กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ยกระดับมาตรฐานสมุนไพรไทย เพิ่มมูลค่าการส่งออก

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
3,227
3 เมษายน 2561

 

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ยกระดับคุณภาพวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์สมุนไพรให้ได้มาตรฐานสากล เพื่อเป็นการตอบสนองนโยบายรัฐบาลในการส่งเสริมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยให้สามารถพึ่งตนเองได้ในด้านยาลดการนำเข้ายาแผนปัจจุบัน และสนับสนุนการส่งออกผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย สร้างความมั่นใจให้กับประชาชนผู้ใช้ผลิตภัณฑ์

นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงเกี่ยวกับสมุนไพรตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และ ปลายทาง ครบวงจร เริ่มตั้งแต่การปลูก ศึกษาวิจัย ผลิตผลิตภัณฑ์ จัดทำมาตรฐานสากลควบคุมคุณภาพ ส่งเสริม OTOP และ SME โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์มีสวนสมุนไพร 3 แห่ง ที่จังหวัดระยอง จันทบุรี และเชียงใหม่ใช้เป็นที่ศึกษาวิจัยการปลูกและผลิตวัตถุดิบ เพื่อการศึกษาวิจัยสาขาต่างๆ เป็นแหล่งรวบรวม และอนุรักษ์พันธุ์พืชสมุนไพร เผยแพร่ความรู้ ด้านการขยายพันธุ์ และการปลูกพืชสมุนไพร ตลอดจนผลิตกล้าไม้ เพื่อสนับสนุนการปลูกพืชสมุนไพร รวมทั้งการถ่ายทอดเทคโนโลยีต่อเกษตรกรผู้สนใจ นอกจากนี้ยังมีการศึกษา วิจัยทางเภสัชวิทยาและความเป็นพิษของสมุนไพรต่างๆ เก็บรวบรวมไว้ที่พิพิธภัณฑ์พืชกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ระดับนานาชาติ เพียง 14 แห่งใน ประเทศไทย ที่มีรหัสพิพิธภัณฑ์พืช คือ DMSC ตรวจระบุชื่อชนิดตามหลักอนุกรมวิธานพืช เพื่อให้ทราบชื่อพฤกษศาสตร์ที่ถูกต้อง และมีโรงงานต้นแบบผลิตผลิตภัณฑ์สมุนไพร ศึกษาวิจัย และพัฒนาองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีการผลิตผลิตภัณฑ์สุขภาพจากสมุนไพรเพื่อใช้เป็นยา ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และเครื่องสำอาง เช่น สบู่สมุนไพร รวมถึงการทดลองขยายขนาดการผลิตผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ผ่านการวิจัยด้านสรรพคุณ และความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการ เพื่อเป็นแนวทางในการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตสู่ระดับอุตสาหกรรมเชิงพาณิชย์ และใช้ในการทดลองทางคลินิก เช่น โครงการความร่วมมือ กับองค์การเภสัชกรรมผลิตยาแคปซูลสารสกัดเถาวัลย์เปรียงสำหรับแก้ปวดข้อ


กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นห้องปฏิบัติการอ้างอิงในการประเมินคุณภาพสมุนไพรทั้งภาครัฐและเอกชน นอกจากนี้ยังได้จัดทำตำราเกี่ยวกับข้อกำหนดมาตรฐานสมุนไพรในระดับสากล ได้แก่ ตำรามาตรฐานยาสมุนไพรไทย (Thai Herbal Pharmacopoeia) เพื่อการศึกษาวิจัยและเพื่อเป็นตำราอ้างอิงด้านมาตรฐานที่สำคัญทั้งวัตถุดิบ สารสกัด และผลิตภัณฑ์ ในการสนับสนุนการส่งออกสมุนไพรที่มีมูลค่ากว่าสองแสนล้านบาท อีกทั้งใช้สำหรับเป็นคู่มือในการตรวจคุณภาพสมุนไพร ที่มีการปนเปื้อนโลหะหนักหรือเชื้อเกินมาตรฐานปนปลอมสมุนไพรชนิดอื่นด้วย หรือคัดสมุนไพรที่ต่ำกว่ามาตรฐานตามข้อกำหนดออก เนื่องจากไม่เหมาะสำหรับใช้ผลิตยา


“นอกจากสมุนไพรที่ใช้เป็นยาแล้ว กรมฯยังมีการควบคุมคุณภาพของเครื่องสำอางที่มีสมุนไพรเป็นส่วนผสมอีกด้วยเช่นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง กลุ่มสปาที่มักมีการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคซึ่งอาจทำให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้ได้ นอกจากนี้ยังมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อสนับสนุน OTOP และ SME สนับสนุนนโยบายประชารัฐ อีกด้วย และเมื่อเร็วๆนี้ได้ถ่ายทอดองค์ความรู้ ด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ให้กลุ่มแปรรูปสมุนไพร บ้านตม อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี ต่อยอดผลิตภัณฑ์ข้าวหอมมะลิ 105 พันธุ์พื้นถิ่นของจังหวัดชลบุรีและฉะเชิงเทรา เป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ได้มาตรฐานจนสามารถส่งออกไปประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มรายได้แก่ชุมชนมากกว่าเดิมถึง 4 เท่า” นายแพทย์สุขุม กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202604111793775785162321256-8341.jpg
INFOGRAPHIC : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อ Listeria monocytogenes ในอาหาร

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-732911597.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อลิสเทอเรียในอาหาร เตือนเชื้อนี้เจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น แนะเก็บแยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-415055800.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงอย่างถูกต้อง ห้ามนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงเกินจริง ย้ำใบรายงานผลทดสอบไม่ใช่ใบรับรองผลิตภัณฑ์

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงและประชาสัมพันธ์อย่างถูกต้อง หลังพบการนำผลทดสอบไปเผยแพร่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ย้ำใบรายงานผลการทดสอบแต่ละฉบับรับรองผลเฉพาะตัวอย่างที่ได้รับเท่านั้น ไม่ใช่การรับรองผลิตภัณฑ์ ต้องไม่กล่าวอ้างเกินขอบเขตการทดสอบ หรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุ้มครองผู้บริโภค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-789496760.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ชู 5 นโยบายปี 2570 ยกระดับสุขภาพประชาชน ลดค่าใช้จ่ายระบบสาธารณสุข

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มุ่งใช้ศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนระบบสาธารณสุขของประเทศ ผ่าน 5 นโยบายสำคัญในปีงบประมาณ 2570 ยกระดับการป้องกันโรคและคุณภาพบริการสุขภาพ ตั้งแต่การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตรวจคัดกรองโรคแม่และเด็ก ไปจนถึงการจัดทำแนวทางการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทั้งการตรวจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และรังสีวินิจฉัยอย่างสมเหตุผล ตลอดจนสนับสนุนการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรด้านสุขภาพอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-163174526.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมตรวจ “กาฬโรค” รู้ผลใน 24 ชั่วโมง ย้ำยึดหลักตามมาตรฐานความปลอดภัยชีวนิรภัยระดับ 3

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะห้องปฏิบัติการอ้างอิงของประเทศ มีความพร้อมและศักยภาพด้านความปลอดภัยทางชีวภาพระดับ 3 (Biosafety Level 3: BSL-3) รองรับการตรวจวินิจฉัยเชื้อก่อโรคกาฬโรคได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคของประเทศ ย้ำกาฬโรคเป็นโรคติดเชื้อที่มีความรุนแรง การเก็บและนำส่งตัวอย่าง รวมถึงการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ จึงต้องดำเนินการอย่างถูกต้องและปลอดภัย

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์