กรมวิทย์ฯ ให้บริการเชิงรุกพบผู้มีส่วนได้ส่วนเสียด้านชีววัตถุ เพื่อพัฒนาบริการตอบสนองไทยแลนด์ 4.0

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
1,380
15 สิงหาคม 2560


              กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มีนโยบายมุ่งเน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง โดยจัดให้มีบริการเชิงรุก ระดมความเห็น ข้อเสนอแนะ ผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องทั้งจากหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน เพื่อพัฒนาและปรับปรุงการให้บริการด้านชีววัตถุให้มีประสิทธิภาพ พร้อมบรรยายให้ความรู้ “อุตสาหกรรมยาชีววัตถุกับการพัฒนาไปสู่ไทยแลนด์ 4.0” แก่ผู้ประกอบการ

นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า ประเทศไทยต้องนำเข้ายาชีววัตถุปีละมูลค่ากว่า 25,000 ล้านบาท แต่คนไทยสามารถเข้าถึงยาดังกล่าวได้เพียง 5,338 ราย และคาดว่ายังมีคนป่วยอีกกว่า 2 ล้านรายที่จำเป็นต้องได้รับยาดังกล่าว ดังนั้นรัฐบาลจึงเร่งแก้ปัญหาดังกล่าวภายใต้โมเดลประเทศไทย 4.0 โดยการส่งเสริมให้ภาครัฐร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมและสถาบันการศึกษา ในการพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์ไปสู่เป้าหมายในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจของนวัตกรรมกลุ่มสุขภาพ และผลักดันให้ประเทศไทยเป็น Medical Hub ในปี พ.ศ.2568 ทั้งนี้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้เน้นการทำงานแบบมีส่วนร่วมระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับผู้รับบริการ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยเล็งเห็นว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง อันจะส่งผลให้เกิดการพัฒนาปรับปรุงการทำงานของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และเพิ่มประสิทธิภาพ โดยที่การทำงานแบบมีส่วนร่วมจะประสบความสำเร็จ ขึ้นอยู่กับการสนับสนุนให้เกิดการมีส่วนร่วมอย่างมากจากผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างทั่วถึง รวมทั้งกระบวนการสร้างความร่วมมือที่ดี เพื่อนำไปสู่การพัฒนาและปรับปรุงการให้บริการอุตสาหกรรมยา ชีววัตถุที่มีประสิทธิภาพตอบสนองความต้องการของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และตอบสนองไทยแลนด์ 4.0 


          นายแพทย์สุขุม กล่าวต่ออีกว่า สถาบันชีววัตถุ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นหน่วยงานซึ่งต้องอาศัยองค์ความรู้และเทคโนโลยีขั้นสูงที่มีบทบาทในการประกันคุณภาพและประเมินความเสี่ยงวัคซีน ผลิตภัณฑ์เลือดและชีววัตถุอื่นๆ ที่ใช้ในประเทศ ชุดตรวจวินิจฉัยโรคที่ใช้โดยตรงกับร่างกายมนุษย์ ชุดตรวจวินิจฉัยโรคติดต่อทางเลือดและวัคซีนสัตว์ เป็นห้องปฏิบัติการอ้างอิงด้านชีววัตถุ ผลิตสารมาตรฐานของประเทศสำหรับการควบคุมคุณภาพชีววัตถุ รวมถึงศึกษา วิเคราะห์ วิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ และเทคโนโลยีทางห้องปฏิบัติการด้านชีววัตถุ พัฒนาคุณภาพห้องปฏิบัติการและระบบควบคุมคุณภาพชีววัตถุ ตลอดจนสนับสนุนด้านวิชาการและถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับวัคซีน ผลิตภัณฑ์เลือดและชีววัตถุอื่นๆ ให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน รวมทั้งห้องปฏิบัติการเครือข่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ จึงได้เชิญผู้ประกอบการด้านชีววัตถุภายในประเทศทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน เช่น ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา องค์การเภสัชกรรม สถานเสาวภา ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย จำนวนกว่า 100 คน เพื่อให้ข้อมูลข่าวสาร และรับฟังข้อเสนอแนะ เพื่อการพัฒนาองค์กร สอดคล้องตามหลักธรรมมาภิบาล สร้างคุณธรรมและความโปร่งใส ในการให้ความสำคัญกับผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย นอกจากมีเป้าหมายการพัฒนาองค์กรแล้วยังได้มีการให้ความรู้เพื่อสร้างคุณค่าของการให้บริการอย่างต่อเนื่องและเหมาะสมตามระบบคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202604111793775785162321256-8341.jpg
INFOGRAPHIC : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อ Listeria monocytogenes ในอาหาร

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-732911597.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อลิสเทอเรียในอาหาร เตือนเชื้อนี้เจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น แนะเก็บแยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-415055800.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงอย่างถูกต้อง ห้ามนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงเกินจริง ย้ำใบรายงานผลทดสอบไม่ใช่ใบรับรองผลิตภัณฑ์

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงและประชาสัมพันธ์อย่างถูกต้อง หลังพบการนำผลทดสอบไปเผยแพร่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ย้ำใบรายงานผลการทดสอบแต่ละฉบับรับรองผลเฉพาะตัวอย่างที่ได้รับเท่านั้น ไม่ใช่การรับรองผลิตภัณฑ์ ต้องไม่กล่าวอ้างเกินขอบเขตการทดสอบ หรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุ้มครองผู้บริโภค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-789496760.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ชู 5 นโยบายปี 2570 ยกระดับสุขภาพประชาชน ลดค่าใช้จ่ายระบบสาธารณสุข

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มุ่งใช้ศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนระบบสาธารณสุขของประเทศ ผ่าน 5 นโยบายสำคัญในปีงบประมาณ 2570 ยกระดับการป้องกันโรคและคุณภาพบริการสุขภาพ ตั้งแต่การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตรวจคัดกรองโรคแม่และเด็ก ไปจนถึงการจัดทำแนวทางการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทั้งการตรวจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และรังสีวินิจฉัยอย่างสมเหตุผล ตลอดจนสนับสนุนการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรด้านสุขภาพอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-163174526.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมตรวจ “กาฬโรค” รู้ผลใน 24 ชั่วโมง ย้ำยึดหลักตามมาตรฐานความปลอดภัยชีวนิรภัยระดับ 3

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะห้องปฏิบัติการอ้างอิงของประเทศ มีความพร้อมและศักยภาพด้านความปลอดภัยทางชีวภาพระดับ 3 (Biosafety Level 3: BSL-3) รองรับการตรวจวินิจฉัยเชื้อก่อโรคกาฬโรคได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคของประเทศ ย้ำกาฬโรคเป็นโรคติดเชื้อที่มีความรุนแรง การเก็บและนำส่งตัวอย่าง รวมถึงการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ จึงต้องดำเนินการอย่างถูกต้องและปลอดภัย

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์