เครือข่ายวิจัยวัณโรคประเทศไทยจัดทำแผนงานวิจัยวัณโรคระดับชาติ เพื่อแก้ปัญหาวัณโรคของประเทศไทย

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
1,360
25 สิงหาคม 2560


        กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ร่วมมือกับกรมควบคุมโรค กรมการแพทย์ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข องค์การอนามัยโลก สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สมาคมปราบวัณโรคแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย มูลนิธิวิจัยวัณโรคและโรคเอดส์ มูลนิธิรักษ์ไทย มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย มหาวิทยาลัยต่างๆและสำนักอนามัยกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการวิจัย พัฒนา วินิจฉัย ป้องกัน และรักษาวัณโรค โดยร่วมกันกำหนดแนวทางในการจัดทำแผนวิจัยวัณโรคระดับชาติ เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายในการยุติวัณโรคขององค์การอนามัยโลกภายในปี 2564

 ศ.คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า วัณโรคเป็นโรคติดเชื้อที่มีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชากรโลกเป็นอย่างมาก โดยประมาณหนึ่งในสามมีประชากรติดเชื้อวัณโรค แม้จะมีการให้วัคซีนสำหรับป้องกันการติดเชื้อมากว่า 100 ปีแต่วัคซีนดังกล่าวกลับไม่สามารถควบคุมสถานการณ์การติดเชื้อวัณโรคได้ จากการสำรวจโดยองค์การอนามัยโลกในปี ค.ศ.2012 พบว่ามีผู้ติดเชื้อวัณโรคใหม่เพิ่มขึ้นถึง 8.6 ล้านราย และประมาณ 2.5 ล้านรายมาจากทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อวัณโรคประมาณ 1.3 ล้านราย ซึ่งวัณโรคมักเป็นปัญหาของประเทศที่กำลังพัฒนา เนื่องจากการควบคุมรักษายังไม่เข้มข้นและครอบคลุมเท่ากับประเทศที่พัฒนาแล้ว สำหรับประเทศไทยกระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดเป้าหมายลดอัตราการเกิดของวัณโรคลงร้อยละ 12 ต่อปี จาก 171 ต่อประชากรแสนคน ในปี 2557 ให้เหลือ 88 ต่อประชากรแสนคน เมื่อสิ้นปี 2564 ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายยุติวัณโรคขององค์การอนามัยโลกนโยบายเร่งรัด โดยต้องปรับปรุงระบบการค้นหาผู้ป่วยวัณโรครายใหม่ให้รวดเร็วและครอบคลุม ตัดวงจรระบาด และต้องมีแผนยุทธศาสตร์วัณโรคระดับชาติ พ.ศ.2560–2564 เพื่อเสนอขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี

 นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มีภารกิจในการศึกษาและวิจัยการพัฒนานวัตกรรมการป้องกันและรักษาวัณโรค จึงได้ร่วมมือระหว่างหน่วยงานในประเทศที่มีบทบาทสำคัญต่อการวิจัย พัฒนา วินิจฉัย ป้องกัน และรักษาวัณโรค ได้แก่ กรมควบคุมโรค กรมการแพทย์ และมหาวิทยาลัยต่างๆ จึงได้มีการประชุมหารือ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปในแนวทางเดียวกัน รวมทั้งทบทวนและประเมินกิจกรรมการควบคุมวัณโรคผ่านโครงการวิจัย ทำให้ทราบถึงปัญหา จุดอ่อน จุดแข็ง และสิ่งที่จำเป็นสำหรับปรับปรุงในการพัฒนาแผนงานวิจัยวัณโรคระดับชาติ และสามารถจัดทำแผนงานวิจัยด้านวัณโรคระดับชาติเป้าหมายระยะ 1 ปี และ 5 ปี ได้สำเร็จ



        ที่ผ่านมากรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยโตเกียวในการวิจัยด้านวัณโรค และได้รับการสนับสนุนการวิจัยจาก Japan International Cooperation Agency (JICA) ประเทศไทย และ Japan Agency for Medical Research and Development (AMED) จนได้พัฒนานวัตกรรมใหม่ที่สามารถนำมาใช้ประกอบการวินิจฉัยและรักษาวัณโรค ประกอบไปด้วย การตรวจเลือดเพื่อประเมินการแสดงออกของยีนที่ช่วยในการวินิจฉัยการติดเชื้อวัณโรค การถอดรหัสพันธุกรรมของเชื้อวัณโรคเพื่อการประเมินภาวะดื้อต่อยาต้านวัณโรค วิธีตรวจระดับยาต้านวัณโรคเพื่อประเมินขนาดยาต้านวัณโรคให้เหมาะสม และ การตรวจพันธุกรรมเพื่อปรับขนาดยาต้านวัณโรคให้เหมาะสมกับลักษณะพันธุกรรมทำให้การวินิจฉัยโรคได้รวดเร็วขึ้น สามารถเลือกใช้ยาและปรับขนาดยาต้านวัณโรคให้เหมาะสม ส่งผลให้ประสิทธิภาพการรักษาดีขึ้น และลดการเกิดผลข้างเคียงจากยาต้านวัณโรค


ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202604111793775785162321256-8341.jpg
INFOGRAPHIC : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อ Listeria monocytogenes ในอาหาร

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-732911597.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อลิสเทอเรียในอาหาร เตือนเชื้อนี้เจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น แนะเก็บแยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-415055800.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงอย่างถูกต้อง ห้ามนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงเกินจริง ย้ำใบรายงานผลทดสอบไม่ใช่ใบรับรองผลิตภัณฑ์

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงและประชาสัมพันธ์อย่างถูกต้อง หลังพบการนำผลทดสอบไปเผยแพร่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ย้ำใบรายงานผลการทดสอบแต่ละฉบับรับรองผลเฉพาะตัวอย่างที่ได้รับเท่านั้น ไม่ใช่การรับรองผลิตภัณฑ์ ต้องไม่กล่าวอ้างเกินขอบเขตการทดสอบ หรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุ้มครองผู้บริโภค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-789496760.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ชู 5 นโยบายปี 2570 ยกระดับสุขภาพประชาชน ลดค่าใช้จ่ายระบบสาธารณสุข

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มุ่งใช้ศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนระบบสาธารณสุขของประเทศ ผ่าน 5 นโยบายสำคัญในปีงบประมาณ 2570 ยกระดับการป้องกันโรคและคุณภาพบริการสุขภาพ ตั้งแต่การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตรวจคัดกรองโรคแม่และเด็ก ไปจนถึงการจัดทำแนวทางการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทั้งการตรวจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และรังสีวินิจฉัยอย่างสมเหตุผล ตลอดจนสนับสนุนการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรด้านสุขภาพอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-163174526.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมตรวจ “กาฬโรค” รู้ผลใน 24 ชั่วโมง ย้ำยึดหลักตามมาตรฐานความปลอดภัยชีวนิรภัยระดับ 3

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะห้องปฏิบัติการอ้างอิงของประเทศ มีความพร้อมและศักยภาพด้านความปลอดภัยทางชีวภาพระดับ 3 (Biosafety Level 3: BSL-3) รองรับการตรวจวินิจฉัยเชื้อก่อโรคกาฬโรคได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคของประเทศ ย้ำกาฬโรคเป็นโรคติดเชื้อที่มีความรุนแรง การเก็บและนำส่งตัวอย่าง รวมถึงการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ จึงต้องดำเนินการอย่างถูกต้องและปลอดภัย

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์