กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ตรวจยืนยันคุณภาพนมโคของไทย ปลอดภัยและมีคุณภาพมาตรฐานตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข

โดย : ฝ่ายประชาสัมพันธ์
824
14 พฤศจิกายน 2568

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เฝ้าระวังตรวจติดตามคุณภาพนมโคของไทยมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อยืนยันความปลอดภัยและคุณภาพมาตรฐานตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข พบว่า “นมโคของไทยมีคุณภาพผ่านตามเกณฑ์มาตรฐาน” โดยในปีงบประมาณ 2566-2568 สำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร ตรวจวิเคราะห์คุณภาพทั้งทางเคมีและจุลชีววิทยาของนมพาสเจอร์ไรส์ และยูเอชที ที่จำหน่ายทั่วไปในท้องตลาดตามแผนเฝ้าระวังควบคุมคุณภาพมาตรฐานของนม ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อควบคุมดูแลคุณภาพมาตรฐานของนมระหว่างการวางจำหน่าย ให้กับผู้บริโภค จำนวนทั้งสิ้น 65 ตัวอย่าง พบว่าทุกตัวอย่างผ่านเกณฑ์มาตรฐานตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 350) พ.ศ. 2556 เรื่อง นมโค ซึ่งกำหนดให้น้ำนมโคที่ได้จากการนำน้ำนมโคดิบมาผ่านกรรมวิธีฆ่าเชื้อ โดยการให้ความร้อนทั้งวิธีพาสเจอร์ไรส์ และยูเอชที ต้องปราศจากจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรค และมีปริมาณองค์ประกอบของนมในหน่วยร้อยละของน้ำหนัก ได้แก่ ไขมัน ไม่น้อยกว่า 3.2, เนื้อนมไม่รวมไขมัน ไม่น้อยกว่า 8.25 และโปรตีน ไม่น้อยกว่า 2.8  รวมถึงการตรวจวิเคราะห์รายการทดสอบอื่นๆ เพิ่มเติม โดยตรวจไม่พบ สารเคมีกำจัดศัตรูพืช (Aldrin and Dieldrin, Chlordane, DDT, Endrin, Heptachlor) และสารปฏิชีวนะ (กลุ่ม Penicillin, Tetracycline)  ส่วนปริมาณ แอฟลาทอกซิน เอ็ม 1 (Aflatoxin M1) ผ่านตามเกณฑ์มาตรฐานตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 414)  พ.ศ. 2563 เรื่อง มาตรฐานอาหารที่มีสารปนเปื้อน ซึ่งกำหนดให้มีปริมาณแอฟลาทอกซินเอ็ม 1 สูงสุดได้ไม่เกิน 0.5 ไมโครกรัมต่อกิโลกรัม ทั้งนี้ สำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร ได้รับการยอมรับเป็นหน่วยงานหลักในการให้บริการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการด้านอาหารของประเทศที่ได้รับการรับรองความสามารถตามมาตรฐานสากล ISO/IEC 17025:2017

        ดังนั้น นมโคของไทยจึงปลอดภัย มีคุณค่าทางโภชนาการ มีสารอาหารครบถ้วน ไม่มีสารปนเปื้อนที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ สามารถบริโภคได้อย่างมั่นใจ โดยผู้บริโภคควรตรวจสอบความสมบูรณ์ของบรรจุภัณฑ์ ต้องไม่รั่วซึม ไม่บวม ไม่บุบ ไม่มีรอยฉีกขาด ไม่มีรอยรั่วบริเวณที่เจาะหลอด และพิจารณาฉลากที่แสดงข้างบรรจุภัณฑ์ก่อนการเลือกซื้อทุกครั้ง  ซึ่งจะระบุ ชนิดนม ส่วนประกอบ ผู้ผลิต เลขสารบบอาหาร ฉลากโภชนาการ เพื่อตรวจสอบให้ปลอดภัย มีคุณภาพตรงกับความต้องการบริโภค และมีประโยชน์เหมาะสมกับตนเองอย่างแท้จริง
       นอกจากนี้ในกรณีสงสัยว่าเป็นนมจากโคจริงหรือไม่ สามารถส่งตรวจเอกลักษณ์ความเป็นนมโคได้ด้วยการตรวจดีเอ็นเอของสัตว์ที่สงสัยประกอบกับสัตว์ที่ระบุในฉลาก ซึ่งปัจจุบันสำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร สามารถตรวจสอบดีเอ็นเอของโค แพะ แกะ ม้า ในอาหารด้วยวิธี Real-Time PCR โดยส่งตัวอย่างตรวจวิเคราะห์ได้ที่ศูนย์รวมบริการ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ทั่วประเทศ สอบถามรายละเอียดการส่งตัวอย่าง โทร. 0 2951 0000 หรือ 0 2589 9850-7 ต่อ 98150, 98152, 99968 มือถือ 0 98915 6809” ดร.นพ.สราวุฒิ กล่าว

***** 14 พฤศจิกายน 2568 *****

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202619061781836402244199274-7961.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผุดแอป “คัดแยกเห็ดไทย” สกัดป่วย-ตายจากเห็ดพิษ หลังพบผู้ป่วยทะลุ 1.2 หมื่นราย

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่าในแต่ละปีประเทศไทยจะมีผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจากการบริโภคเห็ดพิษอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค ตั้งแต่ปี 2565 – 2569 พบผู้ป่วยจากการบริโภคเห็ดพิษ จำนวน 12,000 กว่าราย โดยพบผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นทุกปี โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สาเหตุสำคัญเกิดจากการจำแนกเห็ดผิดชนิด ดังนั้นกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จึงร่วมกับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม พัฒนาแอปพลิเคชัน คัดแยกเห็ดขึ้น ภายใต้ชื่อ “คัดแยกเห็ดไทย” ซึ่งสามารถใช้งานได้ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android เพื่อช่วยประชาชนคัดกรองและจำแนกชนิดเห็ดพิษและเห็ดรับประทานได้ในเบื้องต้น

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202610061781088676226382230-7917.jpg
กรมวิทย์ฯ เปิดเวที GLLP Asia-Pacific 2026 เสริมศักยภาพผู้นำห้องปฏิบัติการนานาชาติ สร้างความมั่นคงสุขภาพโลก รับมือโรคอุบัติใหม่ ภายใต้แนวคิด One Health

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ กรมปศุสัตว์ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (U.S. CDC) องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และภาคีเครือข่ายนานาชาติ จัด "โครงการพัฒนาภาวะผู้นำห้องปฏิบัติการระดับโลก (Global Laboratory Leadership Program: GLLP) ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก รุ่นที่ 2 ประจำปี 2569" มุ่งพัฒนาศักยภาพผู้นำห้องปฏิบัติการด้านสาธารณสุข ภายใต้แนวคิด “One Health” เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางสุขภาพของประเทศและภูมิภาค พร้อมรับมือโรคอุบัติใหม่และภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขในอนาคต

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-883250146.jpg
กรมวิทย์ฯ ย้ำความพร้อมตรวจอีโบลา เดินหน้าฟื้นฟูห้องปฏิบัติการ DRA เสริมศักยภาพ โรงพยาบาลทั่วประเทศ

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นประธานเปิดการประชุม “พัฒนาศักยภาพห้องปฏิบัติการของประเทศ National LAB Network (NLN) : โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา : LAB ตรวจวินิจฉัย และ DRA” โดยมี นพ.พิเชฐ บัญญัติ พร้อมด้วย ดร.นพ.สุรเดชช ชวะเดช รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ดร.พิไลลักษณ์ อัคคไพบูลย์ โอกาดะ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการจากโรงพยาบาลภาครัฐและภาคเอกชน ร่วมประชุมออนไลน์กว่า 800 คน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-162618602.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมเครือข่ายห้องปฏิบัติการ RT-PCR เสริมความพร้อมรับมือโรคอุบัติใหม่–ไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัดนก ทั่วประเทศ

วันที่ 26 พฤษภาคม 2569 ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ “การยกระดับศักยภาพเครือข่ายห้องปฏิบัติการด้าน RT-PCR ในการวินิจฉัยไข้หวัดใหญ่และไข้หวัดนก ประจำปี 2569” ซึ่งจัดขึ้นทั้งในรูปแบบ On-site และ Online เพื่อพัฒนาความรู้ ทักษะการปฏิบัติงาน และเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างห้องปฏิบัติการทั่วประเทศให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น โดยมีนพ.พิเชฐ บัญญัติ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ บรรยายพิเศษในหัวข้อ “ทิศทางการเตรียมความพร้อมห้องปฏิบัติการต่อโรคอุบัติใหม่”

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์