กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจวิเคราะห์กรดไซอะลิคในวัตถุดิบรังนก และเครื่องดื่มรังนก เพื่อส่งเสริมคุณภาพสินค้ามูลค่าสูง สร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค

โดย : ฝ่ายประชาสัมพันธ์
1,110
5 กุมภาพันธ์ 2569


 

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า “รังนก” เป็นสารคัดหลั่งที่มาจากต่อมน้ำลายของนกนางแอ่นที่หลั่งออกมาสร้างรัง รังนกมีสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพหลากหลายชนิด เช่น กาแลคโตซามีน กลูโคซามีน และที่สำคัญคือ กรดไซอะลิคหรือเซียลิค หรือ NANA ซึ่งเป็นสารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยเฉพาะกรดไซอะลิคที่มีผลต่อการทำงานของระบบประสาท สมอง การเรียนรู้ ความจำ และยังมีฤทธิ์ยับยั้งการติดเชื้อไวรัสได้ จึงนิยมนำมาปรุงเป็นอาหารหรือเครื่องดื่ม ทำให้ผลิตภัณฑ์รังนกมีจำหน่ายหลายรูปแบบ ทั้งรังนกแห้ง รังนกแห้งกึ่งสำเร็จรูป รังนกสดพร้อมปรุง เครื่องดื่มรังนกสำเร็จรูป เครื่องดื่มรังนกผสมโสม เครื่องดื่มรังนก สูตรไม่มีน้ำตาล เครื่องดื่มรังนกผสมคอลลาเจน

 


ปัจจุบันรังนกของไทยมีทั้งรังนกจากถ้ำธรรมชาติ และรังนกจากการเลี้ยง อย่างไรก็ตามเนื่องจากความต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศมีอยู่มาก ทำให้รังนกแท้มีปริมาณไม่เพียงพอกับความต้องการบริโภคของตลาด จึงมีผู้ฉวยโอกาสผลิตรังนกปลอมขึ้น ดังนั้น กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดย สำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการให้บริการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการด้านอาหารของประเทศที่ได้รับการรับรองความสามารถตามมาตรฐานสากล ISO/IEC 17025:2017 จึงเปิดให้บริการตรวจเอกลักษณ์ทางเคมี โดยเทคนิค Fourier Transform Infrared Spectroscopy (FT-IR) สามารถบอกได้ว่าเป็นรังนกแท้หรือไม่  รวมทั้งตรวจวิเคราะห์สารสำคัญ ได้แก่ กรดไซอะลิค กลูโคซามีน กาแลคโตซามีน  

 

                                                                        
ทั้งนี้ที่ผ่านมาในปีงบประมาณ 2568 กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ให้บริการตรวจเอกลักษณ์รังนก จำนวน 269 ตัวอย่าง แบ่งเป็นวัตถุดิบรังนก จำนวน 29 ตัวอย่าง พบว่าทุกตัวอย่างเป็นรังนกแท้ เมื่อเปรียบเทียบ Infrared spectrum กับรังนกนางแอ่น และเครื่องดื่มรังนกสำเร็จรูป จำนวน 235 ตัวอย่าง พบว่ามีส่วนประกอบของรังนกนางแอ่นในผลิตภัณฑ์ จำนวน 204 ตัวอย่าง (ร้อยละ 87)  ไม่มีรังนกนางแอ่นเป็นส่วนประกอบ จำนวน 31 ตัวอย่าง (ร้อยละ 13)  ตรวจวิเคราะห์กรดไซอะลิค จำนวน 11 ตัวอย่าง ไม่พบกรดไซอะลิค จำนวน 2 ตัวอย่าง (ร้อยละ 18)  พบกรดไซอะลิค ในช่วง น้อยกว่า 0.1-1.63 กรัมต่อกิโลกรัม จำนวน 9 ตัวอย่าง (ร้อยละ 82)
คำแนะนำการเลือกซื้อวัตถุดิบรังนก ซื้อจากผู้ผลิตหรือผู้จำหน่ายที่น่าเชื่อถือมีหลักแหล่งที่แน่นอน สำหรับผลิตภัณฑ์ที่เป็นเครื่องดื่มรังนก ให้ตรวจสอบฉลากว่ามีข้อมูล เลขสารบบอาหาร ผู้ผลิตหรือข้อมูลอื่นๆครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด

 


ในกรณีที่สงสัยว่าเป็นรังนกจริงหรือไม่ !? หรือต้องการตรวจวิเคราะห์กรดไซอะลิคในรังนก สามารถส่งตัวอย่างตรวจวิเคราะห์ได้ที่ศูนย์รวมบริการ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ทั่วประเทศ  สอบถามรายละเอียดการส่งตัวอย่าง โทร. 0 2951 0000 หรือ 0 2589 9850-7 ต่อ 98150, 98152, 99968 มือถือ 098-915 6809” ดร.นพ.สราวุฒิ กล่าว

******* 3 กุมภาพันธ์ 2569 *******

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202604111793775785162321256-8341.jpg
INFOGRAPHIC : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อ Listeria monocytogenes ในอาหาร

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-732911597.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อลิสเทอเรียในอาหาร เตือนเชื้อนี้เจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น แนะเก็บแยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-415055800.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงอย่างถูกต้อง ห้ามนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงเกินจริง ย้ำใบรายงานผลทดสอบไม่ใช่ใบรับรองผลิตภัณฑ์

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงและประชาสัมพันธ์อย่างถูกต้อง หลังพบการนำผลทดสอบไปเผยแพร่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ย้ำใบรายงานผลการทดสอบแต่ละฉบับรับรองผลเฉพาะตัวอย่างที่ได้รับเท่านั้น ไม่ใช่การรับรองผลิตภัณฑ์ ต้องไม่กล่าวอ้างเกินขอบเขตการทดสอบ หรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุ้มครองผู้บริโภค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-789496760.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ชู 5 นโยบายปี 2570 ยกระดับสุขภาพประชาชน ลดค่าใช้จ่ายระบบสาธารณสุข

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มุ่งใช้ศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนระบบสาธารณสุขของประเทศ ผ่าน 5 นโยบายสำคัญในปีงบประมาณ 2570 ยกระดับการป้องกันโรคและคุณภาพบริการสุขภาพ ตั้งแต่การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตรวจคัดกรองโรคแม่และเด็ก ไปจนถึงการจัดทำแนวทางการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทั้งการตรวจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และรังสีวินิจฉัยอย่างสมเหตุผล ตลอดจนสนับสนุนการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรด้านสุขภาพอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-163174526.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมตรวจ “กาฬโรค” รู้ผลใน 24 ชั่วโมง ย้ำยึดหลักตามมาตรฐานความปลอดภัยชีวนิรภัยระดับ 3

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะห้องปฏิบัติการอ้างอิงของประเทศ มีความพร้อมและศักยภาพด้านความปลอดภัยทางชีวภาพระดับ 3 (Biosafety Level 3: BSL-3) รองรับการตรวจวินิจฉัยเชื้อก่อโรคกาฬโรคได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคของประเทศ ย้ำกาฬโรคเป็นโรคติดเชื้อที่มีความรุนแรง การเก็บและนำส่งตัวอย่าง รวมถึงการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ จึงต้องดำเนินการอย่างถูกต้องและปลอดภัย

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์