กรมวิทย์ฯ เผยสายพันธุ์ไข้หวัดใหญ่ในไทยพบไข้หวัดใหญ่ชนิด A/H1N1 มากที่สุด ย้ำวัคซีนยังคงมีประสิทธิภาพในการป้องกัน

โดย : ฝ่ายประชาสัมพันธ์
1,527
25 เมษายน 2568

 กรมวิทย์ฯ เผยสายพันธุ์ไข้หวัดใหญ่ในไทยพบไข้หวัดใหญ่ชนิด A/H1N1 มากที่สุด ย้ำวัคซีนยังคงมีประสิทธิภาพในการป้องกัน

 

นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยถึงสถานการณ์ไข้หวัดใหญ่ว่า ปัจจุบันทั่วโลกพบเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่เป็นสาเหตุหลักของการระบาด 3 สายพันธุ์ ได้แก่ ไข้หวัดใหญ่ชนิด A(H3N2) พบมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 40.18 ไข้หวัดใหญ่ชนิด A(H1N1) pdm09 คิดเป็นร้อยละ 34.73 และไข้หวัดใหญ่ชนิด B (Victoria lineage) พบร้อยละ 24.84 ขณะที่สถานการณ์ในประเทศไทยพบไข้หวัดใหญ่ชนิด A/H1N1 (pdm09) มากที่สุด คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 41.55 รองลงมาคือไข้หวัดใหญ่ชนิด B (Victoria lineage) และไข้หวัดใหญ่ชนิด A(H3N2) มีสัดส่วนร้อยละ 32.80 และ 25.66 ตามลำดับ จากการวิเคราะห์สายพันธุ์ของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ในประเทศไทย โดยการใช้เทคนิค Whole genome sequencing วิเคราะห์หาลำดับพันธุกรรมทั้งจีโนมของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ และประเมินความสอดคล้องกับสายพันธุ์วัคซีนที่องค์การอนามัยโลกประกาศใช้สำหรับซีกโลกใต้ปี 2568 ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2567 - 31 มีนาคม 2568 พบว่า ไข้หวัดใหญ่ชนิด A(H1N1) มีความสอดคล้องกับสายพันธุ์ที่ระบุในวัคซีนซีกโลกใต้ 2568 คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 46.45 ขณะที่ไข้หวัดใหญ่ชนิด A(H3N2) และ B/Victoria lineage มีความสอดคล้องกับสายพันธุ์ที่ระบุในวัคซีนซีกโลกใต้ 2568 คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 100

   

  

นายแพทย์ยงยศ กล่าวอีกว่า การเฝ้าระวังสายพันธุ์มีบทบาทสำคัญในการติดตามการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม โดยเฉพาะในกลุ่ม 6B.1A.5a.2a กลุ่มย่อย C.1.9 ซึ่งพบการเปลี่ยนแปลงของกรดอะมิโนบนโปรตีน Hemagglutinin (HA) บริเวณ Antigenic site เป็นตำแหน่งสำคัญที่มีผลต่อการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน และอาจส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของวัคซีนในการกระตุ้นการสร้างแอนติบอดี จากรายงานขององค์การอนามัยโลกสุ่มตัวอย่างเชื้อจากกลุ่มดังกล่าว มาทดสอบกับแอนติซีรั่มจาก Ferret และซีรั่มของอาสาสมัครที่ได้รับวัคซีน A/Victoria/4897/2022 (H1N1) pdm09-like virus (6B.1A.5a.2a.1) ในปี 2567 พบว่ามีเพียงร้อยละ 3 ของเชื้อในกลุ่ม 6B.1A.5a.2a ที่มีประสิทธิภาพการตอบสนองต่อแอนติซีรั่มลดลง นอกจากนี้ผลการวิเคราะห์สายพันธุ์ย่อยของไวรัส A(H1N1)pdm09 กลุ่ม 6B.1A.5a.2a สายพันธุ์ย่อยต่างๆ ไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ดังนั้นวัคซีนที่จะนำมาฉีดให้แก่ประชากรในปี 2568 ยังคงมีประสิทธิภาพในการป้องกันเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A(H1N1) pdm09 ที่กำลังระบาดในปัจจุบันได้  

 

25 เมษายน 2568

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202604111793775785162321256-8341.jpg
INFOGRAPHIC : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อ Listeria monocytogenes ในอาหาร

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-732911597.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อลิสเทอเรียในอาหาร เตือนเชื้อนี้เจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น แนะเก็บแยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-415055800.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงอย่างถูกต้อง ห้ามนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงเกินจริง ย้ำใบรายงานผลทดสอบไม่ใช่ใบรับรองผลิตภัณฑ์

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงและประชาสัมพันธ์อย่างถูกต้อง หลังพบการนำผลทดสอบไปเผยแพร่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ย้ำใบรายงานผลการทดสอบแต่ละฉบับรับรองผลเฉพาะตัวอย่างที่ได้รับเท่านั้น ไม่ใช่การรับรองผลิตภัณฑ์ ต้องไม่กล่าวอ้างเกินขอบเขตการทดสอบ หรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุ้มครองผู้บริโภค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-789496760.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ชู 5 นโยบายปี 2570 ยกระดับสุขภาพประชาชน ลดค่าใช้จ่ายระบบสาธารณสุข

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มุ่งใช้ศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนระบบสาธารณสุขของประเทศ ผ่าน 5 นโยบายสำคัญในปีงบประมาณ 2570 ยกระดับการป้องกันโรคและคุณภาพบริการสุขภาพ ตั้งแต่การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตรวจคัดกรองโรคแม่และเด็ก ไปจนถึงการจัดทำแนวทางการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทั้งการตรวจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และรังสีวินิจฉัยอย่างสมเหตุผล ตลอดจนสนับสนุนการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรด้านสุขภาพอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-163174526.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมตรวจ “กาฬโรค” รู้ผลใน 24 ชั่วโมง ย้ำยึดหลักตามมาตรฐานความปลอดภัยชีวนิรภัยระดับ 3

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะห้องปฏิบัติการอ้างอิงของประเทศ มีความพร้อมและศักยภาพด้านความปลอดภัยทางชีวภาพระดับ 3 (Biosafety Level 3: BSL-3) รองรับการตรวจวินิจฉัยเชื้อก่อโรคกาฬโรคได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคของประเทศ ย้ำกาฬโรคเป็นโรคติดเชื้อที่มีความรุนแรง การเก็บและนำส่งตัวอย่าง รวมถึงการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ จึงต้องดำเนินการอย่างถูกต้องและปลอดภัย

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์