กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เตือนระวังอันตรายจากธูปไล่ยุง

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
14,955
7 ธันวาคม 2561


     กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ตรวจพบสารไดมีฟลูทริน (dimefluthrin) ในธูปไล่ยุงที่นำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านและวางจำหน่ายทั่วไปตามแนวชายแดน เป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีฉลากภาษาไทย ไม่ระบุสถานที่ผลิตและเลขทะเบียน และสารที่ตรวจพบเป็นสารเคมีกำจัดแมลงกลุ่มไพรีทรอยด์ (pyrethroids)  จัดเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 และยังไม่ได้รับการขึ้นทะเบียน อย. ซึ่งผิดกฎหมายและอาจได้รับอันตรายถึงตายได้

 นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดย สำนักเครื่องสำอางและวัตถุอันตราย ดำเนินงานเฝ้าระวังตรวจสอบผลิตภัณฑ์สุขภาพในท้องตลาดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค ล่าสุดในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ได้มีการสำรวจและวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์จุดกันยุง  ที่มีลักษณะเป็นแท่งคล้ายธูปที่นำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านและวางจำหน่ายทั่วไปตามแนวชายแดน รวม 7 ตัวอย่าง พบว่าข้างกล่องผลิตภัณฑ์ไม่มีฉลากภาษาไทย ไม่ระบุสถานที่ผลิต และไม่มีเลขทะเบียน อย. ระบุเพียงส่วนประกอบสําคัญของสารทรานส์ฟลูทริน (transfluthrin) 0.04% และเพอร์เมทริน (permethrin) 0.13% เมื่อนำมาตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการเพื่อหาเอกลักษณ์ของสารกำจัดแมลง ด้วยวิธี GC-MS ผลการตรวจพบสารไดมีฟลูทริน (dimefluthrin)ทุกตัวอย่าง

     สารไดมีฟลูทริน เป็นสารเคมีกำจัดแมลงกลุ่มไพรีทรอยด์ จัดเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 และยังไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ในราชกิจจานุเบกษา ฉบับประกาศทั่วไป เล่ม 126 ตอนที่ 85 ก ซึ่งผู้ประกอบการจะต้องขอขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์และขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่ ก่อนทำการผลิต นำเข้า หรือส่งออก และผลิตภัณฑ์ต้องมีการแสดงฉลากตามที่กฎหมายกำหนด โดยต้องแสดงเลขทะเบียนวัตถุอันตรายไว้บนฉลากผลิตภัณฑ์ และมีชนิดและความเข้มข้นของสารสำคัญเป็นไปตามที่ฉลากระบุ กลไกการออกฤทธิ์ของสารเคมีกำจัดแมลงกลุ่มไพรีทรอยด์ที่ใช้ในธูปไล่ยุง จะรบกวนการทำงานของระบบประสาททำให้ยุงเป็นอัมพาตอย่างรวดเร็ว โดยมีความเป็นพิษต่อคนและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมค่อนข้างต่ำ อย่างไรก็ตามหากสูดดมควันที่ปล่อยออกมาจากยาจุดกันยุงในปริมาณมาก เช่น อยู่ในบริเวณที่คับแคบไม่มีอากาศถ่ายเทติดต่อกันเป็นเวลานานอาจเป็นอันตราย ได้แก่ มึนงง ปวดศีรษะ อาเจียน กล้ามเนื้อกระตุก อ่อนเพลีย ชัก หรือหมดสติได้ ส่วนอาการพิษอื่นๆ ที่พบ ได้แก่ อาการแพ้ทางผิวหนัง คัน มีผื่นแดง หากเข้าตาอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองได้

      นายแพทย์โอภาส กล่าวต่ออีกว่า จากการตรวจพบไดมีฟลูทรินในผลิตภัณฑ์ธูปไล่ยุง แสดงว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวนี้ ไม่มีความปลอดภัย ซึ่งอาจเสี่ยงอันตรายต่อผู้ใช้ได้ ดังนั้นการนำเข้าหรือจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน มีความผิดตามกฎหมาย เพื่อความปลอดภัยจากการใช้ผลิตภัณฑ์จุดกันยุง ผู้บริโภคควรตรวจดูเลขทะเบียนหรือเครื่องหมาย อย. มีฉลากภาษาไทย ซึ่งระบุสถานที่ผลิตชัดเจน สำหรับการนำไปใช้ ควรจุดผลิตภัณฑ์ จุดกันยุงหรือธูปไล่ยุงในห้องที่มีอากาศถ่ายเท ไม่ควรวางไว้ใกล้หรือรวมกับอาหาร วางให้พ้นมือเด็ก และเก็บให้มิดชิด หลังสัมผัสผลิตภัณฑ์จุดกันยุงทุกครั้งควรล้างมือให้สะอาด และควรใช้ภาชนะรองผลิตภัณฑ์จุดกันยุงที่เป็นวัสดุที่ไม่ติดไฟ และวางให้ห่างวัตถุไวไฟ สตรีมีครรภ์และผู้ที่แพ้ง่าย  ควรอ่านวิธีการใช้และใช้ตามฉลากระบุอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ไม่ควรใช้ต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202610061781088676226382230-7917.jpg
กรมวิทย์ฯ เปิดเวที GLLP Asia-Pacific 2026 เสริมศักยภาพผู้นำห้องปฏิบัติการนานาชาติ สร้างความมั่นคงสุขภาพโลก รับมือโรคอุบัติใหม่ ภายใต้แนวคิด One Health

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ กรมปศุสัตว์ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (U.S. CDC) องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และภาคีเครือข่ายนานาชาติ จัด "โครงการพัฒนาภาวะผู้นำห้องปฏิบัติการระดับโลก (Global Laboratory Leadership Program: GLLP) ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก รุ่นที่ 2 ประจำปี 2569" มุ่งพัฒนาศักยภาพผู้นำห้องปฏิบัติการด้านสาธารณสุข ภายใต้แนวคิด “One Health” เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางสุขภาพของประเทศและภูมิภาค พร้อมรับมือโรคอุบัติใหม่และภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขในอนาคต

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-883250146.jpg
กรมวิทย์ฯ ย้ำความพร้อมตรวจอีโบลา เดินหน้าฟื้นฟูห้องปฏิบัติการ DRA เสริมศักยภาพ โรงพยาบาลทั่วประเทศ

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นประธานเปิดการประชุม “พัฒนาศักยภาพห้องปฏิบัติการของประเทศ National LAB Network (NLN) : โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา : LAB ตรวจวินิจฉัย และ DRA” โดยมี นพ.พิเชฐ บัญญัติ พร้อมด้วย ดร.นพ.สุรเดชช ชวะเดช รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ดร.พิไลลักษณ์ อัคคไพบูลย์ โอกาดะ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการจากโรงพยาบาลภาครัฐและภาคเอกชน ร่วมประชุมออนไลน์กว่า 800 คน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-162618602.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมเครือข่ายห้องปฏิบัติการ RT-PCR เสริมความพร้อมรับมือโรคอุบัติใหม่–ไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัดนก ทั่วประเทศ

วันที่ 26 พฤษภาคม 2569 ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ “การยกระดับศักยภาพเครือข่ายห้องปฏิบัติการด้าน RT-PCR ในการวินิจฉัยไข้หวัดใหญ่และไข้หวัดนก ประจำปี 2569” ซึ่งจัดขึ้นทั้งในรูปแบบ On-site และ Online เพื่อพัฒนาความรู้ ทักษะการปฏิบัติงาน และเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างห้องปฏิบัติการทั่วประเทศให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น โดยมีนพ.พิเชฐ บัญญัติ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ บรรยายพิเศษในหัวข้อ “ทิศทางการเตรียมความพร้อมห้องปฏิบัติการต่อโรคอุบัติใหม่”

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202621051779354700629842973-7813.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ปั้น “พี่เลี้ยงด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชน” ทำหน้าที่ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านสุขภาพ และดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่

นพ.พิเชฐ บัญญัติ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นประธานเปิดการอบรม “หลักสูตรพี่เลี้ยงด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชน (Community Medical Science Mentorship Program)” การอบรมครั้งนี้จัดขึ้นในรูปแบบการประชุมทางไกลผ่านระบบออนไลน์ (Zoom Meeting) และ Facebook Live โดยมีผู้บริหารกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ วิทยากร และผู้เข้าร่วมจากหลายภาคส่วน ได้แก่ บุคลากรสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ โรงพยาบาล สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล รวมถึงบุคลากรจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค จำนวนกว่า 1,000 คน

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์