INFOGRAPHIC : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะ 6 ขั้นตอน ลดเชื้อจุลินทรีย์ในสมุนไพร

โดย : ฝ่ายประชาสัมพันธ์
1,256
6 พฤศจิกายน 2568

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์สมุนไพรเป็นที่นิยมและใช้กันมากขึ้น แต่สิ่งที่เป็นปัญหาคือการพบว่ายังมีผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยที่ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานในเรื่องการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์ซึ่งแหล่งกำเนิดอาจมาจากการวัตถุดิบสมุนไพร น้ำ เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิต สถานที่ผลิต ภาชนะบรรจุ หรือผู้ปฏิบัติงาน ดังนั้นเพื่อสร้างการรับรู้กับผู้ประกอบการหรือผู้ที่จะผลิตผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จึงขอแนะนำวิธีการควบคุมและลดการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์ในแหล่งกำเนิดต่างๆ ในผลิตภัณฑ์สมุนไพร 🌿 ดังนี้
1) การเตรียมวัตถุดิบสมุนไพร : ทำความสะอาดสมุนไพรหลังเก็บเกี่ยว สำหรับสมุนไพรที่สามารถล้างน้ำได้ให้ล้างด้วยน้ำสะอาดเพื่อลดปริมาณการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์ลง ซึ่งวิธีการล้างอาจเป็นการเปิดน้ำไหลผ่าน จุ่มล้างในอ่าง ฉีดน้ำแรงดันสูง หรือล้างพร้อมแปรงขัดผิว จากนั้นตากหรืออบให้แห้งเพื่อลดความชื้น เนื่องจากความชื้นสามารถส่งเสริมให้เชื้อจุลินทรีย์เจริญเติบโตในวัตถุดิบได้  สำหรับวัตถุดิบสมุนไพรที่ไม่สามารถทำความสะอาดด้วยการล้างน้ำ เช่น ดอกผลที่มีขนาดเล็กหรือการล้างน้ำจะทำให้สูญเสียสารสำคัญ อาจใช้การฉายรังสีแกมม่าแทนการล้างน้ำ ทั้งนี้ควรคัดเลือกวัตถุดิบจากแหล่งที่มีความน่าเชื่อถือหรือมีกระบวนการควบคุมคุณภาพ
2) การเก็บรักษาวัตถุดิบ : ควรเก็บในภาชนะที่มีฝาปิดสนิทและเก็บไว้ในที่สะอาด อากาศถ่ายเทได้ดี และไม่ชื้น ไม่ควรเปิดปิดภาชนะเก็บสมุนไพรหลายครั้ง เนื่องจากสมุนไพรสามารถดูดความชื้นจากอากาศซึ่งสามารถทำให้จุลินทรีย์เจริญเติบโตได้ รวมถึงเก็บรักษาในปริมาณที่พอเหมาะต่อแผนการผลิต และควรตรวจสอบสภาพวัตถุดิบที่เก็บรักษาเป็นระยะ
3) ภาชนะบรรจุ : ต้องสามารถป้องกันการซึมผ่านของอากาศและความชื้น และควรทำความสะอาดก่อนนำมาใช้
4) เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิต : ต้องหมั่นทำความสะอาดภายในพื้นที่ผลิตอย่างสม่ำเสมอและฆ่าเชื้ออยู่เสมอ พื้นที่ทำการผลิตควรยกสูงจากพื้น อยู่ห่างจากแหล่งที่ก่อให้เกิดความสกปรกต่างๆ เช่น ห้องน้ำ เป็นต้น มีมาตรการป้องกันแมลงและสัตว์รบกวนต่างๆ
5) ผู้ปฏิบัติงาน : ต้องมีสุขภาพอนามัยสมบูรณ์ แข็งแรง ขณะปฏิบัติงานควรสวมเสื้อผ้าปฏิบัติงานที่สะอาด สวมหมวกคลุมผม ถุงมือ ผ้าปิดปาก และไม่ควรพูดคุยขณะปฏิบัติงาน รวมถึงผ่านการอบรมให้ความรู้สุขลักษณะที่ดีในการผลิต
6) การควบคุมคุณภาพ : ผู้ผลิตควรมีการตรวจสอบคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ผลิต เช่น การตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการตามมาตรฐานที่กำหนด เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้ผลิตและผู้บริโภค

 

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-283599668.jpg
จากห้องแล็บสู่ดอยสูง! กรมวิทย์ฯ ลุย ‘น่าน’ หนุนโมเดลต้นแบบพระราชดำริ ดันสมุนไพร-กาแฟไทยสู่สากล

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้รับเชิญจากสำนักงานองคมนตรี โดยพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี ประธานคณะกรรมการโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนตามพระราชดำริ เข้าร่วมการพัฒนาบ้านน้ำรีพัฒนา ตำบลขุนน่าน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน ซึ่งเป็นพื้นที่แห่งแรกที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ดำเนินโครงการฯ เพื่อช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่เขตชนบท ส่งเสริมคุณภาพชีวิต พัฒนาอัตลักษณ์ และอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น อันจะนำไปสู่การแก้ไขและพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202624071784896248755547611-8151.JPG
กรมวิทย์ฯ ร่วมกับมูลนิธิธาลัสซีเมียฯ ปิดประชุมวิชาการครั้งที่ 27 เดินหน้าประเทศไทยสู่เป้าหมาย “ปลอดโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงในประชากรรุ่นใหม่” ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับมูลนิธิโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียแห่งประเทศไทย และภาคีเครือข่าย ปิดฉากการประชุมสัมมนาวิชาการธาลัสซีเมียแห่งชาติ ครั้งที่ 27 ประจำปี 2569 พร้อมมอบรางวัลผลงานวิจัยและผลงานวิชาการดีเด่น ตอกย้ำความร่วมมือทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย “ปลอดโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงในประชากรรุ่นใหม่” ด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมห้องปฏิบัติการขั้นสูง

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-356276721.jpg
เด็กไทยเกิดใหม่ทุกคน รู้ผลธาลัสซีเมีย ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง รู้เร็ว รักษาเร็ว ลดความรุนแรง มุ่งสู่คนไทยรุ่นใหม่ปลอดโรคธาลัสซีเมีย

กระทรวงสาธารณสุข โดย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มูลนิธิโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียแห่งประเทศไทย และ ภาคีเครือข่าย ร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ “ประชากรรุ่นใหม่ปลอดโรคธาลัสซีเมีย” โดยมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีห้องปฏิบัติการขั้นสูง ตรวจวินิจฉัยโรคให้มีความแม่นยำสูงสุด สามารถระบุพาหะและตัวแปรพันธุกรรมที่ซับซ้อนเพื่อการรักษาได้อย่างตรงจุดแม่นยำนำเข้าสู่ระบบบริการและผลักดันให้เป็นสิทธิประโยชน์เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงได้ พร้อมเร่งยกระดับห้องปฏิบัติการเครือข่ายทั่วประเทศให้มีคุณภาพมาตรฐานและจัดทำฐานข้อมูลระดับประเทศ เพื่อใช้สนับสนุนการวางนโยบายเพื่อการป้องกันและควบคุมโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-361965682.jpg
กรมวิทย์ฯ จับมือ กทม. ยกระดับอสส.เมืองกรุง ใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น เสริมเกราะคุ้มครองผู้บริโภคนชุมชน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร ติวเข้มอาสาสมัครสาธารณสุขวิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชน (อสส.) และพี่เลี้ยงกว่า 200 ชีวิต ด้วยแนวคิด “บันได 3 ขั้น” ตั้งแต่การเรียนรู้ผ่านระบบดิจิทัล การฝึกใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น ไปจนถึงการลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริง โดยมีพยาบาลวิชาชีพและเภสัชกรคอยเป็นพี่เลี้ยงดูแลอย่างใกล้ชิด มุ่งสร้างอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อร่วมกันเป็นพลังสำคัญของเครือข่ายเฝ้าระวัง แจ้งเตือนภัย และส่งต่อความรู้ด้านสุขภาพในชุมชน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-594091221.jpg
กรมวิทย์ฯ ผนึก สกร. ปั้น “ครูนักวิทย์” 77 จังหวัด ส่งเสริมความรอบรู้วิทยาศาสตร์การแพทย์ สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังความปลอดภัยอาหารและสุขภาพในชุมชน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จับมือ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) กระทรวงศึกษาธิการ เดินหน้าพัฒนา “ครูนักวิทย์” รุ่นแรก 154 คน จาก 77 จังหวัด เสริมทักษะด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และการใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เยาวชนและประชาชน สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านอาหาร ผลิตภัณฑ์สุขภาพ สิ่งแวดล้อม และน้ำบริโภคในระดับชุมชน มุ่งยกระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพ ลดความเสี่ยง และสร้างสังคมที่ปลอดภัยด้วยหลักฐานเชิงวิทยาศาสตร์

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202609071783584009677387105-8075.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมมือ JICA ชูเทคโนโลยีถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม (WGS) ยกระดับระบบเฝ้าระวังวัณโรคเชิงรุก มุ่งยุติวัณโรคของไทย

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายยุติวัณโรคของประเทศไทย ด้วยการนำเทคโนโลยีจีโนมิกส์และการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม (Whole Genome Sequencing: WGS) เสริมศักยภาพระบบเฝ้าระวังและสอบสวนโรค เปลี่ยนจากการรอรับผู้ป่วยในโรงพยาบาลสู่การค้นหาเชิงรุก พร้อมยกระดับสู่ "ระบบข่าวกรองสาธารณสุขเชิงรุกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลจีโนม" เพื่อหยุดการแพร่ระบาดของวัณโรคและวัณโรคดื้อยาอย่างมีประสิทธิภาพ

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์