กรมวิทย์ฯ เผยผลตรวจผงปริศนา-น้ำซุปก๋วยเตี๋ยวอุดรฯ พบ “ไนไทรต์” ย้ำไม่ใช่เกลือปรุงอาหาร ใช้ผิดเสี่ยงตาย

โดย : ฝ่ายประชาสัมพันธ์
756
11 มิถุนายน 2569


กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ยืนยันผลตรวจวิเคราะห์ผงสีขาว พบเป็น สารไนไทรต์ 99.2% และพบไนไทรต์ในน้ำซุปก๋วยเตี๋ยว 2,933 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งเป็นสารที่ใช้ในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์แปรรูปเนื้อสัตว์ เตือนอันตรายหากนำมาปรุงอาหาร
ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจตัวอย่าง กรณีชาวบ้านรับประทานก๋วยเตี๋ยวจากร้านแห่งหนึ่งภายในชุมชนพรสวรรค์ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี และมีอาการป่วยว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดย ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 8 อุดรธานี ได้รับตัวอย่างจากโรงพยาบาลอุดรธานี เพื่อตรวจสอบทางห้องปฏิบัติการอย่างเร่งด่วน โดยตัวอย่างที่ส่งตรวจจำนวน 4 ตัวอย่าง ประกอบด้วย อาเจียนของผู้ป่วย 2 ตัวอย่าง น้ำซุปก๋วยเตี๋ยวเนื้อหมูและเนื้อไก่ 1 ตัวอย่าง และ ผงสีขาว ไม่ทราบชนิด 1 ตัวอย่าง โดยตรวจสอบการปนเปื้อนของสารเคมีต้องสงสัย อาทิ สารเคมีกลุ่มไนเทรตไนไทรต์ และสารไซยาไนด์
 


 

ล่าสุดจากการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผลตรวจยืนยัน ผงสีขาว พบว่าเป็นสารไนไทรต์ ความบริสุทธิ์ ร้อยละ 99.2 ส่วนผลตรวจตัวอย่างอาเจียนผู้ป่วยพบสารไนไทรต์และไนเทรต ส่วนผลตรวจตัวอย่างน้ำซุปก๋วยเตี๋ยว ตรวจพบปริมาณไนไทรต์ 2,933 มิลลิกรัมต่อลิตร ดังนั้นการบริโภคน้ำซุปเพียงประมาณ 1 ช้อนชา จะทำให้ได้รับไนไทรต์เกินค่าปริมาณที่ยอมรับได้ต่อวัน (Acceptable Daily Intake; ADI) ที่ JECFA กำหนด (4.0 มิลลิกรัมต่อคนต่อวัน) ซึ่งก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพเมื่อรับประทานต่อเนื่องทุกวัน หากรับประทานในปริมาณสูงเกินกว่า 1 ลิตรหรือเทียบเท่ากับก๋วยเตี๋ยว 3 ชามในครั้งเดียว จะทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้
ทั้งนี้ สารไนไทรต์ หรือที่เรียกกันว่า “เกลือถนอมอาหาร” หรือ “ผงเพรก” เป็นสารที่ใช้ในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์แปรรูปเนื้อสัตว์ เช่น กุนเชียง ไส้กรอก แหนม และหมูยอ เพื่อช่วยคงสีชมพูแดงของเนื้อสัตว์ และยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียบางชนิด 

 

อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวต่ออีกว่า ไนไทรต์ไม่ใช่เกลือปรุงอาหาร และ ไม่ควรนำมาใช้แทนเกลือบริโภคโดยเด็ดขาด เนื่องจากหากร่างกายได้รับในปริมาณสูง อาจส่งผลกระทบต่อระบบการขนส่งออกซิเจนในเลือด ทำให้เกิดอาการตัวเขียวคล้ำ หายใจหอบเหนื่อย เวียนศีรษะ หัวใจเต้นผิดปกติ และในกรณีรุนแรงอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 468) พ.ศ. 2568 กำหนดให้ใช้ไนไทรต์ในการถนอมอาหารของผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ได้ไม่เกิน 80 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม โดยต้องใช้ภายใต้การควบคุมตามมาตรฐานความปลอดภัยอาหารอย่างเคร่งครัด
 

ดร.นพ.สราวุฒิ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ยังคงเร่งตรวจวิเคราะห์สารปนเปื้อนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด โดยเมื่อผลการตรวจสอบแล้วเสร็จ จะรีบแจ้งให้ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบโดยเร็ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยอาหารและคุ้มครองสุขภาพของประชาชนอย่างสูงสุด 
ท้ายนี้ฝากถึงผู้ประกอบการ "ควรมีการจัดเก็บและบริหารจัดการสารเคมีก่อนนำไปทิ้ง สำหรับผู้บริโภค ไม่ควรเก็บสิ่งของที่ไม่ทราบที่มาที่ไปมาใช้หรือประกอบอาหารแม้จะมีลักษณะคล้ายเครื่องปรุงที่ใช้ในครัวเรือน เพื่อความปลอดภัยต่อชีวิต"

********** 11 มิถุนายน 2569 ********

 

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-356276721.jpg
เด็กไทยเกิดใหม่ทุกคน รู้ผลธาลัสซีเมีย ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง รู้เร็ว รักษาเร็ว ลดความรุนแรง มุ่งสู่คนไทยรุ่นใหม่ปลอดโรคธาลัสซีเมีย

กระทรวงสาธารณสุข โดย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มูลนิธิโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียแห่งประเทศไทย และ ภาคีเครือข่าย ร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ “ประชากรรุ่นใหม่ปลอดโรคธาลัสซีเมีย” โดยมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีห้องปฏิบัติการขั้นสูง ตรวจวินิจฉัยโรคให้มีความแม่นยำสูงสุด สามารถระบุพาหะและตัวแปรพันธุกรรมที่ซับซ้อนเพื่อการรักษาได้อย่างตรงจุดแม่นยำนำเข้าสู่ระบบบริการและผลักดันให้เป็นสิทธิประโยชน์เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงได้ พร้อมเร่งยกระดับห้องปฏิบัติการเครือข่ายทั่วประเทศให้มีคุณภาพมาตรฐานและจัดทำฐานข้อมูลระดับประเทศ เพื่อใช้สนับสนุนการวางนโยบายเพื่อการป้องกันและควบคุมโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-361965682.jpg
กรมวิทย์ฯ จับมือ กทม. ยกระดับอสส.เมืองกรุง ใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น เสริมเกราะคุ้มครองผู้บริโภคนชุมชน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร ติวเข้มอาสาสมัครสาธารณสุขวิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชน (อสส.) และพี่เลี้ยงกว่า 200 ชีวิต ด้วยแนวคิด “บันได 3 ขั้น” ตั้งแต่การเรียนรู้ผ่านระบบดิจิทัล การฝึกใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น ไปจนถึงการลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริง โดยมีพยาบาลวิชาชีพและเภสัชกรคอยเป็นพี่เลี้ยงดูแลอย่างใกล้ชิด มุ่งสร้างอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อร่วมกันเป็นพลังสำคัญของเครือข่ายเฝ้าระวัง แจ้งเตือนภัย และส่งต่อความรู้ด้านสุขภาพในชุมชน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-594091221.jpg
กรมวิทย์ฯ ผนึก สกร. ปั้น “ครูนักวิทย์” 77 จังหวัด ส่งเสริมความรอบรู้วิทยาศาสตร์การแพทย์ สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังความปลอดภัยอาหารและสุขภาพในชุมชน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จับมือ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) กระทรวงศึกษาธิการ เดินหน้าพัฒนา “ครูนักวิทย์” รุ่นแรก 154 คน จาก 77 จังหวัด เสริมทักษะด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และการใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เยาวชนและประชาชน สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านอาหาร ผลิตภัณฑ์สุขภาพ สิ่งแวดล้อม และน้ำบริโภคในระดับชุมชน มุ่งยกระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพ ลดความเสี่ยง และสร้างสังคมที่ปลอดภัยด้วยหลักฐานเชิงวิทยาศาสตร์

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202609071783584009677387105-8075.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมมือ JICA ชูเทคโนโลยีถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม (WGS) ยกระดับระบบเฝ้าระวังวัณโรคเชิงรุก มุ่งยุติวัณโรคของไทย

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายยุติวัณโรคของประเทศไทย ด้วยการนำเทคโนโลยีจีโนมิกส์และการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม (Whole Genome Sequencing: WGS) เสริมศักยภาพระบบเฝ้าระวังและสอบสวนโรค เปลี่ยนจากการรอรับผู้ป่วยในโรงพยาบาลสู่การค้นหาเชิงรุก พร้อมยกระดับสู่ "ระบบข่าวกรองสาธารณสุขเชิงรุกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลจีโนม" เพื่อหยุดการแพร่ระบาดของวัณโรคและวัณโรคดื้อยาอย่างมีประสิทธิภาพ

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์