กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์แจ้งไม่ต้องตื่นตระหนกเรื่องหมูหยองทำจากสำลี

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
2,961
21 มิถุนายน 2560


    กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แจ้งประชาชนทราบว่า กรมฯ ได้ตรวจจวิเคราะห์หมูหยอง-ไก่หยอง ในปี 2559 -2560 ไม่พบเส้นใยของสำลีในทุกตัวอย่าง

นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า ตามที่มีข่าวเผยแพร่ทางโลกโซเชียลมีเดียว่า  หมูหยองที่นำมาทำหน้าขนมปังและหน้าวาฟเฟิล เป็น หมูหยองปลอมที่ทำมาจากสำลีซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ทำให้ผู้บริโภคตื่นตระหนกนั้น การทำหมูหยองเป็นการแปรรูปเนื้อสัตว์ซึ่งจะทำให้รสชาติดีและสามารถเก็บไว้ได้นานขึ้น สำหรับขั้นตอน การผลิตหมูหยองจะใช้เนื้อส่วนสะโพกหมูมาหั่นเป็นชิ้นยาวๆตามเส้นของเนื้อหมู นำไปต้มกับเครื่องพะโล้ ปรุงรสด้วยน้ำตาลทราย น้ำตาลปี๊บ เกลือ ซี๊อิ้วขาว ซี๊อิ้วดำ จนเนื้อหมูสุกนิ่ม หลังจากนั้น นำเนื้อหมูมาโขลกเบาๆพอให้เนื้อหมูแตกแล้วนำมีดปลายแหลมหรือส้อมเขี่ยเนื้อหมูให้แยกจากกันเป็นเส้นเล็กๆ ซึ่งปัจจุบันจะใช้เครื่องจักรช่วย แล้วนำไปอบหรือตากแดดเพื่อให้ความชื้นลดลง ประมาณ 50 % หลังจากนั้นนำเนื้อหมูที่ได้ไปโขลกอีกครั้งเพื่อให้เนื้อหมูเป็นเส้นฝอยๆ และฟูขึ้น แล้วจึงนำมาผัดในกระทะหรืออบไฟอ่อนจนเนื้อหมูเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอ่อนและแห้ง ปัจจุบันมี การนำเนื้อสัตว์ชนิดอื่นมาแปรรูปในลักษณะเดียวกัน เช่น ไก่หยองและปลาหยอง เป็นต้น

การตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการของสำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อตรวจสอบว่าหมูหยองทำมาจากเนื้อหมู มีการตรวจด้านกายภาพและด้านชีวโมเลกุล ด้านกายภาพจะตรวจ โดยการดูลักษณะของเส้นใยด้วยกล้องจุลทรรศน์ที่มีกำลังขยายประมาณ 30 เท่า ด้านชีวโมเลกุลจะตรวจดีเอ็นเอเนื้อสัตว์ ตามที่ระบุมาในฉลากอาหาร เช่น ฉลากระบุ “หมูหยอง” ตรวจดีเอ็นเอหมู หรือ “ ไก่หยอง” ตรวจดีเอ็นเอไก่ เป็นต้น ซึ่งผลการตรวจจะต้องพบเฉพาะเนื้อสัตว์ที่ระบุมาในฉลากเท่านั้น  จากผลการตรวจวิเคราะห์หมูหยอง-ไก่หยองในปี 2559-2560 พบว่า ด้านกายภาพ ตรวจไม่พบเส้นใยของสำลี ในทุกตัวอย่าง ด้านชีวโมเลกุล ตัวอย่างหมูหยอง พบว่ามีทั้งพบเฉพาะดีเอ็นเอหมูอย่างเดียว และพบทั้งดีเอ็นเอหมูและไก่ผสมกัน ส่วนอาหารที่ระบุบนฉลากว่าเป็น “ไก่หยอง” จากการตรวจวิเคราะห์พบแต่ดีเอ็นเอของไก่เท่านั้น และสำหรับข่าวที่ว่าเมื่อนำหมูหยองไปล้างน้ำแล้วมีสีละลายออกมาเนื้อหมูมีสีซีดลงนั้น สาเหตุมาจากสีน้ำตาลของหมูหยองที่เกิดขึ้นจากคาราเมลของน้ำตาลสีของซอสและเครื่องปรุงรสต่างๆ ที่เอามาผสมกันเมื่อนำไปล้างน้ำจึงสามารถละลายออกมาได้ เนื้อหมูจึงซีดลงเหลือแต่เส้นใยของกล้ามเนื้อหมู

นายแพทย์สุขุม กล่าวเพิ่มเติมว่า หมูหยองที่จำหน่ายตรวจไม่พบเส้นใยของสำลี แต่พบว่าทำมาจากเนื้อหมูล้วนๆ หรือผสมเนื้อไก่ ดังนั้นผู้บริโภคจึงไม่ต้องกังวล สามารถบริโภคได้ตามปกติ ในส่วนผู้ประกอบการควรระบุฉลากอาหารให้ตรงกับวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต ซึ่งอาหารดังกล่าวแม้ไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค แต่เป็นการหลอกลวงผู้บริโภค และอาหารดังกล่าวเข้าข่ายเป็นอาหารปลอม ตามมาตรา 27 พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 (ฉบับปรับปรุง ปี2559) โดยในมาตรา 25 (2) ห้ามมิให้ผู้ใดผลิต นำเข้าเพื่อจำหน่าย หรือจำหน่าย ซึ่งผู้ใดฝ่าฝืนจะมีบทลงโทษตามมาตรา 59 มีโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสิบปี และปรับตั้งแต่  5,000 -100,000 บาท สำหรับผู้บริโภคการเลือกซื้ออาหารประเภทที่เรียกว่าหยองนั้น หากเป็นหมูหยองจะมีลักษณะเป็นเส้นใยขนาดแตกต่างกัน ส่วนไก่หยองจะมีลักษณะเป็นเส้นสั้นๆ ส่วนปลาหยองจะเป็นผงหยาบๆ และควรเลือกซื้ออาหารเหล่านี้ที่ไม่มีกลิ่นหืน ไม่มีเศษวัสดุอื่นเจือปนอยู่ และเลือกซื้อที่มีฉลาก อย.

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202610061781088676226382230-7917.jpg
กรมวิทย์ฯ เปิดเวที GLLP Asia-Pacific 2026 เสริมศักยภาพผู้นำห้องปฏิบัติการนานาชาติ สร้างความมั่นคงสุขภาพโลก รับมือโรคอุบัติใหม่ ภายใต้แนวคิด One Health

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ กรมปศุสัตว์ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (U.S. CDC) องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และภาคีเครือข่ายนานาชาติ จัด "โครงการพัฒนาภาวะผู้นำห้องปฏิบัติการระดับโลก (Global Laboratory Leadership Program: GLLP) ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก รุ่นที่ 2 ประจำปี 2569" มุ่งพัฒนาศักยภาพผู้นำห้องปฏิบัติการด้านสาธารณสุข ภายใต้แนวคิด “One Health” เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางสุขภาพของประเทศและภูมิภาค พร้อมรับมือโรคอุบัติใหม่และภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขในอนาคต

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-883250146.jpg
กรมวิทย์ฯ ย้ำความพร้อมตรวจอีโบลา เดินหน้าฟื้นฟูห้องปฏิบัติการ DRA เสริมศักยภาพ โรงพยาบาลทั่วประเทศ

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นประธานเปิดการประชุม “พัฒนาศักยภาพห้องปฏิบัติการของประเทศ National LAB Network (NLN) : โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา : LAB ตรวจวินิจฉัย และ DRA” โดยมี นพ.พิเชฐ บัญญัติ พร้อมด้วย ดร.นพ.สุรเดชช ชวะเดช รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ดร.พิไลลักษณ์ อัคคไพบูลย์ โอกาดะ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการจากโรงพยาบาลภาครัฐและภาคเอกชน ร่วมประชุมออนไลน์กว่า 800 คน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-162618602.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมเครือข่ายห้องปฏิบัติการ RT-PCR เสริมความพร้อมรับมือโรคอุบัติใหม่–ไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัดนก ทั่วประเทศ

วันที่ 26 พฤษภาคม 2569 ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ “การยกระดับศักยภาพเครือข่ายห้องปฏิบัติการด้าน RT-PCR ในการวินิจฉัยไข้หวัดใหญ่และไข้หวัดนก ประจำปี 2569” ซึ่งจัดขึ้นทั้งในรูปแบบ On-site และ Online เพื่อพัฒนาความรู้ ทักษะการปฏิบัติงาน และเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างห้องปฏิบัติการทั่วประเทศให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น โดยมีนพ.พิเชฐ บัญญัติ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ บรรยายพิเศษในหัวข้อ “ทิศทางการเตรียมความพร้อมห้องปฏิบัติการต่อโรคอุบัติใหม่”

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์