3 พันธมิตร ประกาศความก้าวหน้าโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์เพื่อการสาธารณสุข หลังจับมือครบ 1 ปี

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
1,587
20 มีนาคม 2561


      3 พันธมิตร ประกาศความก้าวหน้าโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์เพื่อการสาธารณสุข หลังจับมือครบ 1 ปี เผยภารกิจบูรณาการและสร้างมาตรฐานผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบให้ได้มาตรฐานสากล

      เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2561 ที่ห้องประชุมกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จ.นนทบุรี กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ องค์การเภสัชกรรม และองค์การสุรา กรมสรรพสามิต แถลงข่าวความคืบหน้าครบ 1 ปี การดำเนินงาน โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์เพื่อการสาธารณสุขของประเทศ โดยร่วมศึกษา วิจัย พัฒนาผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์ให้มีคุณภาพตรงตามวัตถุประสงค์การใช้งาน รวมถึงการจัดทำมาตรฐานผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์สำหรับทำความสะอาดมือ ทั้งนี้เพื่อสร้างสุขอนามัยที่ดียิ่งขึ้นให้แก่ประชาชน ตามแผนยุทธศาสตร์ด้านสาธารณสุขของประเทศ ใช้เทคโนโลยี มาสร้างสรรค์ สู่นวัตกรรม เพื่อความสำเร็จของ “สาธารณสุข 4.0 แอลกอฮอล์คุณภาพมาตรฐานสากล” 

          นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า ปัจจุบันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคที่ติดต่อกัน โดยการสัมผัสมีมากขึ้น ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญการดูแลสุขภาพอนามัยของตนเองมากยิ่งขึ้น จึงทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบในรูปแบบต่างๆ อย่างแพร่หลายในท้องตลาด กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มีบทบาทในการศึกษาวิจัยและพัฒนาทางห้องปฏิบัติการเพื่อการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาด้านการสาธารณสุข รวมถึงการตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์สุขภาพเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคได้ตระหนักถึงความปลอดภัยในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์ การกำหนดมาตรฐานของผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์ในการใช้งานประเภทต่างๆเป็นประโยชน์ต่อสุขอนามัยของประชาชน  ดังนั้นจึงได้พัฒนาวิธีทดสอบประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์  โดยทดสอบผลิตภัณฑ์ที่องค์การเภสัชกรรมและองค์การสุราได้พัฒนาในรูปแบบต่างๆ อาทิ ผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์ของเหลว 70%  ผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์ 69.5% และ 80% พลัส  ทั้งทางเคมีและจุลชีววิทยา ผลจากการทดสอบประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อที่ระยะห่างในการฉีดพ่นแผ่นทดสอบ  30 เซนติเมตร ระยะเวลาในการพ่น 5 วินาที และระยะเวลาที่เชื้อโรคสัมผัสผลิตภัณฑ์ (exposure time) 10 นาที ผลปรากฏว่าแอลกอฮอล์สเปรย์ฆ่าแบคทีเรียได้ 100% นอกจากนี้ได้มีการทดสอบประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อไวรัสไข้หวัดนก H5N1 ผลปรากฏว่าแอลกอฮอล์สเปรย์ มีระยะเวลาในการสัมผัส ( contact time ) น้อยที่สุดที่ทำลายเชื้อไวรัส H5N1 เพียง 1 นาทีเท่านั้น

        ด้าน ดร.ภญ.มุกดาวรรณ ประกอบไวทยกิจ รองผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม ชี้แจงความคืบหน้าว่า ปัจจุบันองค์การเภสัชกรรมมีความพร้อมในการผลิตผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์ในรูปแบบต่างๆเพื่อใช้ในทางสาธารณสุข ล่าสุดได้รับมาตรฐาน GMP ในการผลิตผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์รูปแบบยาน้ำ เพื่อใช้ในการทำความสะอาดฆ่าเชื้อในสถานพยาบาล ผลการทดสอบประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อ พบว่า สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียมาตรฐานทางห้องปฏิบัติการได้ 99.999% เมื่อทดสอบซ้ำ โดยลดระยะเวลาที่เชื้อโรคสัมผัสผลิตภัณฑ์ (exposure time) เหลือ 1 นาที ปรากฏว่า ฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ถึง 99.999% เช่นกัน การดำเนินงานตามโครงการดังกล่าว องค์การเภสัชกรรมได้ช่วยสนับสนุนการกำหนดค่ามาตรฐานของผลิตภัณฑ์เพื่อนำไปใช้ในระบบสาธารณสุข เพื่อความเหมาะสมของผู้บริโภค มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และเกิดความปลอดภัยต่อการใช้อีกด้วย


      นายเชาวรัตน์ เชาวน์ชวานิล ผู้อำนวยการองค์การสุรา กล่าวว่า ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ ได้จัดทำ “ศูนย์ข้อมูลแอลกอฮอล์เพื่อการสาธารณสุข (Alcohol Information Center) บนเว็บไซต์ Alcohol for Public health ในรูปแบบสื่ออินโฟกราฟฟิค ทำให้เข้าใจง่าย และทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ด้วยเทคโนโลยีสื่อออนไลน์ ทันสมัย ฉับไว สอดคล้องไลฟ์สไตล์ปัจจุบัน นอกจากนี้องค์การสุราได้ร่วม คิดค้นใช้นวัตกรรมเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สอดคล้องกับพฤติกรรมของประชาชนในปัจจุบันที่ต้องการความสะดวก  อาทิเช่น ผลิตเจลล้างมือ และแอลกอฮอล์สเปรย์ที่สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ 100% ทำให้ลดการนำเข้าวัตถุดิบ ประเทศชาติได้ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ  และสามารถผลิตผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์เพื่อสาธารณสุขที่มีคุณภาพดี ราคาประหยัด เข้าถึงผู้บริโภคได้ในวงกว้าง นำคุณภาพชีวิตและสุขอนามัยที่ดีมาให้กับประชาชน และในอนาคตอันใกล้นี้จะมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์สารสกัดจากเศษยาสูบเพื่อควบคุมประชากรยุงลูกน้ำ และแมลงศัตรูพืช ซึ่งเป็นสารออร์แกนิค โดยผลิตในรูปแบบ EM Ball  มีประสิทธิภาพบำบัดน้ำเสีย พร้อมกับควบคุมประชากรลูกน้ำยุงได้อีกด้วย โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์เพื่อการสาธารณสุขของประเทศเกิดขึ้นจากการบูรณาการของ 3 องค์กรภาครัฐที่มุ่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติด้านสาธารณสุขในการพัฒนาและอภิบาลระบบสุขภาพอย่างมีส่วนร่วมและยั่งยืน

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202604111793775785162321256-8341.jpg
INFOGRAPHIC : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อ Listeria monocytogenes ในอาหาร

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-732911597.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อลิสเทอเรียในอาหาร เตือนเชื้อนี้เจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น แนะเก็บแยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-415055800.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงอย่างถูกต้อง ห้ามนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงเกินจริง ย้ำใบรายงานผลทดสอบไม่ใช่ใบรับรองผลิตภัณฑ์

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงและประชาสัมพันธ์อย่างถูกต้อง หลังพบการนำผลทดสอบไปเผยแพร่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ย้ำใบรายงานผลการทดสอบแต่ละฉบับรับรองผลเฉพาะตัวอย่างที่ได้รับเท่านั้น ไม่ใช่การรับรองผลิตภัณฑ์ ต้องไม่กล่าวอ้างเกินขอบเขตการทดสอบ หรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุ้มครองผู้บริโภค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-789496760.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ชู 5 นโยบายปี 2570 ยกระดับสุขภาพประชาชน ลดค่าใช้จ่ายระบบสาธารณสุข

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มุ่งใช้ศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนระบบสาธารณสุขของประเทศ ผ่าน 5 นโยบายสำคัญในปีงบประมาณ 2570 ยกระดับการป้องกันโรคและคุณภาพบริการสุขภาพ ตั้งแต่การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตรวจคัดกรองโรคแม่และเด็ก ไปจนถึงการจัดทำแนวทางการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทั้งการตรวจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และรังสีวินิจฉัยอย่างสมเหตุผล ตลอดจนสนับสนุนการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรด้านสุขภาพอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-163174526.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมตรวจ “กาฬโรค” รู้ผลใน 24 ชั่วโมง ย้ำยึดหลักตามมาตรฐานความปลอดภัยชีวนิรภัยระดับ 3

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะห้องปฏิบัติการอ้างอิงของประเทศ มีความพร้อมและศักยภาพด้านความปลอดภัยทางชีวภาพระดับ 3 (Biosafety Level 3: BSL-3) รองรับการตรวจวินิจฉัยเชื้อก่อโรคกาฬโรคได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคของประเทศ ย้ำกาฬโรคเป็นโรคติดเชื้อที่มีความรุนแรง การเก็บและนำส่งตัวอย่าง รวมถึงการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ จึงต้องดำเนินการอย่างถูกต้องและปลอดภัย

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์