กรมวิทย์ฯ เผยวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกที่ขึ้นทะเบียนในไทย ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
5,764
11 สิงหาคม 2560

      กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เผยทุกรุ่นการผลิตของวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกที่ขึ้นทะเบียนแล้ว ได้รับการตรวจรับรองจากสถาบันชีววัตถุ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน นอกจากนี้การป้องกันมะเร็งปากมดลูก ประชาชนควรดูแลสุขภาพให้แข็งแรง รับประทานอาหาร ผัก ผลไม้ที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ ใส่ถุงยางอนามัยชายทุกครั้งเมื่อมีการร่วมเพศ และฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันการติดเชื้อ



นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกที่ได้รับอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแล้ว 2 ตำรับ ได้แก่ วัคซีน Cervarix ซึ่งเป็นวัคซีนป้องกันไวรัส HPV 2 สายพันธุ์ และวัคซีน GARDASIL 4 ป้องกันไวรัส HPV 4 สายพันธุ์ และอยู่ระหว่างการพิจารณาขึ้นทะเบียน 1 ตำรับ ได้แก่ วัคซีน GARDASIL 9 ป้องกันไวรัส HPV จำนวน 9 สายพันธุ์ ทั้งนี้วัคซีนที่ผ่านการขึ้นทะเบียนแล้ว ต้องผ่านการประเมินเอกสารทะเบียนตำรับด้านคุณภาพและยังต้องผ่านการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างในห้องปฏิบัติการเพื่อประกอบการขึ้นทะเบียน ได้แก่ การตรวจสอบทางเคมี-ฟิสิกส์ ความปลอดภัย ความแรง และความเป็นเอกลักษณ์ ตามเกณฑ์มาตรฐานผลิตภัณฑ์ จากสถาบันชีววัตถุ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ในส่วนการรับรองรุ่นการผลิตก่อนจำหน่ายในประเทศนั้น สถาบันชีววัตถุ ได้ทำการตรวจสอบข้อมูลกระบวนการผลิตและการควบคุมคุณภาพของผู้ผลิต ร่วมกับการตรวจสอบลักษณะทางกายภาพของตัวอย่างวัคซีน 

      ทั้งนี้จากข้อมูลการขึ้นทะเบียนตั้งแต่ปี พ.ศ.2555 จนถึงปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ทั้งสองที่ขึ้นทะเบียนแล้วทุกรุ่นการผลิตผ่านเกณฑ์มาตรฐานของผลิตภัณฑ์ สำหรับวัคซีน GARDASIL 9 ที่อยู่ระหว่างการขึ้นทะเบียนนั้นได้ผ่านการพิจารณาทะเบียนตำรับและการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์แล้วเช่นกัน


       อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวต่ออีกว่า ปัจจุบันวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้ถูกบรรจุอยู่ในแผนสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของประเทศไทย ที่ผ่านมามีการนำเข้าผ่านการรับรองรุ่นการผลิตประมาณปีละ 100,000 - 200,000 โด๊ส แต่ขณะนี้มีหลายประเทศสนใจการวิจัยพัฒนาวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกรวมถึงการศึกษาวิจัยทางคลินิก เช่น สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส เกาหลี อินเดีย และจีน เป็นต้น โดยเฉพาะประเทศจีนกำลังพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกชนิด 2 สายพันธุ์ (16/18) และชนิด 4 สายพันธุ์ (6/11/16/18) และคาดว่าจะสำเร็จในอนาคตอันใกล้นี้ ซึ่งจะทำให้ประชาชนเข้าถึงผลิตภัณฑ์ได้มากขึ้น อย่างไรก็ตามการจะนำมาใช้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ต้องตรวจสอบรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อประชาชนจะได้มั่นใจในวัคซีนเหล่านี้ว่ามีคุณภาพ ปลอดภัย และประสิทธิภาพตามมาตรฐานสากล

      “การติดเชื้อ HPV ติดต่อโดยการสัมผัส โดยพบว่าติดต่อทางเพศสัมพันธุ์มากที่สุด ปัจจุบันยังไม่มียาที่ใช้รักษาการติดเชื้อ HPV ให้หายขาด การติดเชื้อจะหายไปเองได้ประมาณ 70% ในปีแรก และหายไปเกือบ 90% ในปีที่ 2 มีเพียงผู้ติดเชื้อส่วนน้อย (ประมาณ 5-10%) ที่เชื้อจะคงอยู่ในร่างกายแล้วพัฒนาทำให้เกิดเป็นโรคต่างๆ เช่น มะเร็งปากมดลูก การป้องกันการเกิดโรคสามารถทำได้โดยดูแลสุขภาพให้แข็งแรง รับประทานอาหาร ผัก ผลไม้ที่มีประโยชน์  ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ ใส่ถุงยางอนามัยชายทุกครั้งเมื่อมีการร่วมเพศ และการฉีดวัคซีน” นายแพทย์สุขุม กล่าวทิ้งท้าย


ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202604111793775785162321256-8341.jpg
INFOGRAPHIC : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อ Listeria monocytogenes ในอาหาร

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-732911597.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อลิสเทอเรียในอาหาร เตือนเชื้อนี้เจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น แนะเก็บแยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-415055800.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงอย่างถูกต้อง ห้ามนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงเกินจริง ย้ำใบรายงานผลทดสอบไม่ใช่ใบรับรองผลิตภัณฑ์

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงและประชาสัมพันธ์อย่างถูกต้อง หลังพบการนำผลทดสอบไปเผยแพร่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ย้ำใบรายงานผลการทดสอบแต่ละฉบับรับรองผลเฉพาะตัวอย่างที่ได้รับเท่านั้น ไม่ใช่การรับรองผลิตภัณฑ์ ต้องไม่กล่าวอ้างเกินขอบเขตการทดสอบ หรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุ้มครองผู้บริโภค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-789496760.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ชู 5 นโยบายปี 2570 ยกระดับสุขภาพประชาชน ลดค่าใช้จ่ายระบบสาธารณสุข

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มุ่งใช้ศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนระบบสาธารณสุขของประเทศ ผ่าน 5 นโยบายสำคัญในปีงบประมาณ 2570 ยกระดับการป้องกันโรคและคุณภาพบริการสุขภาพ ตั้งแต่การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตรวจคัดกรองโรคแม่และเด็ก ไปจนถึงการจัดทำแนวทางการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทั้งการตรวจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และรังสีวินิจฉัยอย่างสมเหตุผล ตลอดจนสนับสนุนการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรด้านสุขภาพอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-163174526.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมตรวจ “กาฬโรค” รู้ผลใน 24 ชั่วโมง ย้ำยึดหลักตามมาตรฐานความปลอดภัยชีวนิรภัยระดับ 3

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะห้องปฏิบัติการอ้างอิงของประเทศ มีความพร้อมและศักยภาพด้านความปลอดภัยทางชีวภาพระดับ 3 (Biosafety Level 3: BSL-3) รองรับการตรวจวินิจฉัยเชื้อก่อโรคกาฬโรคได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคของประเทศ ย้ำกาฬโรคเป็นโรคติดเชื้อที่มีความรุนแรง การเก็บและนำส่งตัวอย่าง รวมถึงการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ จึงต้องดำเนินการอย่างถูกต้องและปลอดภัย

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์