กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์พร้อมรับมือไวรัสนิปาห์ ที่กำลังระบาดในต่างประเทศ

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
1,662
18 มิถุนายน 2561



      กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มีความพร้อมในการตรวจวินิจฉัยโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ สามารถตรวจรู้ผลได้ภายใน 8 ชั่วโมง เตรียมรับมือกับสถานการณ์ หลังพบการระบาดในประเทศอินเดีย

นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า โรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ มีรายงานการระบาดครั้งแรกในประเทศมาเลเซีย เมื่อปี พ.ศ. 2541-2542 และปีนี้มีรายงานการระบาดที่ประเทศอินเดีย แต่ยังไม่มีรายงานการระบาดในประเทศไทย โดยโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์เป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน จัดเป็นโรคติดต่ออันตรายตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2559 โดยมีค้างคาวผลไม้เป็นแหล่งรังโรคที่สำคัญ และยังมีสัตว์พาหะนำโรคอื่นๆ ที่มีรายงานคือ สุกร ม้า แมว แพะและแกะ การติดต่อของโรคเกิดจากการสัมผัสมูลสัตว์หรือสารคัดหลั่งของสัตว์พาหะนำโรคที่ติดเชื้อ ส่วนการติดต่อจากคนสู่คนเกิดจากการสัมผัสกับสารคัดหลั่ง เช่น น้ำลายหรือเลือดของคนที่ติดเชื้อ มีระยะฟักตัวประมาณ 2-14 วัน หรืออาจจะถึง 1 เดือน ในระยะเริ่มแรกผู้ติดเชื้อจะมีอาการคล้ายผู้เป็นไข้หวัด คือ มีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ คลื่นไส้อาเจียน บางรายอาจมีอาการของระบบทางเดินหายใจร่วมด้วย สมองอักเสบ หรืออาจมีไข้ร่วมกับอาการทางระบบประสาท เช่น วิงเวียนศีรษะ  เดินโซเซ ซึม สับสน ชัก มีการเคลื่อนไหวของลูกตาผิดปกติ แขนขากระตุก ซึ่งอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้


      นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย กล่าวต่ออีกว่า แม้โรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ยังไม่มีการระบาดในไทย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ก็ได้เตรียมความพร้อมการตรวจวินิจฉัยโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ โดยการตรวจสารพันธุกรรมไวรัสนิปาห์ด้วยวิธี Real-time RT-PCR ซึ่งเป็นวิธีอ้างอิงวิธีการตรวจของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา (US-CDC) ที่มีความไวและความจำเพาะสูง โดยใช้ตัวอย่าง ได้แก่ น้ำลาย ปัสสาวะ สารคัดหลั่งคอ/โพรงจมูก น้ำไขสันหลัง เลือด และตัวอย่างชิ้นเนื้อ ได้แก่ เนื้อสมอง ปอด ไตและม้าม การเก็บตัวอย่างส่งตรวจจะใช้อย่างน้อย 2 ชนิดตัวอย่างขึ้นไป สามารถรู้ผลการตรวจได้ภายใน 8 ชั่วโมง ส่งตรวจได้ที่ศูนย์ประสานงานตรวจวิเคราะห์และเฝ้าระวังโรคทางห้องปฏิบัติการ (ศปส.) สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข โทร. 02-9511485 หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายไวรัสระบบประสาทและระบบไหลเวียนโลหิต โทร. 02-9510000-11 ต่อ 99312, 98362

       “ปัจจุบันโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ยังไม่มียารักษาและวัคซีนป้องกัน การรักษาเป็นการรักษาตามอาการของโรค แต่เราสามารถป้องกันโรคได้โดยการหลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์รังโรคและสัตว์พาหะนำโรค หลีกเลี่ยงการรับประทานผลไม้ที่อาจปนเปื้อนน้ำลาย ปัสสาวะ มูลค้างคาวและสารคัดหลั่งของสัตว์พาหะนำโรค ควรล้างผลไม้ให้สะอาด ก่อนรับประทานทุกครั้ง ล้างมือด้วยสบู่หลังสัมผัสกับสัตว์ เนื้อสัตว์ ซากสัตว์ทุกครั้ง โดยเฉพาะกับค้างคาว สุกร ม้า แมว แพะและแกะ” อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวเพิ่มเติม

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202611091789092425354666245-8225.jpg
สาธารณสุขมอบรางวัล Lab Cost Efficiency Excellence Award ภายในปี 2569 ลดค่าใช้จ่ายด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ถึง 658 ล้านบาท พร้อมชู 10 โรงพยาบาลต้นแบบ บริหารค่าแล็บคุ้มค่า

กระทรวงสาธารณสุขมอบรางวัล Lab Cost Efficiency Excellence Award เชิดชู 10 โรงพยาบาลต้นแบบที่มีผลการดำเนินงานดีเด่นระดับประเทศ ในการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายด้านการตรวจทางห้องปฏิบัติการอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่าน 3 กลไกสำคัญ ได้แก่ การตรวจอย่างสมเหตุผล ตรวจที่จำเป็นและเหมาะสม และการจัดซื้อในราคาที่เหมาะสม เพื่อให้ประชาชนได้รับการตรวจวินิจฉัยที่มีมาตรฐาน ระบบสุขภาพสามารถใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202631081788165046699687395-8219.jpg
กรมวิทย์ฯ ยกระดับมาตรฐานโรงแรม 3 จังหวัดอันดามัน มอบประกาศนียบัตร 109 แห่ง ขับเคลื่อน โรงแรมสะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน ด้วย 3 C สร้างความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จัดอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้และมอบประกาศนียบัตร ตามโครงการ “โรงแรมสะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวของประเทศไทย” ภายใต้ 3C : Clean Bed, Clean Air, Clean Food ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต กระบี่ และพังงา ประจำปี พ.ศ. 2569 พร้อมมอบประกาศนียบัตร ตราสัญลักษณ์ DMSc Certified แก่โรงแรมที่ผ่านการดำเนินงานตามโครงการ จำนวน 109 แห่ง มุ่งยกระดับความปลอดภัยด้านสุขอนามัย สร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยว และสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ควบคู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์