กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์รับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์จากยางพาราส่งผลให้มูลค่าการส่งออกมากกว่า 4 หมื่นล้านบาท เป็นอันดับ 1-2 ของโลก

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
3,559
17 ตุลาคม 2560


         กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข สนองนโยบายประชารัฐส่งเสริมการใช้ยางพาราในประเทศเพิ่มขึ้น โดยเร่งทดสอบคุณภาพเครื่องมือแพทย์ทำจากยางพาราที่ผู้ประกอบการส่งตรวจ ช่วยให้ผู้ประกอบการยื่นขอใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองการผลิต เพื่อจำหน่ายในประเทศหรือส่งออกกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้อย่างรวดเร็ว

นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า ประเทศไทยมีการส่งออกถุงยางอนามัยเป็นอันดับ 1 ของโลก เนื่องจากต่างประเทศยอมรับคุณภาพมาตรฐานของถุงยางที่ผลิตในประเทศไทย ซึ่งสิ่งสำคัญ คือ การทดสอบคุณภาพโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และตามที่รัฐบาลมีนโยบายเร่งด่วนให้หน่วยงานทุกภาคส่วนดำเนินการใช้ยางพารา สำหรับแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการใช้ยางพาราในประเทศให้มากยิ่งขึ้น กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้พัฒนาการให้บริการทดสอบคุณภาพเครื่องมือแพทย์ที่ทำจากยางพารา เช่น ถุงยางอนามัย ถุงมือสำหรับการตรวจโรค และถุงมือสำหรับการศัลยกรรม ให้รวดเร็วมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยระหว่างปี พ.ศ.2557-2559 ได้รับตัวอย่าง  ถุงยางอนามัยและถุงมือแพทย์ รวมทั้งสิ้น 980 ตัวอย่าง มาทำการทดสอบคุณภาพตามวิธีมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมหรือมาตรฐานระหว่างประเทศ โดยทดสอบคุณสมบัติทางกล/กายภาพ ได้แก่ ด้านมิติ (ความกว้าง ความยาว ความหนา) การรั่วซึมน้ำ แรงดึง ความยืดเมื่อขาดและความปราศจากเชื้อ ทั้งนี้จากข้อมูลการให้บริการทดสอบคุณภาพเครื่องมือแพทย์ พบว่า ถุงยางอนามัยมีคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน ร้อยละ 100 ส่วนถุงมือสำหรับการตรวจโรคและถุงมือสำหรับการศัลยกรรม ยังคงตรวจพบตัวอย่างไม่เข้ามาตรฐานอยู่บ้าง ประมาณร้อยละ 9 และร้อยละ 7 ตามลำดับ ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่มาจากปัญหา ความทนต่อแรงดึงและความยืดตัวของเนื้อยาง รองลงมาคือ การรั่วซึมน้ำ ความยาว ความหนา และความกว้าง 

       จากการตรวจทดสอบคุณภาพโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถไปดำเนินการขอใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองการผลิต เพื่อจำหน่ายในประเทศหรือส่งออกกับ อย. ได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้หากผู้ประกอบการได้รับการรับรองความสามารถของห้องปฏิบัติการทดสอบตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025 : 2005 จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์แล้ว สามารถดำเนินการขอขึ้นบัญชีเป็นหน่วยตรวจสอบกับ อย. และจะสามารถใช้ผลการตรวจสอบคุณภาพของห้องปฏิบัติการผู้ประกอบการเอง ในการยื่นขอใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองการผลิต เพื่อจำหน่ายหรือส่งออกได้เช่นกัน


       นายแพทย์สุขุม กล่าวต่ออีกว่า ปัจจุบันมีผู้ประกอบการผลิตถุงยางอนามัยในประเทศไทยทั้งสิ้น 7 ราย และการที่มีคุณภาพมาตรฐานถึงร้อยละ 100 ทำให้ในปี พ.ศ.2559 ประเทศไทยครองอันดับ 1ของโลกในการผลิตและส่งออกถุงยางอนามัย มีสัดส่วนมูลค่าการส่งออกประมาณร้อยละ 22 หรือประมาณ 4,894 ล้านบาท ตลาดส่งออกถุงยางอนามัยรายใหญ่ของไทย คือ จีน รองลงมา คือ สหรัฐอเมริกา รัสเซีย ฮ่องกง และมาเลเซีย สำหรับถุงมือยาง พบว่า มีการผลิตถุงมือยาง  3 ประเภท คือ  ถุงมือยางที่ใช้ทางการแพทย์ ถุงมือยางที่ใช้ในงานบ้าน  และถุงมือยางที่ใช้ในอุตสาหกรรม โดยมีการผลิตถุงมือดังกล่าวทั้งหมดประมาณ 15,110 ล้านคู่ โดยร้อยละ 98 ผลิตเพื่อการส่งออก และใช้ในประเทศเพียงร้อยละ 2 โดยประเภทถุงมือยางที่ประเทศไทยมีการผลิตและส่งออกส่วนใหญ่เป็นถุงมือที่ใช้ทางการแพทย์ (ร้อยละ90 ของถุงมือยางทั้งหมด) โดยส่งออกเป็นอันดับ 2 ของโลก มีมูลค่าการส่งออกประมาณ 36,465 ล้านบาท โดยส่งออกไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา เยอรมัน และญี่ปุ่น

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202611091789092425354666245-8225.jpg
สาธารณสุขมอบรางวัล Lab Cost Efficiency Excellence Award ภายในปี 2569 ลดค่าใช้จ่ายด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ถึง 658 ล้านบาท พร้อมชู 10 โรงพยาบาลต้นแบบ บริหารค่าแล็บคุ้มค่า

กระทรวงสาธารณสุขมอบรางวัล Lab Cost Efficiency Excellence Award เชิดชู 10 โรงพยาบาลต้นแบบที่มีผลการดำเนินงานดีเด่นระดับประเทศ ในการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายด้านการตรวจทางห้องปฏิบัติการอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่าน 3 กลไกสำคัญ ได้แก่ การตรวจอย่างสมเหตุผล ตรวจที่จำเป็นและเหมาะสม และการจัดซื้อในราคาที่เหมาะสม เพื่อให้ประชาชนได้รับการตรวจวินิจฉัยที่มีมาตรฐาน ระบบสุขภาพสามารถใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202631081788165046699687395-8219.jpg
กรมวิทย์ฯ ยกระดับมาตรฐานโรงแรม 3 จังหวัดอันดามัน มอบประกาศนียบัตร 109 แห่ง ขับเคลื่อน โรงแรมสะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน ด้วย 3 C สร้างความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จัดอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้และมอบประกาศนียบัตร ตามโครงการ “โรงแรมสะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวของประเทศไทย” ภายใต้ 3C : Clean Bed, Clean Air, Clean Food ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต กระบี่ และพังงา ประจำปี พ.ศ. 2569 พร้อมมอบประกาศนียบัตร ตราสัญลักษณ์ DMSc Certified แก่โรงแรมที่ผ่านการดำเนินงานตามโครงการ จำนวน 109 แห่ง มุ่งยกระดับความปลอดภัยด้านสุขอนามัย สร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยว และสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ควบคู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์