กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เตือนระวังอันตรายจากธูปไล่ยุง

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
14,331
7 ธันวาคม 2561


     กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ตรวจพบสารไดมีฟลูทริน (dimefluthrin) ในธูปไล่ยุงที่นำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านและวางจำหน่ายทั่วไปตามแนวชายแดน เป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีฉลากภาษาไทย ไม่ระบุสถานที่ผลิตและเลขทะเบียน และสารที่ตรวจพบเป็นสารเคมีกำจัดแมลงกลุ่มไพรีทรอยด์ (pyrethroids)  จัดเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 และยังไม่ได้รับการขึ้นทะเบียน อย. ซึ่งผิดกฎหมายและอาจได้รับอันตรายถึงตายได้

 นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดย สำนักเครื่องสำอางและวัตถุอันตราย ดำเนินงานเฝ้าระวังตรวจสอบผลิตภัณฑ์สุขภาพในท้องตลาดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค ล่าสุดในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ได้มีการสำรวจและวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์จุดกันยุง  ที่มีลักษณะเป็นแท่งคล้ายธูปที่นำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านและวางจำหน่ายทั่วไปตามแนวชายแดน รวม 7 ตัวอย่าง พบว่าข้างกล่องผลิตภัณฑ์ไม่มีฉลากภาษาไทย ไม่ระบุสถานที่ผลิต และไม่มีเลขทะเบียน อย. ระบุเพียงส่วนประกอบสําคัญของสารทรานส์ฟลูทริน (transfluthrin) 0.04% และเพอร์เมทริน (permethrin) 0.13% เมื่อนำมาตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการเพื่อหาเอกลักษณ์ของสารกำจัดแมลง ด้วยวิธี GC-MS ผลการตรวจพบสารไดมีฟลูทริน (dimefluthrin)ทุกตัวอย่าง

     สารไดมีฟลูทริน เป็นสารเคมีกำจัดแมลงกลุ่มไพรีทรอยด์ จัดเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 และยังไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ในราชกิจจานุเบกษา ฉบับประกาศทั่วไป เล่ม 126 ตอนที่ 85 ก ซึ่งผู้ประกอบการจะต้องขอขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์และขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่ ก่อนทำการผลิต นำเข้า หรือส่งออก และผลิตภัณฑ์ต้องมีการแสดงฉลากตามที่กฎหมายกำหนด โดยต้องแสดงเลขทะเบียนวัตถุอันตรายไว้บนฉลากผลิตภัณฑ์ และมีชนิดและความเข้มข้นของสารสำคัญเป็นไปตามที่ฉลากระบุ กลไกการออกฤทธิ์ของสารเคมีกำจัดแมลงกลุ่มไพรีทรอยด์ที่ใช้ในธูปไล่ยุง จะรบกวนการทำงานของระบบประสาททำให้ยุงเป็นอัมพาตอย่างรวดเร็ว โดยมีความเป็นพิษต่อคนและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมค่อนข้างต่ำ อย่างไรก็ตามหากสูดดมควันที่ปล่อยออกมาจากยาจุดกันยุงในปริมาณมาก เช่น อยู่ในบริเวณที่คับแคบไม่มีอากาศถ่ายเทติดต่อกันเป็นเวลานานอาจเป็นอันตราย ได้แก่ มึนงง ปวดศีรษะ อาเจียน กล้ามเนื้อกระตุก อ่อนเพลีย ชัก หรือหมดสติได้ ส่วนอาการพิษอื่นๆ ที่พบ ได้แก่ อาการแพ้ทางผิวหนัง คัน มีผื่นแดง หากเข้าตาอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองได้

      นายแพทย์โอภาส กล่าวต่ออีกว่า จากการตรวจพบไดมีฟลูทรินในผลิตภัณฑ์ธูปไล่ยุง แสดงว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวนี้ ไม่มีความปลอดภัย ซึ่งอาจเสี่ยงอันตรายต่อผู้ใช้ได้ ดังนั้นการนำเข้าหรือจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน มีความผิดตามกฎหมาย เพื่อความปลอดภัยจากการใช้ผลิตภัณฑ์จุดกันยุง ผู้บริโภคควรตรวจดูเลขทะเบียนหรือเครื่องหมาย อย. มีฉลากภาษาไทย ซึ่งระบุสถานที่ผลิตชัดเจน สำหรับการนำไปใช้ ควรจุดผลิตภัณฑ์ จุดกันยุงหรือธูปไล่ยุงในห้องที่มีอากาศถ่ายเท ไม่ควรวางไว้ใกล้หรือรวมกับอาหาร วางให้พ้นมือเด็ก และเก็บให้มิดชิด หลังสัมผัสผลิตภัณฑ์จุดกันยุงทุกครั้งควรล้างมือให้สะอาด และควรใช้ภาชนะรองผลิตภัณฑ์จุดกันยุงที่เป็นวัสดุที่ไม่ติดไฟ และวางให้ห่างวัตถุไวไฟ สตรีมีครรภ์และผู้ที่แพ้ง่าย  ควรอ่านวิธีการใช้และใช้ตามฉลากระบุอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ไม่ควรใช้ต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202630031774836912833506565-7577.jpg
การสัมมนาฟื้นฟูและแลกเปลี่ยนเรียนรู้การประกันคุณภาพห้องปฏิบัติการด้วยการทดสอบความชำนาญ ครั้งที่ 3 ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นประธานเปิดการสัมมนา ฟื้นฟูและแลกเปลี่ยนเรียนรู้การประกันคุณภาพห้องปฏิบัติการด้วยการทดสอบความชำนาญ ครั้งที่ 3 ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือกล่าวรายงานโดย นพ.วัชรพงษ์ คำหล้า รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยมี พร้อมด้วย ดร.ฐิติวัสส์ สุวคนธ์ ผู้อำนวยการกองทดสอบความชำนาญ ผู้บริหารศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ วิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยมหิดล กรมควบคุมโรค กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และผู้เข้าร่วมสัมมนาจากห้องปฏิบัติการโรงพยาบาลภาครัฐ และภาคเอกชนที่เป็นสมาชิกการทดสอบความชำนาญของกองทดสอบความชำนาญเข้าร่วมสัมมนา ณ โรงแรมเซ็นทารา จังหวัดอุบลราชธานี

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202626031774497033497042958-7547.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สร้างเสริมเครือข่ายยกระดับคุณภาพห้องปฏิบัติการรังสีวินิจฉัย เขตบริการสุขภาพที่ 13 กรุงเทพมหานคร

การจัดอบรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาส่งเสริมและสนับสนุนระบบคุณภาพและความปลอดภัยของห้องปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการแก่ประชาชนในด้านการวินิจฉัยทางรังสี ตลอดจนสร้างเครือข่ายห้องปฏิบัติการรังสีวินิจฉัย สร้างความร่วมมือการดำเนินงาน และจัดทำระบบคุณภาพมาตรฐานห้องปฏิบัติการรังสีวินิจฉัย โดยมีบุคลากรจากห้องปฏิบัติการรังสีวินิจฉัยของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ในเขตสุขภาพที่ 13 กรุงเทพมหานคร และบุคลากรจากสำนักรังสีและเครื่องมือแพทย์เข้าร่วมอบรม ณ โรงแรมอมารีแอร์พอร์ต ดอนเมือง กรุงเทพมหานคร

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202625031774442468565477823-7545.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับ 14 ประเทศสมาชิกเครือข่ายห้องปฏิบัติการสาธารณสุขระดับภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก (RPHL Network) จัดประชุมใหญ่ประจำปี เสริมสร้างความร่วมมือและพัฒนาขีดความสามารถด้านระบบห้องปฏิบัติการสาธารณสุข เพื่อตอบสนองภัยคุกคามด้านสุขภาพในระดับภูมิภาคและระดับโลก

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับ 14 ประเทศสมาชิกเครือข่ายห้องปฏิบัติการสาธารณสุขระดับภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก (RPHL Network) จัดประชุมใหญ่ประจำปี เสริมสร้างความร่วมมือและพัฒนาขีดความสามารถด้านระบบห้องปฏิบัติการสาธารณสุข เพื่อตอบสนองภัยคุกคามด้านสุขภาพในระดับภูมิภาคและระดับโลก

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์