็นแหล่งรวบรวมและกระจายผักสด ผลไม้สดจากทุกภาคของประเทศออกสู่ผู้บริโภคครอบคลุมพื้นที่ทั้งในประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว เขมร เวียดนาม สามารถรองรับปริมาณการค้าได้วันละไม่น้อยกว่า 300 ตัน ซึ่งในปีงบประมาณ 2557 -2558 กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 10 อุบลราชธานี ได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายในเขตสุขภาพที่ 10 ดำเนินการตรวจเฝ้าระวังความปลอดภัยของพืชผักและผลไม้ เพื่อตรวจหาสารพิษที่ตกค้าง และแจ้งข้อมูลผลการตรวจให้กับผู้ประกอบการและตลาดเพื่อใช้ประโยชน์ในการคัดเลือกสินค้า ที่นำมาจำหน่ายให้มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค 

นอกจากนี้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ให้ความรู้เรื่องอันตรายของสารพิษ การลดการปนเปื้อน การตรวจสอบสารพิษตกค้างในผักสดและผลไม้สด และวิธีการใช้ชุดตรวจเบื้องต้น ทำให้ผู้ประกอบการและเจ้าของตลาดเจริญศรีมีความรู้ความเข้าใจ และให้ความสำคัญของการจัดตั้งห้องปฏิบัติการตรวจสอบหาชนิดสารเคมีตกค้างในผักสดและผลไม้สด โดยในปี 2560 ตลาดเจริญศรีสามารถจัดตั้งห้องปฏิบัติการตรวจสารปนเปื้อนในอาหาร ซึ่งสามารถตรวจสอบหาชนิดสารเคมีกำจัดแมลง 4 กลุ่ม ในผัก ผลไม้และธัญพืช ชนิด Organophosphate, Carbamate, Pyrethroid, Organochlorine ด้วยชุดทดสอบ TM kit โดยศาสตราจารย์คลินิกพิเศษ นพ.เสรี ตู้จินดา ประธานคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้เป็นประธานเปิดห้องปฏิบัติการ "ตรวจสารปนเปื้อนในอาหาร" อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2560 ที่ผ่านมา พร้อมให้นโยบายโรงพยาบาลทุกแห่งในเขต 10 จัดหาผักที่มีความปลอดภัยจากตลาดค้าส่งเจริญศรี เพื่อลดความสูญเสีย สิ้นเปลืองงบประมาณในการตรวจเฝ้าระวังยาฆ่าแมลงที่โรงพยาบาล ซึ่งเป็นการบูรณาการการตรวจสอบคุณภาพอาหารปลอดภัยตลอดทั้งห่วงโซ่อาหาร ตั้งแต่ต้นทาง คือสถานที่ปลูกผักส่งขายผู้ประกอบการในตลาดค้าส่ง กลางทาง คือตลาดค้าส่ง และปลายทางคือโรงพยาบาลที่ใช้ผักประกอบอาหารให้ผู้ป่วยในโรงพยาบาล ตามนโยบายโรงพยาบาลอาหารปลอดภัย

อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปีงบประมาณ 2560 ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 10 อุบลราชธานี ได้ลงทุนจัดหาเครื่องมือและพัฒนาศักยภาพห้องปฏิบัติการให้เป็นห้องปฏิบัติการอ้างอิงตรวจหาปริมาณสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชตกค้างในผักและผลไม้ได้ถึง 60 ชนิด และจะเริ่มให้บริการในปีงบประมาณ 2561 และยังมีแผนขยายขอบข่ายการตรวจหาปริมาณสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชให้ครอบคลุม 120 ชนิดปีต่อไป 

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202604111793775785162321256-8341.jpg
INFOGRAPHIC : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อ Listeria monocytogenes ในอาหาร

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-732911597.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อลิสเทอเรียในอาหาร เตือนเชื้อนี้เจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น แนะเก็บแยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-415055800.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงอย่างถูกต้อง ห้ามนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงเกินจริง ย้ำใบรายงานผลทดสอบไม่ใช่ใบรับรองผลิตภัณฑ์

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงและประชาสัมพันธ์อย่างถูกต้อง หลังพบการนำผลทดสอบไปเผยแพร่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ย้ำใบรายงานผลการทดสอบแต่ละฉบับรับรองผลเฉพาะตัวอย่างที่ได้รับเท่านั้น ไม่ใช่การรับรองผลิตภัณฑ์ ต้องไม่กล่าวอ้างเกินขอบเขตการทดสอบ หรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุ้มครองผู้บริโภค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-789496760.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ชู 5 นโยบายปี 2570 ยกระดับสุขภาพประชาชน ลดค่าใช้จ่ายระบบสาธารณสุข

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มุ่งใช้ศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนระบบสาธารณสุขของประเทศ ผ่าน 5 นโยบายสำคัญในปีงบประมาณ 2570 ยกระดับการป้องกันโรคและคุณภาพบริการสุขภาพ ตั้งแต่การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตรวจคัดกรองโรคแม่และเด็ก ไปจนถึงการจัดทำแนวทางการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทั้งการตรวจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และรังสีวินิจฉัยอย่างสมเหตุผล ตลอดจนสนับสนุนการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรด้านสุขภาพอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-163174526.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมตรวจ “กาฬโรค” รู้ผลใน 24 ชั่วโมง ย้ำยึดหลักตามมาตรฐานความปลอดภัยชีวนิรภัยระดับ 3

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะห้องปฏิบัติการอ้างอิงของประเทศ มีความพร้อมและศักยภาพด้านความปลอดภัยทางชีวภาพระดับ 3 (Biosafety Level 3: BSL-3) รองรับการตรวจวินิจฉัยเชื้อก่อโรคกาฬโรคได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคของประเทศ ย้ำกาฬโรคเป็นโรคติดเชื้อที่มีความรุนแรง การเก็บและนำส่งตัวอย่าง รวมถึงการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ จึงต้องดำเนินการอย่างถูกต้องและปลอดภัย

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์