“สมศักดิ์” เปิดงาน นับคาร์บ นำสุขภาพ ลดเสี่ยง ลดโรค NCDs เขตวัฒนา คลองเตย ปทุมวัน บางรัก

โดย : ฝ่ายประชาสัมพันธ์
1,710
22 สิงหาคม 2568

 
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดงาน นับคาร์บ นำสุขภาพ ลดเสี่ยง ลดโรค NCDs ในพื้นที่เขตเมือง “อสส. นับคาร์บอย่างไร คาร์บที่ใช่ ชีวิตที่ดี” ในเขตวัฒนา คลองเตย ปทุมวัน บางรัก โดยมี นายเเพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายเเพทย์พิเชฐ บัญญัติ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การเเพทย์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข และเครือข่ายในพื้นที่ร่วมกิจกรรม ในงานมีการจัดแสดงนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับข้าว GI ที่มีปริมาณน้ำตาลน้อย การคำนวณหาปริมาณคาร์โบไฮเดรต (คาร์บ) ที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันแก่ผู้เข้าร่วมงาน ณ สมาคมสโมสรพนักงานยาสูบ กรุงเทพมหานคร วันที่ 21 สิงหาคม 2568 

 


 

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายที่จะทำให้คนไทยห่างไกล NCDs โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง สามารถป้องกันได้และแก้ไขได้โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและวิถีชีวิตเพื่อสุขภาพไม่ว่าจะเป็นการพักผ่อนที่เพียงพอ การออกกำลังกาย การจัดการความเครียด การมีปฏิสัมพันธ์ที่ดี รวมถึงการกินอาหารที่เหมาะสม รู้จักนับคาร์บหรือคาร์โบไฮเดรตจากแป้งและน้ำตาล ที่ผ่านมา อสม. ทั่วประเทศได้สอนให้พี่น้องประชาชนนับคาร์บไปแล้ว 41 ล้านคน สามารถลดจำนวนผู้ป่วยลดการใช้ยาและลดค่าใช้จ่ายในการรักษาเป็นอย่างมาก สำหรับในพื้นที่กรุงเทพมหานครต้องขอให้พี่น้อง อสส. ไปถ่ายทอดให้กับประชาชนในพื้นที่ต่อไป เพื่อให้เกิดความตระหนักแก่ประชาชน และแก้ไขปัญหาโรค NCDs อย่างมีประสิทธิภาพ

 






 








 

นายแพทย์พิเชฐ บัญญัติ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า  กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ร่วมจัดนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับการบริโภคข้าว ข้าว GI ที่มีปริมาณน้ำตาลน้อย และสอน อสส. คำนวณหาปริมาณคาร์โบไฮเดรต (คาร์บ) ที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับสมุนไพร เช่น หม่อน ซึ่งเป็นพืชอเนกประสงค์ที่ได้รับการยอมรับในด้านประโยชน์ต่อสุขภาพหลายประการในการแพทย์แผนดั้งเดิม โดยเฉพาะในทวีปเอเชีย ใบหม่อนถูกนำมาใช้ตามภูมิปัญญาดั้งเดิมเพื่อรักษาอาการต่างๆ เช่น ช่วยขับเหงื่อ ลดไข้ บรรเทาความร้อนภายใน ทำให้จิตใจสงบ และรักษาอาการเกี่ยวกับดวงตา เช่น ตาแดง มีขี้ตา และตาพร่ามัว ผลการวิจัยทางคลินิกที่ดำเนินการโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เปิดเผยว่าสารสกัดใบหม่อนมีผลกระทบเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญต่อคุณภาพชีวิตโดยรวมของอาสาสมัครวัยกลางคนและผู้สูงอายุที่เข้าร่วม โดยเพิ่มสมรรถภาพทางกาย กล้ามเนื้อแขน ต้นขาแข็งแรง การทรงตัวดีขึ้น ช่วยลดอาการซึมเศร้า วิตกกังวล เพิ่มการเรียนรู้ความจำ เป็นต้น มีการจัดแสดงข้อมูลสมุนไพรที่มีฤทธิ์ลดน้ำตาล เช่น ขิง ขมิ้นชัน พร้อมทำชาใบหม่อนผสมสารสกัดหญ้าหวาน ซึ่งเป็นสารสกัดธรรมชาติที่สามารถให้ความหวานทดแทนน้ำตาลได้ ประโยชน์คือ ไม่เพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด เหมาะกับผู้ควบคุมน้ำหนัก ไม่ทำให้ฟันผุ และลดความเสี่ยงโรค NCDs  อย่างไรก็ตามน้ำตาลจากหญ้าหวานหรือสารสกัดจากหญ้าหวานไม่เหมาะสำหรับเด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร นอกจากนี้ผู้ป่วยที่ใช้ยา ผู้ที่มีความดันโลหิตต่ำ หรือใช้ยาโรคหัวใจควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้

***** 21 สิงหาคม 2568 *****

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202604111793775785162321256-8341.jpg
INFOGRAPHIC : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อ Listeria monocytogenes ในอาหาร

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-732911597.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อลิสเทอเรียในอาหาร เตือนเชื้อนี้เจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น แนะเก็บแยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-415055800.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงอย่างถูกต้อง ห้ามนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงเกินจริง ย้ำใบรายงานผลทดสอบไม่ใช่ใบรับรองผลิตภัณฑ์

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงและประชาสัมพันธ์อย่างถูกต้อง หลังพบการนำผลทดสอบไปเผยแพร่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ย้ำใบรายงานผลการทดสอบแต่ละฉบับรับรองผลเฉพาะตัวอย่างที่ได้รับเท่านั้น ไม่ใช่การรับรองผลิตภัณฑ์ ต้องไม่กล่าวอ้างเกินขอบเขตการทดสอบ หรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุ้มครองผู้บริโภค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-789496760.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ชู 5 นโยบายปี 2570 ยกระดับสุขภาพประชาชน ลดค่าใช้จ่ายระบบสาธารณสุข

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มุ่งใช้ศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนระบบสาธารณสุขของประเทศ ผ่าน 5 นโยบายสำคัญในปีงบประมาณ 2570 ยกระดับการป้องกันโรคและคุณภาพบริการสุขภาพ ตั้งแต่การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตรวจคัดกรองโรคแม่และเด็ก ไปจนถึงการจัดทำแนวทางการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทั้งการตรวจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และรังสีวินิจฉัยอย่างสมเหตุผล ตลอดจนสนับสนุนการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรด้านสุขภาพอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-163174526.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมตรวจ “กาฬโรค” รู้ผลใน 24 ชั่วโมง ย้ำยึดหลักตามมาตรฐานความปลอดภัยชีวนิรภัยระดับ 3

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะห้องปฏิบัติการอ้างอิงของประเทศ มีความพร้อมและศักยภาพด้านความปลอดภัยทางชีวภาพระดับ 3 (Biosafety Level 3: BSL-3) รองรับการตรวจวินิจฉัยเชื้อก่อโรคกาฬโรคได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคของประเทศ ย้ำกาฬโรคเป็นโรคติดเชื้อที่มีความรุนแรง การเก็บและนำส่งตัวอย่าง รวมถึงการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ จึงต้องดำเนินการอย่างถูกต้องและปลอดภัย

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์