กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์พร้อมรับมือไวรัสนิปาห์ ที่กำลังระบาดในต่างประเทศ

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
1,696
18 มิถุนายน 2561



      กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มีความพร้อมในการตรวจวินิจฉัยโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ สามารถตรวจรู้ผลได้ภายใน 8 ชั่วโมง เตรียมรับมือกับสถานการณ์ หลังพบการระบาดในประเทศอินเดีย

นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า โรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ มีรายงานการระบาดครั้งแรกในประเทศมาเลเซีย เมื่อปี พ.ศ. 2541-2542 และปีนี้มีรายงานการระบาดที่ประเทศอินเดีย แต่ยังไม่มีรายงานการระบาดในประเทศไทย โดยโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์เป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน จัดเป็นโรคติดต่ออันตรายตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2559 โดยมีค้างคาวผลไม้เป็นแหล่งรังโรคที่สำคัญ และยังมีสัตว์พาหะนำโรคอื่นๆ ที่มีรายงานคือ สุกร ม้า แมว แพะและแกะ การติดต่อของโรคเกิดจากการสัมผัสมูลสัตว์หรือสารคัดหลั่งของสัตว์พาหะนำโรคที่ติดเชื้อ ส่วนการติดต่อจากคนสู่คนเกิดจากการสัมผัสกับสารคัดหลั่ง เช่น น้ำลายหรือเลือดของคนที่ติดเชื้อ มีระยะฟักตัวประมาณ 2-14 วัน หรืออาจจะถึง 1 เดือน ในระยะเริ่มแรกผู้ติดเชื้อจะมีอาการคล้ายผู้เป็นไข้หวัด คือ มีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ คลื่นไส้อาเจียน บางรายอาจมีอาการของระบบทางเดินหายใจร่วมด้วย สมองอักเสบ หรืออาจมีไข้ร่วมกับอาการทางระบบประสาท เช่น วิงเวียนศีรษะ  เดินโซเซ ซึม สับสน ชัก มีการเคลื่อนไหวของลูกตาผิดปกติ แขนขากระตุก ซึ่งอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้


      นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย กล่าวต่ออีกว่า แม้โรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ยังไม่มีการระบาดในไทย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ก็ได้เตรียมความพร้อมการตรวจวินิจฉัยโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ โดยการตรวจสารพันธุกรรมไวรัสนิปาห์ด้วยวิธี Real-time RT-PCR ซึ่งเป็นวิธีอ้างอิงวิธีการตรวจของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา (US-CDC) ที่มีความไวและความจำเพาะสูง โดยใช้ตัวอย่าง ได้แก่ น้ำลาย ปัสสาวะ สารคัดหลั่งคอ/โพรงจมูก น้ำไขสันหลัง เลือด และตัวอย่างชิ้นเนื้อ ได้แก่ เนื้อสมอง ปอด ไตและม้าม การเก็บตัวอย่างส่งตรวจจะใช้อย่างน้อย 2 ชนิดตัวอย่างขึ้นไป สามารถรู้ผลการตรวจได้ภายใน 8 ชั่วโมง ส่งตรวจได้ที่ศูนย์ประสานงานตรวจวิเคราะห์และเฝ้าระวังโรคทางห้องปฏิบัติการ (ศปส.) สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข โทร. 02-9511485 หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายไวรัสระบบประสาทและระบบไหลเวียนโลหิต โทร. 02-9510000-11 ต่อ 99312, 98362

       “ปัจจุบันโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ยังไม่มียารักษาและวัคซีนป้องกัน การรักษาเป็นการรักษาตามอาการของโรค แต่เราสามารถป้องกันโรคได้โดยการหลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์รังโรคและสัตว์พาหะนำโรค หลีกเลี่ยงการรับประทานผลไม้ที่อาจปนเปื้อนน้ำลาย ปัสสาวะ มูลค้างคาวและสารคัดหลั่งของสัตว์พาหะนำโรค ควรล้างผลไม้ให้สะอาด ก่อนรับประทานทุกครั้ง ล้างมือด้วยสบู่หลังสัมผัสกับสัตว์ เนื้อสัตว์ ซากสัตว์ทุกครั้ง โดยเฉพาะกับค้างคาว สุกร ม้า แมว แพะและแกะ” อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวเพิ่มเติม

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202604111793775785162321256-8341.jpg
INFOGRAPHIC : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อ Listeria monocytogenes ในอาหาร

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-732911597.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อลิสเทอเรียในอาหาร เตือนเชื้อนี้เจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น แนะเก็บแยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-415055800.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงอย่างถูกต้อง ห้ามนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงเกินจริง ย้ำใบรายงานผลทดสอบไม่ใช่ใบรับรองผลิตภัณฑ์

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงและประชาสัมพันธ์อย่างถูกต้อง หลังพบการนำผลทดสอบไปเผยแพร่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ย้ำใบรายงานผลการทดสอบแต่ละฉบับรับรองผลเฉพาะตัวอย่างที่ได้รับเท่านั้น ไม่ใช่การรับรองผลิตภัณฑ์ ต้องไม่กล่าวอ้างเกินขอบเขตการทดสอบ หรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุ้มครองผู้บริโภค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-789496760.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ชู 5 นโยบายปี 2570 ยกระดับสุขภาพประชาชน ลดค่าใช้จ่ายระบบสาธารณสุข

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มุ่งใช้ศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนระบบสาธารณสุขของประเทศ ผ่าน 5 นโยบายสำคัญในปีงบประมาณ 2570 ยกระดับการป้องกันโรคและคุณภาพบริการสุขภาพ ตั้งแต่การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตรวจคัดกรองโรคแม่และเด็ก ไปจนถึงการจัดทำแนวทางการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทั้งการตรวจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และรังสีวินิจฉัยอย่างสมเหตุผล ตลอดจนสนับสนุนการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรด้านสุขภาพอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-163174526.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมตรวจ “กาฬโรค” รู้ผลใน 24 ชั่วโมง ย้ำยึดหลักตามมาตรฐานความปลอดภัยชีวนิรภัยระดับ 3

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะห้องปฏิบัติการอ้างอิงของประเทศ มีความพร้อมและศักยภาพด้านความปลอดภัยทางชีวภาพระดับ 3 (Biosafety Level 3: BSL-3) รองรับการตรวจวินิจฉัยเชื้อก่อโรคกาฬโรคได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคของประเทศ ย้ำกาฬโรคเป็นโรคติดเชื้อที่มีความรุนแรง การเก็บและนำส่งตัวอย่าง รวมถึงการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ จึงต้องดำเนินการอย่างถูกต้องและปลอดภัย

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์