กรมวิทย์ฯ ร่วมเครือข่าย จับมือญี่ปุ่น ชูเทคโนโลยีจีโนมิกส์ ยกระดับตรวจ–รักษาวัณโรค มุ่งยุติโรคในไทย

โดย : ฝ่ายประชาสัมพันธ์
71
27 ตุลาคม 2569

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (JICA) สรุปผลโครงการความร่วมมือไทย–ญี่ปุ่น ชูความสำเร็จการนำเทคโนโลยีจีโนมิกส์และนวัตกรรมทางการแพทย์มาประยุกต์ใช้ในการควบคุมวัณโรค ทั้งการสอบสวนการระบาด การรักษาแบบเฉพาะบุคคล และการพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการแพทย์ พร้อมเดินหน้าต่อยอดผลงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์จริง สนับสนุนเป้าหมายการยุติวัณโรคของประเทศไทย
เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2569 ดร.นพ.อดิสรณ์ วรรธนะศักดิ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มอบหมายให้ ดร.นพ.สุรเดชช ชวะเดช รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นประธานเปิดการประชุมสรุปผลการดำเนินงานโครงการ JICA TCP/ASIST TB เพื่อรายงานผลสำเร็จ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ทบทวนปัญหาอุปสรรค และหารือแนวทางต่อยอดงานวิจัย โดยมีผู้แทน JICA ผู้เชี่ยวชาญจากประเทศญี่ปุ่น ผู้แทนสำนักงานป้องกันควบคุมโรค โรงพยาบาล และหน่วยงานภาคีเครือข่ายเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 801 อาคาร 8 กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์










ดร.นพ.อดิสรณ์ วรรธนะศักดิ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับ JICA ดำเนินโครงการความร่วมมือไทย–ญี่ปุ่น “Social Implementation of Infectious Disease Control using Genomic Information and Innovative Technology (JICA TCP/ASIST TB)” เพื่อประยุกต์ใช้เทคโนโลยีด้านจีโนมิกส์และภูมิคุ้มกันวิทยาในการควบคุมวัณโรคของประเทศไทย โดยต่อยอดจากโครงการวิจัยสู่การนำนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ในระบบสาธารณสุขอย่างเป็นรูปธรรม ผลการประเมินโครงการพบว่ามีประสิทธิผลและความยั่งยืนอยู่ในระดับสูง และบรรลุวัตถุประสงค์เป็นส่วนใหญ่
สำหรับผลสำเร็จสำคัญของโครงการ ครอบคลุม 4 ด้าน ได้แก่ 1) การใช้เทคโนโลยีจีโนมิกส์ควบคุมวัณโรค โดยจัดทำแนวทางระดับชาติในการใช้เทคโนโลยีถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม (Whole Genome Sequencing: WGS) เพื่อสนับสนุนการสอบสวนกลุ่มก้อนการระบาดของวัณโรค ซึ่งอยู่ระหว่างเตรียมเผยแพร่ พร้อมพัฒนาศักยภาพการตรวจวิเคราะห์เพื่อสนับสนุนโรงพยาบาลและหน่วยงานสาธารณสุขทั่วประเทศ 2) การรักษาวัณโรคแบบเฉพาะบุคคล พัฒนาแนวทางปรับขนาดยาต้านวัณโรค Isoniazid ตามลักษณะทางพันธุกรรมยีน NAT2 ของผู้ป่วย เพื่อเพิ่มความเหมาะสมในการรักษาและลดความเสี่ยงภาวะตับอักเสบจากการใช้ยา 3) การตรวจการติดเชื้อวัณโรคและสอบสวนผู้สัมผัส โดยเสริมศักยภาพการตรวจหาวัณโรคแฝงด้วยวิธี IGRA ที่โรงพยาบาลร้อยเอ็ด สะท้อนความเป็นไปได้ในการนำเทคโนโลยีขั้นสูงไปใช้ในระดับจังหวัด และ 4) การพัฒนาบุคลากร เพิ่มพูนความรู้และทักษะด้านจีโนมิกส์ ชีวสารสนเทศ เภสัชพันธุศาสตร์ ภูมิคุ้มกันวิทยา และระบาดวิทยา ให้แก่แพทย์ นักวิทยาศาสตร์ บุคลากรห้องปฏิบัติการ และนักสาธารณสุข

อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้โครงการจะสิ้นสุดลงแล้ว แต่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ยังคงเดินหน้าต่อยอดผลสำเร็จ โดยร่วมกับกรมควบคุมโรคถ่ายทอดองค์ความรู้และแนวทางปฏิบัติแก่โรงพยาบาลและหน่วยงานสาธารณสุข ศึกษาการนำเทคโนโลยี WGS ไปใช้ในเขตสุขภาพที่ 5 ติดตามผลการรักษาตามแนวทาง NAT2 ในระยะยาว รวมทั้งประสานความร่วมมือเพื่อจัดหาแหล่งทุนที่ยั่งยืน และผลักดันให้การตรวจ WGS พัฒนาเป็นบริการประจำในระบบสาธารณสุข

“ความร่วมมือไทย–ญี่ปุ่นครั้งนี้สะท้อนแนวคิด From Lab to Life ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ที่มุ่งนำองค์ความรู้และนวัตกรรมจากห้องปฏิบัติการไปใช้ประโยชน์จริง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจวินิจฉัย การรักษา และการควบคุมโรค พร้อมสานต่อความร่วมมือด้านการวิจัยและการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับประเทศญี่ปุ่น ตลอดจนขยายผลสู่ประเทศในภูมิภาค เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการยุติวัณโรคอย่างยั่งยืน” อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าว

****** 27 ตุลาคม 2569 ******

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-789496760.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ชู 5 นโยบายปี 2570 ยกระดับสุขภาพประชาชน ลดค่าใช้จ่ายระบบสาธารณสุข

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มุ่งใช้ศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนระบบสาธารณสุขของประเทศ ผ่าน 5 นโยบายสำคัญในปีงบประมาณ 2570 ยกระดับการป้องกันโรคและคุณภาพบริการสุขภาพ ตั้งแต่การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตรวจคัดกรองโรคแม่และเด็ก ไปจนถึงการจัดทำแนวทางการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทั้งการตรวจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และรังสีวินิจฉัยอย่างสมเหตุผล ตลอดจนสนับสนุนการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรด้านสุขภาพอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-163174526.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมตรวจ “กาฬโรค” รู้ผลใน 24 ชั่วโมง ย้ำยึดหลักตามมาตรฐานความปลอดภัยชีวนิรภัยระดับ 3

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะห้องปฏิบัติการอ้างอิงของประเทศ มีความพร้อมและศักยภาพด้านความปลอดภัยทางชีวภาพระดับ 3 (Biosafety Level 3: BSL-3) รองรับการตรวจวินิจฉัยเชื้อก่อโรคกาฬโรคได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคของประเทศ ย้ำกาฬโรคเป็นโรคติดเชื้อที่มีความรุนแรง การเก็บและนำส่งตัวอย่าง รวมถึงการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ จึงต้องดำเนินการอย่างถูกต้องและปลอดภัย

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202627091790511717671560986-8281.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ส่งมอบชุดตรวจและผลิตภัณฑ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมด้วย นพ.วัชรพงษ์ คำหล้า รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์, ผอ.วิชาดา จงมีวาสนา ผู้อำนวยการสำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร และ ผอ.พรชัย สินเจริญโภไคย ผู้อำนวยการศูนย์ตอบโต้เหตุฉุกเฉินด้านห้องปฏิบัติการและรังสี นำ ทีมปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินทางห้องปฏิบัติการและรังสี (LERT) กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ส่งมอบชุดตรวจและผลิตภัณฑ์สำหรับช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมให้แก่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์