กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เผยความสำเร็จการตรวจวินิจฉัยการติดเชื้อ HIV ในทารก ป้องกันการถ่ายทอดเชื้อจากแม่สู่ลูกอยู่ในระดับต่ำได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าสนับสนุน การตรวจวินิจฉัยการติดเชื้อ HIV-1 ในทารกที่คลอดจากแม่ที่ติดเชื้อเอดส์ในประเทศไทย “ตรวจเร็ว รักษาเร็ว ช่วยลดอัตราการเสียชีวิต” สู่เป้าหมาย “สิ้นสุดเอดส์ ปี 2573”

โดย : ฝ่ายประชาสัมพันธ์
787
1 ธันวาคม 2568

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เผยความสำเร็จการตรวจวินิจฉัยการติดเชื้อ HIV ในทารก ยังคงธำรงรักษาอัตราการป้องกันการถ่ายทอดเชื้อจากแม่สู่ลูกอยู่ในระดับต่ำได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าสนับสนุน การตรวจวินิจฉัยการติดเชื้อ HIV-1 ในทารกที่คลอดจากแม่ที่ติดเชื้อเอดส์ในประเทศไทย “ตรวจเร็ว รักษาเร็ว ช่วยลดอัตราการเสียชีวิต” สู่เป้าหมาย “สิ้นสุดเอดส์ ปี 2573”


ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้กำหนดให้วันที่ 1 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันเอดส์โลก เพื่อสร้างความตระหนักรู้และให้ความสำคัญกับการควบคุมและป้องกันโรคเอดส์ สร้างเข้าใจ ให้การยอมรับและอยู่ร่วมกับผู้ติดเชื้อเอชไอวีได้โดยไม่ตีตรา 
ทั้งนี้ นโยบายของกระทรวงสาธารณสุข กำหนดให้เด็กที่เกิดจากแม่ที่ติดเชื้อเอชไอวีทุกราย ต้องตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวี ในส่วนของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ซึ่งมีห้องปฏิบัติการทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค รวม 15 แห่ง สามารถตรวจวินิจฉัยการติดเชื้อ HIV-1 ในทารกที่คลอดจากแม่ที่ติดเชื้อเอดส์ ด้วยวิธี PCR ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลสำหรับการวินิจฉัยการติดเชื้อในเด็กที่อายุต่ำกว่า 18 เดือน เทคนิควิธีนี้มีความไวและความแม่นยำสูง สามารถตรวจพบเชื้อได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งการตรวจวินิจฉัยที่รวดเร็ว เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้เด็กได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ส่งผลต่อการลดอัตราการเสียชีวิตของเด็กที่ติดเชื้อได้อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ในปีงบประมาณ 2568 มีหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อ 3,500 ราย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ตรวจวินิจฉัยเด็กแรกเกิดจากแม่ที่ติดเชื้อ พบทารกที่ติดเชื้อ จำนวน 40 ราย (คิดเป็นอัตราการถ่ายทอดเชื้อจากแม่สู่ลูกร้อยละ 1.14) ประเทศไทยมีความสำเร็จในการป้องกันการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูก เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างเครือข่ายห้องปฏิบัติการของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งในและนอกกระทรวงสาธารณสุข โดยเฉพาะการดำเนินงานเชิงรุกภายใต้ระบบ Active Case Management (ACC) ที่ช่วยให้สามารถติดตามทารกกลุ่มเสี่ยงได้รับการวินิจฉัยยืนยัน และนำเข้าสู่ระบบการรักษาได้อย่างรวดเร็ว


 

อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวต่ออีกว่า ประเทศไทยยังคงธำรงรักษาความสำเร็จในการลดอัตราการถ่ายทอดเชื้อจากแม่สู่ลูกอย่างต่อเนื่อง โดยมีอัตราการถ่ายทอดเชื้ออยู่ที่ ร้อยละ 1.46 ซึ่งประเทศไทยได้รับการรับรองจาก WHO เมื่อปี พ.ศ. 2559  ที่สามารถยุติการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูกได้สำเร็จ เนื่องจากมีอัตราการถ่ายทอดเชื้อจากแม่สู่ลูกต่ำกว่าร้อยละ 2 นับเป็นประเทศแรกในเอเชียและเป็นประเทศที่สองของโลก


 

ดร.นพ.สราวุฒิ กล่าวย้ำว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะยังคงเดินหน้าพัฒนาระบบบริการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการให้มีคุณภาพได้มาตรฐานสากล และบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อสนับสนุนให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมาย “สิ้นสุดเอดส์ ปี 2573” อย่างยั่งยืน

1 ธันวาคม 2568

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202604111793775785162321256-8341.jpg
INFOGRAPHIC : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อ Listeria monocytogenes ในอาหาร

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-732911597.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อลิสเทอเรียในอาหาร เตือนเชื้อนี้เจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น แนะเก็บแยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-415055800.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงอย่างถูกต้อง ห้ามนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงเกินจริง ย้ำใบรายงานผลทดสอบไม่ใช่ใบรับรองผลิตภัณฑ์

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงและประชาสัมพันธ์อย่างถูกต้อง หลังพบการนำผลทดสอบไปเผยแพร่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ย้ำใบรายงานผลการทดสอบแต่ละฉบับรับรองผลเฉพาะตัวอย่างที่ได้รับเท่านั้น ไม่ใช่การรับรองผลิตภัณฑ์ ต้องไม่กล่าวอ้างเกินขอบเขตการทดสอบ หรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุ้มครองผู้บริโภค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-789496760.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ชู 5 นโยบายปี 2570 ยกระดับสุขภาพประชาชน ลดค่าใช้จ่ายระบบสาธารณสุข

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มุ่งใช้ศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนระบบสาธารณสุขของประเทศ ผ่าน 5 นโยบายสำคัญในปีงบประมาณ 2570 ยกระดับการป้องกันโรคและคุณภาพบริการสุขภาพ ตั้งแต่การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตรวจคัดกรองโรคแม่และเด็ก ไปจนถึงการจัดทำแนวทางการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทั้งการตรวจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และรังสีวินิจฉัยอย่างสมเหตุผล ตลอดจนสนับสนุนการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรด้านสุขภาพอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-163174526.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมตรวจ “กาฬโรค” รู้ผลใน 24 ชั่วโมง ย้ำยึดหลักตามมาตรฐานความปลอดภัยชีวนิรภัยระดับ 3

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะห้องปฏิบัติการอ้างอิงของประเทศ มีความพร้อมและศักยภาพด้านความปลอดภัยทางชีวภาพระดับ 3 (Biosafety Level 3: BSL-3) รองรับการตรวจวินิจฉัยเชื้อก่อโรคกาฬโรคได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคของประเทศ ย้ำกาฬโรคเป็นโรคติดเชื้อที่มีความรุนแรง การเก็บและนำส่งตัวอย่าง รวมถึงการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ จึงต้องดำเนินการอย่างถูกต้องและปลอดภัย

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์