กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผนึก WHO–สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโคเปนเฮเกน เดนมาร์ก ยกระดับความร่วมมือ การแพทย์เพื่อสุขภาพดีและอายุยืนยาว สู่เครือข่ายนวัตกรรมการแพทย์ระดับโลกขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพไทย

โดย : ฝ่ายประชาสัมพันธ์
1,325
18 กันยายน 2569

ณ UN City กรุงโคเปนเฮเกน | 15–17 กันยายน 2569 — กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขเดินหน้าขยายความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และนวัตกรรมสุขภาพระดับนานาชาติ ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโคเปนเฮเกน องค์การอนามัยโลก (WHO) ตลอดจนหน่วยงานและเครือข่ายด้านสุขภาพของเดนมาร์ก เพื่อวางรากฐานความร่วมมือระยะยาวด้าน Advanced Medical Innovation, Healthy Longevity และ Health Economy ภายใต้แนวคิด "Knowledge Exchange, Stronger Networks, Healthier Future" จากกรอบแนวคิด "Synergies between Diplomacy, Innovation, Industry — Bridging Innovation for Healthy Longevity" 
ทั้งนี้ได้รับเกียรติจาก Dr. Corinne Capuano Director of Programme Management, WHO Regional Office for Europe กล่าวต้อนรับ และ H.E. Mrs.Suphanvasa Chotikajan Tang เอกอัครราชทูตไทยประจำเดนมาร์ก กล่าวเปิดงาน จากนั้นคณะกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ นำโดย ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ขึ้นกล่าวปาฐกถาพิเศษ (keynote speaker) ในหัวข้อ "From Lab to Life: Sciences for Healthy Longevity" เพื่อขับเคลื่อนงานของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และกระทรวงสาธารณสุขในการให้ประชาชนมีสุขภาพดีและมีชีวิตยืนยาว โดยนำเสนอผลงานด้าน ATMPs สมุนไพรไทย และเครื่องสำอาง พร้อมแสวงหาความร่วมมือด้านการวิจัยและนักลงทุนร่วมกับภาคีนานาชาติ ก่อนต่อยอดสู่การหารือกับเครือข่ายภาครัฐ–เอกชนของเดนมาร์ก เพื่อศึกษากลไกการพัฒนาระบบสุขภาพและนวัตกรรมที่เชื่อมโยงภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคธุรกิจเข้าด้วยกัน






ผลลัพธ์การจัดงานสะท้อนว่าข้อจำกัดด้านเงินทุนสำหรับการทดสอบทางคลินิกในประชากรกลุ่มใหญ่ยังเป็นคอขวดหลักของงานวิจัยสุขภาพทั่วโลก ทางออกหนึ่งคือการเร่งใช้ Biomarkers ที่แม่นยำเพื่อร่นระยะเวลาการทดสอบ โดยเฉพาะงานวิจัยด้าน Longevity ขณะที่ไทยมีจุดแข็งจากภาคเกษตรที่สามารถแปรรูปผลพลอยได้ เช่น ชานอ้อยและมันสำปะหลัง ให้เป็นสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพป้อนอุตสาหกรรมยาได้

ด้านการลงทุน ไทยมีเครื่องมือรองรับที่เป็นรูปธรรมทั้งสิทธิประโยชน์จาก BOI และพื้นที่ EEC พร้อมต้นแบบความร่วมมือรัฐ–เอกชนอย่าง Novo Nordisk กับโรงพยาบาลภาครัฐ ในการวิจัยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง และมีศักยภาพเป็น ประตูสู่อาเซียน ตลาดกว่า 600 ล้านคน สิ่งที่ต้องเร่งพัฒนาคือความชัดเจนด้านกฎระเบียบและระบบข้อมูลสุขภาพ โดยที่ประชุมเสนอให้จัดตั้ง Regulatory Sandbox ข้ามพรมแดนร่วมกับ SME และภาคอุตสาหกรรมต่างชาติ พร้อมผลักดันไทยสู่การเป็น Wellness Destination ต่อยอดจากความสำเร็จของ Global Wellness Summit ที่ภูเก็ต
ในโอกาสนี้ คณะผู้แทนไทยยังได้นำ ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย อาหารปลอดภัย และการนวดไทย มาจัดแสดงร่วมในกิจกรรม เพื่อถ่ายทอดอัตลักษณ์ด้านการแพทย์เชิงป้องกันและวิถีสุขภาพดีแบบไทยสู่สายตานานาชาติ สอดคล้องกับแนวทาง Preventative Medicine และการใช้อาหารที่มีสารออกฤทธิ์ทางยา เช่น ขมิ้นชันและข่า ซึ่งเป็นทุนทางวัฒนธรรมที่ช่วยเสริมภาพลักษณ์ไทยในฐานะศูนย์กลางสุขภาวะของภูมิภาค

จาก "สุขภาพ" สู่ "เศรษฐกิจสุขภาพแห่งอนาคต" หัวใจสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้คือการมองสุขภาพในมิติใหม่ ไม่เพียงการรักษาโรค แต่ครอบคลุมตั้งแต่การป้องกันโรค การตรวจวินิจฉัยที่แม่นยำ การแพทย์เฉพาะบุคคล เทคโนโลยีชีวภาพและการแพทย์ดิจิทัล ไปจนถึงการส่งเสริม Healthy Longevity หรือการมีชีวิตยืนยาวอย่างมีสุขภาวะ

******16 กันยายน 2569******

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202604111793775785162321256-8341.jpg
INFOGRAPHIC : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อ Listeria monocytogenes ในอาหาร

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-732911597.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อลิสเทอเรียในอาหาร เตือนเชื้อนี้เจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น แนะเก็บแยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-415055800.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงอย่างถูกต้อง ห้ามนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงเกินจริง ย้ำใบรายงานผลทดสอบไม่ใช่ใบรับรองผลิตภัณฑ์

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงและประชาสัมพันธ์อย่างถูกต้อง หลังพบการนำผลทดสอบไปเผยแพร่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ย้ำใบรายงานผลการทดสอบแต่ละฉบับรับรองผลเฉพาะตัวอย่างที่ได้รับเท่านั้น ไม่ใช่การรับรองผลิตภัณฑ์ ต้องไม่กล่าวอ้างเกินขอบเขตการทดสอบ หรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุ้มครองผู้บริโภค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-789496760.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ชู 5 นโยบายปี 2570 ยกระดับสุขภาพประชาชน ลดค่าใช้จ่ายระบบสาธารณสุข

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มุ่งใช้ศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนระบบสาธารณสุขของประเทศ ผ่าน 5 นโยบายสำคัญในปีงบประมาณ 2570 ยกระดับการป้องกันโรคและคุณภาพบริการสุขภาพ ตั้งแต่การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตรวจคัดกรองโรคแม่และเด็ก ไปจนถึงการจัดทำแนวทางการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทั้งการตรวจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และรังสีวินิจฉัยอย่างสมเหตุผล ตลอดจนสนับสนุนการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรด้านสุขภาพอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-163174526.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมตรวจ “กาฬโรค” รู้ผลใน 24 ชั่วโมง ย้ำยึดหลักตามมาตรฐานความปลอดภัยชีวนิรภัยระดับ 3

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะห้องปฏิบัติการอ้างอิงของประเทศ มีความพร้อมและศักยภาพด้านความปลอดภัยทางชีวภาพระดับ 3 (Biosafety Level 3: BSL-3) รองรับการตรวจวินิจฉัยเชื้อก่อโรคกาฬโรคได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคของประเทศ ย้ำกาฬโรคเป็นโรคติดเชื้อที่มีความรุนแรง การเก็บและนำส่งตัวอย่าง รวมถึงการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ จึงต้องดำเนินการอย่างถูกต้องและปลอดภัย

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์