กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับ 14 ประเทศสมาชิกเครือข่ายห้องปฏิบัติการสาธารณสุขระดับภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก (RPHL Network) จัดประชุมใหญ่ประจำปี เสริมสร้างความร่วมมือและพัฒนาขีดความสามารถด้านระบบห้องปฏิบัติการสาธารณสุข เพื่อตอบสนองภัยคุกคามด้านสุขภาพในระดับภูมิภาคและระดับโลก

โดย : ฝ่ายประชาสัมพันธ์
732
25 มีนาคม 2569

วันที่ 25 มีนาคม 2569 ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นประธานเปิดการประชุมใหญ่ประจำปี เครือข่ายห้องปฏิบัติการสาธารณสุขระดับภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก RPHL Network Annual Meeting พร้อมทั้งบรรยายพิเศษในหัวข้อ “Empowering the future of medicine” ซึ่งจัดโดย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับ เครือข่ายห้องปฏิบัติการสาธารณสุขระดับภูมิภาค (Regional Public Health Laboratory Network : RPHL Network) กองทุนโลก (The Global Fund) และ สถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจกลุ่มน้ำโขง (Mekong Institute) ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนโลก โดยมี นพ.วัชรพงษ์ คำหล้า รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ดร.ปนัดดา เทพอัคศร รักษาการผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์การแพทย์ นายสุริยัน วิจิตรเลขการ ผู้อำนวยการบริหารสถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง นางสาวจินตนา ศรีวงษา ที่ปรึกษาเครือข่าย RPHL Network นายสัตวแพทย์อธิวัฒน์ ปริมสิริคุณาวุฒิ ผู้อำนวยการกองความร่วมมือระหว่างประเทศ ผู้บริหารกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคจากประเทศสมาชิกเครือข่าย RPHL Network คณะทำงาน และทีมวิทยากร เข้าร่วมประชุม ณ โรงแรมแกรนด์ เซ็นเตอร์พอยต์ เพลินจิต กรุงเทพมหานคร

 

ดร.นพ.สราวุฒิ กล่าวว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ในฐานะที่ตั้งสำนักงานเลขาธิการและประธานร่วมถาวรของคณะกรรมการกำกับดูแล แสดงความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนเครือข่ายห้องปฏิบัติการสาธารณสุขระดับภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก (RPHL Network) ซึ่งก่อตั้งขึ้นในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2562 ภายใต้วาระความมั่นคงสุขภาพโลก (Global Health Security Agenda: GHSA) ปัจจุบันมีสมาชิก 14 ประเทศ ประกอบด้วย ประเทศสมาชิกอาเซียน เนปาล ปากีสถาน และปาปัวนิวกินี ผ่านการประชุมใหญ่ประจำปี โดยพร้อมให้การสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือทางเทคนิคในการพัฒนาระบบห้องปฏิบัติการในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เพื่อให้ระบบห้องปฏิบัติการของประเทศสมาชิกมีประสิทธิภาพ และมีความพร้อมในการตรวจจับการระบาดของโรคที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที นอกจากความพยายามในระดับชาติแล้ว แพลตฟอร์มห้องปฏิบัติการสาธารณสุขระดับภูมิภาคที่แข็งแกร่ง ยังมีความสำคัญต่อการเสริมสร้างศักยภาพในระดับประเทศให้บริการวินิจฉัย ที่มีคุณภาพสูง และการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ เสริมสร้างระบบห้องปฏิบัติการระดับชาติสู่ความมั่นคงด้านสุขภาพในระดับภูมิภาคและระดับโลก

 

ดร.นพ.สราวุฒิ กล่าวต่ออีกว่า ประเด็นสำคัญของการประชุมในครั้งนี้เพื่อรับรองข้อกำหนดความร่วมมือ (Terms of Collaboration: ToC) และสร้างความชัดเจนในบทบาทหน้าที่ระหว่าง คณะกรรมการบริหาร คณะกรรมการด้านเทคนิค และฝ่ายเลขานุการ ตลอดจนการดำเนินงานเชิงยุทธศาสตร์ และวางแนวทางตามแผนงานยุทธศาสตร์ที่ให้ความสำคัญกับการระดมทรัพยากรและการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ โดย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และประเทศสมาชิกเครือข่าย RPHL Network จะร่วมกันพิจารณาและให้การรับรองข้อกำหนดความร่วมมือ (ToC) เพื่อวางโครงสร้างธรรมาภิบาลที่ชัดเจน รวมทั้งกำหนดบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการและสำนักงานเลขาธิการเป็นรูปธรรม อันจะเป็นรากฐานสู่ความยั่งยืนของเครือข่ายในระยะยาว ส่งเสริมให้ภูมิภาคมีระบบตรวจจับเชื้อก่อโรคอุบัติใหม่ที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับกฎอนามัยระหว่างประเทศ (International Health Regulations: IHR) โดย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมยืนหยัดบทบาทผู้นำในการขับเคลื่อนเครือข่ายนี้ให้เป็นเสาหลักด้านความมั่นคงสุขภาพของภูมิภาคอย่างยั่งยืน

*************25 มีนาคม 2569**************

 

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202604111793775785162321256-8341.jpg
INFOGRAPHIC : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อ Listeria monocytogenes ในอาหาร

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-732911597.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อลิสเทอเรียในอาหาร เตือนเชื้อนี้เจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น แนะเก็บแยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-415055800.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงอย่างถูกต้อง ห้ามนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงเกินจริง ย้ำใบรายงานผลทดสอบไม่ใช่ใบรับรองผลิตภัณฑ์

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงและประชาสัมพันธ์อย่างถูกต้อง หลังพบการนำผลทดสอบไปเผยแพร่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ย้ำใบรายงานผลการทดสอบแต่ละฉบับรับรองผลเฉพาะตัวอย่างที่ได้รับเท่านั้น ไม่ใช่การรับรองผลิตภัณฑ์ ต้องไม่กล่าวอ้างเกินขอบเขตการทดสอบ หรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุ้มครองผู้บริโภค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-789496760.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ชู 5 นโยบายปี 2570 ยกระดับสุขภาพประชาชน ลดค่าใช้จ่ายระบบสาธารณสุข

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มุ่งใช้ศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนระบบสาธารณสุขของประเทศ ผ่าน 5 นโยบายสำคัญในปีงบประมาณ 2570 ยกระดับการป้องกันโรคและคุณภาพบริการสุขภาพ ตั้งแต่การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตรวจคัดกรองโรคแม่และเด็ก ไปจนถึงการจัดทำแนวทางการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทั้งการตรวจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และรังสีวินิจฉัยอย่างสมเหตุผล ตลอดจนสนับสนุนการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรด้านสุขภาพอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-163174526.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมตรวจ “กาฬโรค” รู้ผลใน 24 ชั่วโมง ย้ำยึดหลักตามมาตรฐานความปลอดภัยชีวนิรภัยระดับ 3

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะห้องปฏิบัติการอ้างอิงของประเทศ มีความพร้อมและศักยภาพด้านความปลอดภัยทางชีวภาพระดับ 3 (Biosafety Level 3: BSL-3) รองรับการตรวจวินิจฉัยเชื้อก่อโรคกาฬโรคได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคของประเทศ ย้ำกาฬโรคเป็นโรคติดเชื้อที่มีความรุนแรง การเก็บและนำส่งตัวอย่าง รวมถึงการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ จึงต้องดำเนินการอย่างถูกต้องและปลอดภัย

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์