กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อลิสเทอเรียในอาหาร เตือนเชื้อนี้เจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น แนะเก็บแยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

โดย : ฝ่ายประชาสัมพันธ์
95
3 พฤศจิกายน 2569

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค
ดร.นพ.อดิสรณ์ วรรธนะศักดิ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้ความสำคัญกับการเฝ้าระวังและตรวจวิเคราะห์เชื้อก่อโรคในอาหาร เพื่อสนับสนุนการประเมินความปลอดภัยของอาหารและการคุ้มครองสุขภาพประชาชน โดยเฉพาะเชื้อ Listeria monocytogenes ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่ต้องเฝ้าระวัง เนื่องจากสามารถอยู่รอดและเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น อุณหภูมิต่ำประมาณ 4 องศาเซลเซียส จึงแตกต่างจากแบคทีเรียก่อโรคหลายชนิดที่เจริญเติบโต ได้ช้าลงเมื่ออยู่ในตู้เย็น ดังนั้นการแช่เย็นจึงไม่สามารถยับยั้งหรือกำจัดเชื้อชนิดนี้ได้ทั้งหมด
เชื้อ Listeria monocytogenes อาจปนเปื้อนในอาหารได้หลายประเภท โดยเฉพาะอาหารพร้อมบริโภคที่เก็บรักษา ในตู้เย็น เนื้อสัตว์แปรรูป เช่น แฮมและไส้กรอก อาหารทะเลพร้อมบริโภค ผลิตภัณฑ์นมที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้ออย่างเหมาะสม รวมถึงผักและผลไม้สดที่ล้างไม่สะอาด หรือเห็ดเข็มทองปนเปื้อนเชื้อจากดินหรือน้ำ โดยอาจก่อให้เกิด โรคลิสเทอริโอซิส หากติดเชื้อดังกล่าวอาจทำให้เกิดอาการไข้ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ คลื่นไส้ อาเจียน หรือท้องเสีย ในบางรายเชื้ออาจแพร่กระจายเข้าสู่กระแสเลือดหรือระบบประสาท ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ โดยกลุ่มที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ หญิงตั้งครรภ์ ซึ่งการติดเชื้ออาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำหรือมีโรคประจำตัวบางชนิด





ดร.นพ.อดิสรณ์ กล่าวต่ออีกว่า "ขอแนะนำประชาชนให้เลือกซื้ออาหารจากแหล่งจำหน่ายที่เชื่อถือได้, ตรวจสอบวันผลิตและวันหมดอายุ, เลือกผลิตภัณฑ์ที่บรรจุอยู่ในสภาพสมบูรณ์ และเก็บรักษาอาหารตามอุณหภูมิที่ผู้ผลิตกำหนด, ควรแยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค, ล้างมือและอุปกรณ์ประกอบอาหารให้สะอาด รวมทั้งปรุงอาหารให้สุกอย่างทั่วถึงก่อนรับประทาน โดยเฉพาะอาหารที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค"
นอกจากนี้ ห้องปฏิบัติการของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มีเครื่องจำแนกเชื้อแบบอัตโนมัติ (Automated Microbiology system) ซึ่งทราบผลภายใน 6-24 ชั่วโมง จะทำให้สามารถจัดการควบคุมโรคได้รวดเร็วขึ้น และเป็นบริการทางห้องปฏิบัติการที่มีความสำคัญต่อการตรวจสอบและเฝ้าระวังความปลอดภัยอาหาร ช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ประกอบการสามารถนำผลการตรวจวิเคราะห์ไปใช้ประกอบการประเมินความเสี่ยงและพิจารณาดำเนินการตามมาตรการที่เกี่ยวข้อง สำหรับผู้ประกอบการสามารถส่งตัวอย่างตรวจวิเคราะห์เชื้อ Listeria monocytogenes ในอาหาร หรือต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเภทตัวอย่าง ปริมาณตัวอย่าง วิธีการเก็บและส่งตัวอย่าง ระยะเวลาตรวจวิเคราะห์ และอัตราค่าบริการ ได้ที่ ศูนย์รวมบริการกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ หรือสำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โทรศัพท์ 0 2951 0000, 0 2589 9850 - 8 ต่อ 99967, 99561, 99965, 99953

****** 3 พฤศจิกายน 2569 ******

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202603111793687222922259708-8341.jpg
INFOGRAPHIC : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อ Listeria monocytogenes ในอาหาร

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-415055800.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงอย่างถูกต้อง ห้ามนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงเกินจริง ย้ำใบรายงานผลทดสอบไม่ใช่ใบรับรองผลิตภัณฑ์

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงและประชาสัมพันธ์อย่างถูกต้อง หลังพบการนำผลทดสอบไปเผยแพร่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ย้ำใบรายงานผลการทดสอบแต่ละฉบับรับรองผลเฉพาะตัวอย่างที่ได้รับเท่านั้น ไม่ใช่การรับรองผลิตภัณฑ์ ต้องไม่กล่าวอ้างเกินขอบเขตการทดสอบ หรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุ้มครองผู้บริโภค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-789496760.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ชู 5 นโยบายปี 2570 ยกระดับสุขภาพประชาชน ลดค่าใช้จ่ายระบบสาธารณสุข

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มุ่งใช้ศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนระบบสาธารณสุขของประเทศ ผ่าน 5 นโยบายสำคัญในปีงบประมาณ 2570 ยกระดับการป้องกันโรคและคุณภาพบริการสุขภาพ ตั้งแต่การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตรวจคัดกรองโรคแม่และเด็ก ไปจนถึงการจัดทำแนวทางการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทั้งการตรวจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และรังสีวินิจฉัยอย่างสมเหตุผล ตลอดจนสนับสนุนการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรด้านสุขภาพอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-163174526.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมตรวจ “กาฬโรค” รู้ผลใน 24 ชั่วโมง ย้ำยึดหลักตามมาตรฐานความปลอดภัยชีวนิรภัยระดับ 3

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะห้องปฏิบัติการอ้างอิงของประเทศ มีความพร้อมและศักยภาพด้านความปลอดภัยทางชีวภาพระดับ 3 (Biosafety Level 3: BSL-3) รองรับการตรวจวินิจฉัยเชื้อก่อโรคกาฬโรคได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคของประเทศ ย้ำกาฬโรคเป็นโรคติดเชื้อที่มีความรุนแรง การเก็บและนำส่งตัวอย่าง รวมถึงการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ จึงต้องดำเนินการอย่างถูกต้องและปลอดภัย

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์