ห้องปฏิบัติการกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เตรียมพร้อมรับมือการระบาดไข้หวัดนก

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
2,398
3 กรกฎาคม 2560


       กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้เฝ้าระวังสถานการณ์การระบาดของไข้หวัดนก และไวรัสแบคทีเรียก่อโรคระบบทางเดินหายใจ โดยการตรวจหาเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ใหม่ด้วยวิธีชีวโมเลกุล (Realtime RT-PCR) รู้ผลภายใน 24 ชั่วโมงและยังพัฒนาศักยภาพในการตรวจจับเชื้อสายพันธุ์ใหม่ๆ อีก

นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า ปัจจุบันเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ใหม่ๆ นอกเหนือจากสายพันธุ์ A (H5N1) ได้อุบัติขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง หลายชนิดได้แพร่จากสัตว์ปีกมาสู่คน และบางชนิดก่อให้เกิดโรครุนแรง และยังมีหลายประเทศที่ยังคงพบการระบาดของไข้หวัดนกสายพันธุ์ต่างๆ ในสัตว์ปีกอย่างต่อเนื่อง บางประเทศในทวีปอเมริกาและยุโรปเริ่มพบไข้หวัดนกสายพันธุ์แบบรุนแรง (Highly Pathogenic Avian Influenza; HPAI) เป็นครั้งแรก ทั่วโลกจึงมีความเสี่ยงที่จะเกิดการระบาดใหญ่เช่นเดียวกันกับไข้หวัดนกสายพันธุ์ A(H5N1) ขณะที่ประเทศไทยมีผู้ป่วยยืนยันโรคไข้หวัดนก A(H5N1) จำนวนทั้งสิ้น 25 ราย เสียชีวิต 17 ราย พบผู้ป่วยยืนยันโรคไข้หวัดนกรายสุดท้ายในปี พ.ศ.2549 แต่เนื่องจากยังคงพบโรคไข้หวัดนกระบาดในคนและสัตว์ปีกในหลายประเทศ รวมทั้งประเทศเพื่อนบ้านของไทยด้วย กระทรวงสาธารณสุขจึงมีนโยบายเร่งรัดการเตรียมความพร้อมป้องกันควบคุมโรคไข้หวัดนกในพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง รวมถึงไข้หวัดนกสายพันธุ์ใหม่ เช่น A(H7N9) ด้วย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมเครือข่ายห้องปฏิบัติการจึงให้ความสำคัญและมีการเฝ้าระวังอย่างเป็นระบบมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2547 ทำให้ระบบเฝ้าระวังของประเทศไทยมีศักยภาพในการตรวจจับหาเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ทันสถานการณ์ และมีประสิทธิภาพ


นายแพทย์สุขุม กล่าวอีกว่า ห้องปฏิบัติการของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข และศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ทั้ง 14 แห่งในภูมิภาค ให้บริการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างจากผู้ป่วยที่เข้านิยามเฝ้าระวังสงสัยติดเชื้อไข้หวัดนกของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และยึดแนวทางการตรวจวิเคราะห์ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก ที่ต้องปรับเปลี่ยนวิธีการให้สามารถตรวจจับเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ใหม่ๆ ได้อย่างทันการณ์ โดยตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อไข้หวัดนกด้วยวิธี Realtime RT-PCR ซึ่งให้ผลเร็ว มีความจำเพาะสูง สามารถแยกเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ย่อยต่างๆ ออกจากกันได้ แต่ในกรณีที่เป็นเชื้อสายพันธุ์ใหม่ ที่ไม่เคยพบมาก่อน จะไม่สามารถจำแนกสายพันธุ์ย่อยได้ ต้องใช้วิธีหรือเทคนิคที่สูงกว่า เช่น การหาลำดับนิวคลีโอไทด์ของยีนที่สำคัญ ด้วยวิธี conventional gene sequencing หรือ next generation sequencing เป็นต้น


“กรณีที่เป็นผู้ป่วยที่เข้านิยามเฝ้าระวังสงสัยไข้หวัดนกแต่ตรวจไม่พบเชื้อ ห้องปฏิบัติการของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข สามารถตรวจหาไวรัสและแบคทีเรียก่อโรคระบบทางเดินหายใจอื่นๆ รวม 26 ชนิดด้วยวิธี Realtime RT PCR  ประกอบด้วย เชื้อไวรัส 16 ชนิด 3 Flu A subtypes และแบคทีเรีย 7 ชนิด (Flu A, Flu B, Respiratory syncytial virus A&B, Flu A-H1, Flu A-H1 pdm09, Flu A-H3, Enterovirus, Adenovirus, Parainfluenza virus 1-4, Metapneumovirus, Bocavirus, Rhinovirus, Coronavirus NL63, Coronavirus 229E, Coronavirus OC43, Mycoplasma pneumoniae , Chlamydia pneumoniae , Legionella pneumophila , Haemophilus influenzae , Streptococcus pneumoniae , Bordetella pertussis  และ Bordetella parapertussis)  ดังนั้นในช่วงที่มีอากาศเปลี่ยนแปลง ท่านที่มีอาการไอ ไข้ มีเสมหะ ปวดเมื่อยตามตัว หรือมีอาการในกลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจอื่นๆ มีประวัติการสัมผัสสัตว์ปีกไม่ชัดเจน  สามารถตรวจคัดกรองเบื้องต้น เพื่อหาไวรัสหรือแบคทีเรียก่อนได้และถ้าสงสัยไข้หวัดนก กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์  มีความพร้อมในการตรวจวินิจฉัยได้ภายใน 24 ชั่วโมง”   นายแพทย์สุขุมกล่าว

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202604111793775785162321256-8341.jpg
INFOGRAPHIC : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อ Listeria monocytogenes ในอาหาร

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-732911597.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อลิสเทอเรียในอาหาร เตือนเชื้อนี้เจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น แนะเก็บแยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-415055800.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงอย่างถูกต้อง ห้ามนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงเกินจริง ย้ำใบรายงานผลทดสอบไม่ใช่ใบรับรองผลิตภัณฑ์

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงและประชาสัมพันธ์อย่างถูกต้อง หลังพบการนำผลทดสอบไปเผยแพร่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ย้ำใบรายงานผลการทดสอบแต่ละฉบับรับรองผลเฉพาะตัวอย่างที่ได้รับเท่านั้น ไม่ใช่การรับรองผลิตภัณฑ์ ต้องไม่กล่าวอ้างเกินขอบเขตการทดสอบ หรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุ้มครองผู้บริโภค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-789496760.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ชู 5 นโยบายปี 2570 ยกระดับสุขภาพประชาชน ลดค่าใช้จ่ายระบบสาธารณสุข

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มุ่งใช้ศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนระบบสาธารณสุขของประเทศ ผ่าน 5 นโยบายสำคัญในปีงบประมาณ 2570 ยกระดับการป้องกันโรคและคุณภาพบริการสุขภาพ ตั้งแต่การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตรวจคัดกรองโรคแม่และเด็ก ไปจนถึงการจัดทำแนวทางการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทั้งการตรวจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และรังสีวินิจฉัยอย่างสมเหตุผล ตลอดจนสนับสนุนการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรด้านสุขภาพอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-163174526.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมตรวจ “กาฬโรค” รู้ผลใน 24 ชั่วโมง ย้ำยึดหลักตามมาตรฐานความปลอดภัยชีวนิรภัยระดับ 3

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะห้องปฏิบัติการอ้างอิงของประเทศ มีความพร้อมและศักยภาพด้านความปลอดภัยทางชีวภาพระดับ 3 (Biosafety Level 3: BSL-3) รองรับการตรวจวินิจฉัยเชื้อก่อโรคกาฬโรคได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคของประเทศ ย้ำกาฬโรคเป็นโรคติดเชื้อที่มีความรุนแรง การเก็บและนำส่งตัวอย่าง รวมถึงการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ จึงต้องดำเนินการอย่างถูกต้องและปลอดภัย

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์