กรมวิทย์ฯ ประกาศศักยภาพบนเวทีโลก เดินหน้ายกระดับ BSL-3 เสริมเกราะความมั่นคงสาธารณสุข หนุนเครือข่ายห้องแล็บมาตรฐานสากล

โดย : ฝ่ายประชาสัมพันธ์
48
23 พฤษภาคม 2569


 

เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ณ Palais des Nations นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส - ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ประกาศความพร้อมและเน้นย้ำความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการเป็นผู้นำด้านความมั่นคงทางสาธารณสุขระดับสากล ในการประชุมสมัชชาอนามัยโลก ครั้งที่ 79 (WHA79)  โดย ชูบทบาทเด่นด้านการพัฒนามาตรฐานห้องปฏิบัติการชีวนิรภัยระดับ 3 (BSL-3) และการขับเคลื่อนกรอบความร่วมมือการเตรียมความพร้อมรับมือไข้หวัดใหญ่ระบาดใหญ่ (PIP Framework) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระบบสาธารณสุขระดับภูมิภาคและระดับโลก
ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า ประเทศไทยได้ร่วมแสดงถ้อยแถลงในระเบียบวาระรายงานความก้าวหน้ากลุ่ม "การปกป้องสุขภาพ" (Protect Health) โดยเน้นย้ำว่าระบบห้องปฏิบัติการที่เข้มแข็งคือรากฐานสำคัญของความมั่นคงทางสุขภาพโลกซึ่งในส่วนของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ดำเนินงานภายใต้แนวคิด "สุขภาพหนึ่งเดียว" 
(One Health) และส่งเสริมวัฒนธรรมความปลอดภัยทางชีวภาพและการรักษาความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosafety and Biosecurity) ให้สอดคล้องกับมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก (WHO) มาอย่างต่อเนื่อง

 




"ในฐานะที่ประเทศไทยได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้นำทางเทคนิค (Technical Lead) ในโครงการบรรเทาภัยคุกคามทางชีวภาพของอาเซียน (ASEAN Mitigation of Biological Threats) กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้เดินหน้ายกระดับขีดความสามารถของภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในด้านการพัฒนามาตรฐานห้องปฏิบัติการชีวนิรภัยระดับ 3 การตรวจรับรองด้านความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosafety Certification) ตลอดจนระบบการขนส่งสารติดเชื้ออย่างปลอดภัย" อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าว
นอกจากนี้ ในประเด็นระบบเฝ้าระวังและเตรียมความพร้อมรับมือไข้หวัดใหญ่ หรือ PIP Framework ประเทศไทยได้เน้นย้ำในเวทีโลกอย่างชัดเจนว่า การแบ่งปันสายพันธุ์ไวรัสอย่างรวดเร็วและทันท่วงทีผ่านระบบเครือข่ายเฝ้าระวังไข้หวัดใหญ่ระดับโลก (GISRS) จะต้องควบคู่ไปกับการเข้าถึงผลประโยชน์อย่างเป็นธรรมและเท่าเทียม (Fair and Equitable Benefit-sharing) เพื่อรักษาความไว้วางใจในความร่วมมือระดับสากล

 

สำหรับในระดับประเทศ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และกระทรวงสาธารณสุข ยังคงมุ่งมั่นในหลักความเสมอภาค โดยประเทศไทยมีการให้บริการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ฟรีแก่ประชากรกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มเปราะบางรวม 7 กลุ่มอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลังในวิกฤตสุขภาพ

 

อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ประเทศไทยพร้อมที่จะจับมือกับองค์การอนามัยโลก ประเทศสมาชิก และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ในการจัดสรรงบประมาณที่ยั่งยืนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของห้องปฏิบัติการและพัฒนาบุคลากรเพื่อให้เครือข่ายห้องปฏิบัติการและกรอบความร่วมมือพหุภาคีเป็นเสาหลักที่พึ่งพาได้ในการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขอย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต

******23 พฤษภาคม 2569******

 

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202621051779354700629842973-7813.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ปั้น “พี่เลี้ยงด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชน” ทำหน้าที่ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านสุขภาพ และดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่

นพ.พิเชฐ บัญญัติ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นประธานเปิดการอบรม “หลักสูตรพี่เลี้ยงด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชน (Community Medical Science Mentorship Program)” การอบรมครั้งนี้จัดขึ้นในรูปแบบการประชุมทางไกลผ่านระบบออนไลน์ (Zoom Meeting) และ Facebook Live โดยมีผู้บริหารกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ วิทยากร และผู้เข้าร่วมจากหลายภาคส่วน ได้แก่ บุคลากรสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ โรงพยาบาล สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล รวมถึงบุคลากรจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค จำนวนกว่า 1,000 คน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202619051779180717921553458-7805.jpg
ความร่วมมือวิจัย "ตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักระยะเริ่มต้นด้วยเทคโนโลยี DNA Methylation"

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความร่วมมือทางวิชาการ “โครงการวิจัยร่วมไทยด้านการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักระยะเริ่มต้นด้วยเทคโนโลยี DNA Methylation และนิเวศจุลชีพในลำไส้” (Thailand Joint Research Programme for DNA Methylation-Based Colorectal Cancer Early Screening and Intestinal Microecology) ณ ห้องประชุมชัยนาทนเรนทร สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี เพื่อส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีด้านจีโนมิกส์ ตลอดจนแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักระยะเริ่มต้น

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202614051778758837564688370-7763.jpg
กรมวิทย์ฯ จับมือพันธมิตรไทย-จีน วิจัยตรวจมะเร็งลำไส้ใหญ่ ด้วยเทคโนโลยี DNA ตรวจง่าย แม่นยำสูง

วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 - นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความร่วมมือทางวิชาการ “โครงการวิจัยร่วมไทยด้านการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักระยะเริ่มต้นด้วยเทคโนโลยี DNA Methylation และนิเวศจุลชีพในลำไส้” (Thailand Joint Research Programme for DNA Methylation-Based Colorectal Cancer Early Screening and Intestinal Microecology) ระหว่างกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ บริษัท บีจีไอ เฮลท์ (ฮ่องกง) จำกัด และบริษัท แบงคอกจีโนมิกส์อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) ณ ห้องประชุมชัยนาทนเรนทร สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี โดยมี ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ นายโหว หย่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทบีจีไอ จีโนมิกส์ และนายกรพจน์ อัศวินวิจิตร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แบงคอกจีโนมิกส์อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือทางวิชาการ เพื่อส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีด้านจีโนมิกส์ ตลอดจนแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักระยะเริ่มต้น

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202608051778239015158605105-7721.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เผยพบเชื้อแบคทีเรียดื้อยาคาร์บาพีเนม สูงเกินร้อยละ 70 เสี่ยงไม่มียารักษาในอนาคต ชูระบบสุขภาพ One Health เฝ้าระวังภาวะดื้อยาทั้งระบบ และเตือนประชาชนใช้ยาปฏิชีวนะตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยสถานการณ์เชื้อดื้อยาต้านจุลชีพของประเทศไทยจากข้อมูลเฝ้าระวังย้อนหลัง 10 ปี พบแนวโน้มการดื้อยาของเชื้อแบคทีเรียสำคัญเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเชื้อ Acinetobacter calcoaceticus-baumannii complex (อะซินีโตแบคเตอร์ แคลโคอะซีติคัส-เบามันนีไอ คอมเพล็กซ์) ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียก่อโรคติดเชื้อในโรงพยาบาลที่รุนแรง มีอัตราการดื้อยาปฏิชีวนะกลุ่ม carbapenem (คาร์บาพีเนม) ซึ่งเป็นยาต้านจุลชีพทางเลือกสุดท้าย สูงกว่าร้อยละ 70 สะท้อนความรุนแรงของปัญหาเชื้อดื้อยาที่ส่งผลกระทบต่อระบบสาธารณสุขและทางเลือกในการรักษาผู้ป่วย เตือนประชาชนใช้ยาปฏิชีวนะตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อชะลอการดื้อยาในอนาคต

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์