กรมวิทย์ฯ เตือนระวังเชื้อ Streptococcus suis หลังพบแนวโน้มผู้ป่วยเพิ่มขึ้น พร้อมเผยผลสำรวจหมูดิบในตลาดอุบลฯ พบปนเปื้อนเชื้อถึง 83% ร่วมเครือข่ายเฝ้าระวังเชิงรุก ส่วนประชาชนควรเลี่ยงการบริโภคหมูดิบ

โดย : ฝ่ายประชาสัมพันธ์
1,079
5 มิถุนายน 2569


กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เผยสถานการณ์เชื้อ Streptococcus suis สาเหตุโรคไข้หูดับ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง พบผู้ป่วยสะสมทั่วประเทศกว่า 1,340 ราย ขณะที่ผลสำรวจหมูดิบในจังหวัดอุบลราชธานีพบการปนเปื้อนเชื้อสูงถึง 83.3 % ย้ำประชาชนควรรับประทานอาหารปรุงสุก หลีกเลี่ยงการบริโภคหมูดิบ ไม่สัมผัสสัตว์ป่วย สวมถุงมือป้องกันเชื้อเมื่อมีบาดแผล
ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า จากข้อมูลระบบเฝ้าระวังเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และเครือข่าย พบว่าสถานการณ์การติดเชื้อ Streptococcus suis ในประเทศไทย ช่วงปี 2565–2567 พบผู้ป่วยสะสมทั่วประเทศจำนวน 1,340 ราย โดยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น สะท้อนถึงความจำเป็นในการเฝ้าระวังและป้องกันโรคอย่างต่อเนื่อง

 



Streptococcus suis เป็น เชื้อแบคทีเรียแกรมบวก พบได้ในทางเดินหายใจส่วนบน ต่อมทอนซิล ทางเดินอาหารของสุกรหรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่นๆ คนสามารถได้รับเชื้อจากการสัมผัสสัตว์ที่เป็นโรคหรือมีเชื้อก่อโรค ผ่านทางบาดแผล รอยถลอก เยื่อบุตา หรือจากการบริโภคเนื้อ เครื่องใน หรือเลือด ที่ไม่ปรุงสุกพบได้ในสุกร หรือจากการปนเปื้อนเชื้อ โดยอาจก่อให้เกิดอาการรุนแรง เช่น ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด เยื่อหุ้มสมองอักเสบ สูญเสียการได้ยินถาวร และอาจเสียชีวิตได้ จากข้อมูลการเฝ้าระวัง พบว่าความชุก ของการติดเชื้อ Streptococcus suis ในปี 2565 อยู่ที่ 0.088% ลดลงเป็น 0.048% ในปี 2566 ก่อนจะเพิ่มขึ้นเป็น 0.2% ในปี 2567 ซึ่งสะท้อนแนวโน้มการติดเชื้อที่ยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญของประเทศ
ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นเพศชายประมาณ 68% และพบมากในกลุ่มอายุ 55–74 ปี โดยเฉพาะช่วงอายุ 55–64 ปี ขณะที่ตัวอย่างทางห้องปฏิบัติการส่วนใหญ่มาจากเลือด ซึ่งสะท้อนถึงความรุนแรงของการติดเชื้อหรือการติดเชื้อในกระแสเลือด นอกจากนี้ผู้ป่วยส่วนใหญ่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลในฐานะผู้ป่วยใน
สำหรับพื้นที่ที่พบผู้ป่วยสูงสุด ได้แก่ เขตสุขภาพที่ 1 จำนวน 288 ราย เขตสุขภาพที่ 3 จำนวน 249 ราย เขตสุขภาพที่ 8 จำนวน 171 ราย เขตสุขภาพที่ 2 จำนวน 136 ราย และเขตสุขภาพที่ 10 จำนวน 114 ราย โดยข้อมูลดังกล่าวมาจากโรงพยาบาลที่นำส่งข้อมูล คิดเป็นประมาณ 70–75% ของประเทศ
อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวอีกว่า สำหรับสถานการณ์การติดเชื้อ Streptococcus suis ในจังหวัดอุบลราชธานี พบผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องทุกปี สะท้อนถึงลักษณะการเป็นโรคประจำถิ่น ล่าสุดศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 10 อุบลราชธานี กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้สุ่มตรวจวิเคราะห์เนื้อหมูดิบจากตลาดสดในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 42 ตัวอย่าง ด้วยเทคนิค real-time PCR ที่มีความแม่นยำสูง พบการปนเปื้อนเชื้อ Streptococcus suis สูงถึง 35 ตัวอย่าง หรือคิดเป็นร้อยละ 83.3

 

ทั้งนี้ ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการพบเชื้อ Streptococcus suis ร้อยละ 37.1 เป็นสายพันธุ์หลัก serotype 2 ที่ก่อโรครุนแรงในมนุษย์ สำหรับการกระจายตัวของเชื้อจากการสุ่มตรวจตลาดสด 22 แห่ง พบการปนเปื้อนกระจายอยู่เป็นวงกว้าง โดยตรวจพบเชื้อสายพันธุ์ serotype 2 ในพื้นที่สำคัญ อาทิ ตลาดสดเทศบาลอำเภอพิบูลมังสาหาร, ศรีเมืองใหม่, ตระการพืชผล, เหล่าเสือโก้ก, ตลาดสดหนองบัวและเทศบาล 5 ในเขตอำเภอเมือง, ตลาดสดในอำเภอสำโรง, น้ำขุ่น, น้ำยืน และทุ่งศรีอุดม นอกจากนี้ยังพบเชื้อในตลาดสดพื้นที่อำเภอสิรินธร, โขงเจียม, ดอนมดแดง, ม่วงสามสิบ, วารินชำราบ, เขื่องใน, นาจะหลวย, เดชอุดม, เขมราฐ, โพธิ์ไทร, นาตาล, นาเยีย และบุณฑริก ซึ่งสะท้อนความเสี่ยงที่ครอบคลุมเกือบทุกพื้นที่ที่มีการสุ่มตรวจ
“กรมฯ ได้ดำเนินการส่งข้อมูลผลการตรวจวิเคราะห์ไปยังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และปศุสัตว์จังหวัด เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกันในการแจ้งเตือนภัยและควบคุมความเสี่ยงในพื้นที่ สำหรับประชาชนเพื่อความปลอดภัย ควรเลือกซื้อเนื้อสัตว์จากแหล่งที่เชื่อถือได้ หลีกเลี่ยงการรับประทานเนื้อหมูดิบ หรือเลือดหมูดิบ หรือสุกๆ ดิบๆ และต้องแยกอุปกรณ์ดิบกับสุกจากกัน ซึ่งกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะร่วมกับเครือข่ายเฝ้าระวังเชิงรุกในพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง” ดร.นพ.สราวุฒิ กล่าวทิ้งท้าย

//// 5 มิถุนายน 2569 ////

 

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202604111793775785162321256-8341.jpg
INFOGRAPHIC : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อ Listeria monocytogenes ในอาหาร

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-732911597.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อลิสเทอเรียในอาหาร เตือนเชื้อนี้เจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น แนะเก็บแยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-415055800.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงอย่างถูกต้อง ห้ามนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงเกินจริง ย้ำใบรายงานผลทดสอบไม่ใช่ใบรับรองผลิตภัณฑ์

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงและประชาสัมพันธ์อย่างถูกต้อง หลังพบการนำผลทดสอบไปเผยแพร่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ย้ำใบรายงานผลการทดสอบแต่ละฉบับรับรองผลเฉพาะตัวอย่างที่ได้รับเท่านั้น ไม่ใช่การรับรองผลิตภัณฑ์ ต้องไม่กล่าวอ้างเกินขอบเขตการทดสอบ หรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุ้มครองผู้บริโภค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-789496760.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ชู 5 นโยบายปี 2570 ยกระดับสุขภาพประชาชน ลดค่าใช้จ่ายระบบสาธารณสุข

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มุ่งใช้ศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนระบบสาธารณสุขของประเทศ ผ่าน 5 นโยบายสำคัญในปีงบประมาณ 2570 ยกระดับการป้องกันโรคและคุณภาพบริการสุขภาพ ตั้งแต่การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตรวจคัดกรองโรคแม่และเด็ก ไปจนถึงการจัดทำแนวทางการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทั้งการตรวจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และรังสีวินิจฉัยอย่างสมเหตุผล ตลอดจนสนับสนุนการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรด้านสุขภาพอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-163174526.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมตรวจ “กาฬโรค” รู้ผลใน 24 ชั่วโมง ย้ำยึดหลักตามมาตรฐานความปลอดภัยชีวนิรภัยระดับ 3

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะห้องปฏิบัติการอ้างอิงของประเทศ มีความพร้อมและศักยภาพด้านความปลอดภัยทางชีวภาพระดับ 3 (Biosafety Level 3: BSL-3) รองรับการตรวจวินิจฉัยเชื้อก่อโรคกาฬโรคได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคของประเทศ ย้ำกาฬโรคเป็นโรคติดเชื้อที่มีความรุนแรง การเก็บและนำส่งตัวอย่าง รวมถึงการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ จึงต้องดำเนินการอย่างถูกต้องและปลอดภัย

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์