รมว.สธ. มอบทีม LERT กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สุ่มตรวจอาหาร-น้ำอุปโภคบริโภคเฝ้าระวังสารเอทิลอะซิเตตปนเปื้อนในพื้นที่สารเคมีรั่วไหล จ.สมุทรปราการ ไม่พบสารเอทิลอะซิเตต ในทุกตัวอย่าง

โดย : ฝ่ายประชาสัมพันธ์
595
16 มกราคม 2569

 ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า จากกรณีสารเคมีรั่วไหล ที่ชุมชนสองพี่น้องหลังตลาดคู่สร้าง อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้มอบหมายให้ทีม LERT กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เร่งตรวจอาหาร น้ำอุปโภคบริโภคในพื้นที่เสี่ยง เพื่อเฝ้าระวังสารเอทิลอะซิเตต ทั้งนี้เพื่อดูแลความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจให้ประชาชนในพื้นที่ โดยทีม  LERT กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ลงพื้นที่สุ่มเก็บตัวอย่างอาหาร และน้ำอุปโภคบริโภค จำนวน 10 ตัวอย่าง ได้แก่ น้ำดื่มจากตู้น้ำหยอดเหรียญ น้ำประปาในชุมชน จำนวน 6 ตัวอย่าง และอาหาร เช่น ผลไม้ หอมแดง กระเทียม จำนวน 4 ตัวอย่าง ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 6 ชลบุรี ไม่พบสารเอทิลอะซิเตต ในทุกตัวอย่าง

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบของทีม LERT และหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ เบื้องต้นไม่พบกลิ่นสารเคมีบ่งชี้ว่าความเข้มข้นในอากาศ ประชาชนในพื้นที่สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ อย่างไรก็ตามควรยังคงเฝ้าระวังในกลุ่มผู้ที่มีโรคภูมิแพ้หรือโรคระบบทางเดินหายใจ

 












  ดร.นพ.สราวุฒิ กล่าวว่า เอทิล อะซิเตต (Ethyl Acetate) เป็นของเหลวไวไฟที่ระเหยได้ง่าย ใช้เป็นตัวทำละลายในงานอุตสาหกรรม จัดเป็นสารที่มีความเป็นพิษต่ำ แต่สามารถเกิดผลกระทบต่อสุขภาพได้ เมื่อสูดดมเอาไอระเหยของสารที่มีความเข้มข้นสูงเข้าไปจะทำให้เกิดการระคายเคืองทางเดินหายใจ โดยมีอาการไอ คอแห้ง และหายใจลำบาก การสูดดมในปริมาณมากจะกดระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย เวียนศีรษะ มึนงง คลื่นไส้ และอาเจียน ในกรณีที่รุนแรงอาจทำให้หมดสติได้ นอกจากนี้เอทิลอะซิเตตมีผลทำให้เกิดการระคายเคืองต่อดวงตาและผิวหนัง การสัมผัสบ่อยจะทำให้เกิดการทำลายชั้นไขมันของผิวหนังทำให้ผิวแห้งและแตก ทั้งนี้กรณีที่มีการรั่วไหลของสารดังกล่าว ควรหลีกเลี่ยงการหายใจเอาไอระเหยของสารเข้าไป และย้ายไปยังที่ที่มีอากาศถ่ายเท หายใจสะดวก ถ้าสัมผัสผิวหนังเช็ดให้แห้งแล้วล้างผิวด้วยน้ำ หากเข้าตาให้ล้างออกด้วยน้ำสะอาดหลายครั้ง ผู้ได้รับสัมผัสหากรู้สึกไม่สบายให้รีบพบแพทย์

 

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-283599668.jpg
จากห้องแล็บสู่ดอยสูง! กรมวิทย์ฯ ลุย ‘น่าน’ หนุนโมเดลต้นแบบพระราชดำริ ดันสมุนไพร-กาแฟไทยสู่สากล

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้รับเชิญจากสำนักงานองคมนตรี โดยพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี ประธานคณะกรรมการโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนตามพระราชดำริ เข้าร่วมการพัฒนาบ้านน้ำรีพัฒนา ตำบลขุนน่าน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน ซึ่งเป็นพื้นที่แห่งแรกที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ดำเนินโครงการฯ เพื่อช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่เขตชนบท ส่งเสริมคุณภาพชีวิต พัฒนาอัตลักษณ์ และอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น อันจะนำไปสู่การแก้ไขและพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202624071784896248755547611-8151.JPG
กรมวิทย์ฯ ร่วมกับมูลนิธิธาลัสซีเมียฯ ปิดประชุมวิชาการครั้งที่ 27 เดินหน้าประเทศไทยสู่เป้าหมาย “ปลอดโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงในประชากรรุ่นใหม่” ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับมูลนิธิโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียแห่งประเทศไทย และภาคีเครือข่าย ปิดฉากการประชุมสัมมนาวิชาการธาลัสซีเมียแห่งชาติ ครั้งที่ 27 ประจำปี 2569 พร้อมมอบรางวัลผลงานวิจัยและผลงานวิชาการดีเด่น ตอกย้ำความร่วมมือทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย “ปลอดโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงในประชากรรุ่นใหม่” ด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมห้องปฏิบัติการขั้นสูง

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-356276721.jpg
เด็กไทยเกิดใหม่ทุกคน รู้ผลธาลัสซีเมีย ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง รู้เร็ว รักษาเร็ว ลดความรุนแรง มุ่งสู่คนไทยรุ่นใหม่ปลอดโรคธาลัสซีเมีย

กระทรวงสาธารณสุข โดย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มูลนิธิโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียแห่งประเทศไทย และ ภาคีเครือข่าย ร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ “ประชากรรุ่นใหม่ปลอดโรคธาลัสซีเมีย” โดยมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีห้องปฏิบัติการขั้นสูง ตรวจวินิจฉัยโรคให้มีความแม่นยำสูงสุด สามารถระบุพาหะและตัวแปรพันธุกรรมที่ซับซ้อนเพื่อการรักษาได้อย่างตรงจุดแม่นยำนำเข้าสู่ระบบบริการและผลักดันให้เป็นสิทธิประโยชน์เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงได้ พร้อมเร่งยกระดับห้องปฏิบัติการเครือข่ายทั่วประเทศให้มีคุณภาพมาตรฐานและจัดทำฐานข้อมูลระดับประเทศ เพื่อใช้สนับสนุนการวางนโยบายเพื่อการป้องกันและควบคุมโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-361965682.jpg
กรมวิทย์ฯ จับมือ กทม. ยกระดับอสส.เมืองกรุง ใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น เสริมเกราะคุ้มครองผู้บริโภคนชุมชน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร ติวเข้มอาสาสมัครสาธารณสุขวิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชน (อสส.) และพี่เลี้ยงกว่า 200 ชีวิต ด้วยแนวคิด “บันได 3 ขั้น” ตั้งแต่การเรียนรู้ผ่านระบบดิจิทัล การฝึกใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น ไปจนถึงการลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริง โดยมีพยาบาลวิชาชีพและเภสัชกรคอยเป็นพี่เลี้ยงดูแลอย่างใกล้ชิด มุ่งสร้างอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อร่วมกันเป็นพลังสำคัญของเครือข่ายเฝ้าระวัง แจ้งเตือนภัย และส่งต่อความรู้ด้านสุขภาพในชุมชน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-594091221.jpg
กรมวิทย์ฯ ผนึก สกร. ปั้น “ครูนักวิทย์” 77 จังหวัด ส่งเสริมความรอบรู้วิทยาศาสตร์การแพทย์ สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังความปลอดภัยอาหารและสุขภาพในชุมชน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จับมือ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) กระทรวงศึกษาธิการ เดินหน้าพัฒนา “ครูนักวิทย์” รุ่นแรก 154 คน จาก 77 จังหวัด เสริมทักษะด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และการใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เยาวชนและประชาชน สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านอาหาร ผลิตภัณฑ์สุขภาพ สิ่งแวดล้อม และน้ำบริโภคในระดับชุมชน มุ่งยกระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพ ลดความเสี่ยง และสร้างสังคมที่ปลอดภัยด้วยหลักฐานเชิงวิทยาศาสตร์

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202609071783584009677387105-8075.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมมือ JICA ชูเทคโนโลยีถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม (WGS) ยกระดับระบบเฝ้าระวังวัณโรคเชิงรุก มุ่งยุติวัณโรคของไทย

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายยุติวัณโรคของประเทศไทย ด้วยการนำเทคโนโลยีจีโนมิกส์และการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม (Whole Genome Sequencing: WGS) เสริมศักยภาพระบบเฝ้าระวังและสอบสวนโรค เปลี่ยนจากการรอรับผู้ป่วยในโรงพยาบาลสู่การค้นหาเชิงรุก พร้อมยกระดับสู่ "ระบบข่าวกรองสาธารณสุขเชิงรุกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลจีโนม" เพื่อหยุดการแพร่ระบาดของวัณโรคและวัณโรคดื้อยาอย่างมีประสิทธิภาพ

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์