INFOGRAPHIC : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะ 6 ขั้นตอน ลดเชื้อจุลินทรีย์ในสมุนไพร

โดย : ฝ่ายประชาสัมพันธ์
1,012
6 พฤศจิกายน 2568

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์สมุนไพรเป็นที่นิยมและใช้กันมากขึ้น แต่สิ่งที่เป็นปัญหาคือการพบว่ายังมีผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยที่ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานในเรื่องการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์ซึ่งแหล่งกำเนิดอาจมาจากการวัตถุดิบสมุนไพร น้ำ เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิต สถานที่ผลิต ภาชนะบรรจุ หรือผู้ปฏิบัติงาน ดังนั้นเพื่อสร้างการรับรู้กับผู้ประกอบการหรือผู้ที่จะผลิตผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จึงขอแนะนำวิธีการควบคุมและลดการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์ในแหล่งกำเนิดต่างๆ ในผลิตภัณฑ์สมุนไพร 🌿 ดังนี้
1) การเตรียมวัตถุดิบสมุนไพร : ทำความสะอาดสมุนไพรหลังเก็บเกี่ยว สำหรับสมุนไพรที่สามารถล้างน้ำได้ให้ล้างด้วยน้ำสะอาดเพื่อลดปริมาณการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์ลง ซึ่งวิธีการล้างอาจเป็นการเปิดน้ำไหลผ่าน จุ่มล้างในอ่าง ฉีดน้ำแรงดันสูง หรือล้างพร้อมแปรงขัดผิว จากนั้นตากหรืออบให้แห้งเพื่อลดความชื้น เนื่องจากความชื้นสามารถส่งเสริมให้เชื้อจุลินทรีย์เจริญเติบโตในวัตถุดิบได้  สำหรับวัตถุดิบสมุนไพรที่ไม่สามารถทำความสะอาดด้วยการล้างน้ำ เช่น ดอกผลที่มีขนาดเล็กหรือการล้างน้ำจะทำให้สูญเสียสารสำคัญ อาจใช้การฉายรังสีแกมม่าแทนการล้างน้ำ ทั้งนี้ควรคัดเลือกวัตถุดิบจากแหล่งที่มีความน่าเชื่อถือหรือมีกระบวนการควบคุมคุณภาพ
2) การเก็บรักษาวัตถุดิบ : ควรเก็บในภาชนะที่มีฝาปิดสนิทและเก็บไว้ในที่สะอาด อากาศถ่ายเทได้ดี และไม่ชื้น ไม่ควรเปิดปิดภาชนะเก็บสมุนไพรหลายครั้ง เนื่องจากสมุนไพรสามารถดูดความชื้นจากอากาศซึ่งสามารถทำให้จุลินทรีย์เจริญเติบโตได้ รวมถึงเก็บรักษาในปริมาณที่พอเหมาะต่อแผนการผลิต และควรตรวจสอบสภาพวัตถุดิบที่เก็บรักษาเป็นระยะ
3) ภาชนะบรรจุ : ต้องสามารถป้องกันการซึมผ่านของอากาศและความชื้น และควรทำความสะอาดก่อนนำมาใช้
4) เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิต : ต้องหมั่นทำความสะอาดภายในพื้นที่ผลิตอย่างสม่ำเสมอและฆ่าเชื้ออยู่เสมอ พื้นที่ทำการผลิตควรยกสูงจากพื้น อยู่ห่างจากแหล่งที่ก่อให้เกิดความสกปรกต่างๆ เช่น ห้องน้ำ เป็นต้น มีมาตรการป้องกันแมลงและสัตว์รบกวนต่างๆ
5) ผู้ปฏิบัติงาน : ต้องมีสุขภาพอนามัยสมบูรณ์ แข็งแรง ขณะปฏิบัติงานควรสวมเสื้อผ้าปฏิบัติงานที่สะอาด สวมหมวกคลุมผม ถุงมือ ผ้าปิดปาก และไม่ควรพูดคุยขณะปฏิบัติงาน รวมถึงผ่านการอบรมให้ความรู้สุขลักษณะที่ดีในการผลิต
6) การควบคุมคุณภาพ : ผู้ผลิตควรมีการตรวจสอบคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ผลิต เช่น การตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการตามมาตรฐานที่กำหนด เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้ผลิตและผู้บริโภค

 

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202614051778758837564688370-7763.jpg
กรมวิทย์ฯ จับมือพันธมิตรไทย-จีน วิจัยตรวจมะเร็งลำไส้ใหญ่ ด้วยเทคโนโลยี DNA ตรวจง่าย แม่นยำสูง

วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 - นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความร่วมมือทางวิชาการ “โครงการวิจัยร่วมไทยด้านการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักระยะเริ่มต้นด้วยเทคโนโลยี DNA Methylation และนิเวศจุลชีพในลำไส้” (Thailand Joint Research Programme for DNA Methylation-Based Colorectal Cancer Early Screening and Intestinal Microecology) ระหว่างกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ บริษัท บีจีไอ เฮลท์ (ฮ่องกง) จำกัด และบริษัท แบงคอกจีโนมิกส์อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) ณ ห้องประชุมชัยนาทนเรนทร สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี โดยมี ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ นายโหว หย่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทบีจีไอ จีโนมิกส์ และนายกรพจน์ อัศวินวิจิตร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แบงคอกจีโนมิกส์อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือทางวิชาการ เพื่อส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีด้านจีโนมิกส์ ตลอดจนแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักระยะเริ่มต้น

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202608051778239015158605105-7721.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เผยพบเชื้อแบคทีเรียดื้อยาคาร์บาพีเนม สูงเกินร้อยละ 70 เสี่ยงไม่มียารักษาในอนาคต ชูระบบสุขภาพ One Health เฝ้าระวังภาวะดื้อยาทั้งระบบ และเตือนประชาชนใช้ยาปฏิชีวนะตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยสถานการณ์เชื้อดื้อยาต้านจุลชีพของประเทศไทยจากข้อมูลเฝ้าระวังย้อนหลัง 10 ปี พบแนวโน้มการดื้อยาของเชื้อแบคทีเรียสำคัญเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเชื้อ Acinetobacter calcoaceticus-baumannii complex (อะซินีโตแบคเตอร์ แคลโคอะซีติคัส-เบามันนีไอ คอมเพล็กซ์) ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียก่อโรคติดเชื้อในโรงพยาบาลที่รุนแรง มีอัตราการดื้อยาปฏิชีวนะกลุ่ม carbapenem (คาร์บาพีเนม) ซึ่งเป็นยาต้านจุลชีพทางเลือกสุดท้าย สูงกว่าร้อยละ 70 สะท้อนความรุนแรงของปัญหาเชื้อดื้อยาที่ส่งผลกระทบต่อระบบสาธารณสุขและทางเลือกในการรักษาผู้ป่วย เตือนประชาชนใช้ยาปฏิชีวนะตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อชะลอการดื้อยาในอนาคต

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์