กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เผยผลตรวจเฝ้าระวังอาหารที่นิยมรับประทานในช่วงเทศกาลกินเจ

โดย : ฝ่ายประชาสัมพันธ์
1,173
21 ตุลาคม 2568

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดย สำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร ได้มีการตรวจเฝ้าระวังอาหารที่นิยมรับประทานในช่วงเทศกาลกินเจอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี พ.ศ. 2568
โดยแบ่งอาหารเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ อาหารเลียนแบบเนื้อสัตว์ อาหารประเภทถั่วและผลิตภัณฑ์อาหารประเภทผลไม้และผักแปรรูปอาหารประเภทเส้น และผักผลไม้สด

ผลการตรวจวิเคราะห์พบว่าอาหารที่ไม่ได้มาตรฐานมีแนวโน้มลดลง ดังนี้
- อาหารเลียนแบบเนื้อสัตว์ เช่น เส้นหมี่เจ ปลาราดพริกเจ ปลาหมึกเจ กระเพาะปลาเจ หมูฝอยเจ เนื้อแผ่นเจจำนวน 27 ตัวอย่าง โดยเป็นตัวอย่างที่มีฉลาก จำนวน 25 ตัวอย่าง และไม่มีฉลาก 2 ตัวอย่างตรวจไม่พบดีเอ็นเอจำเพาะของเนื้อสัตว์ปะปนทุกตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 100 ซึ่งการแสดงฉลากอาหาร อ้างอิงตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 450) พ.ศ. 2567 เรื่อง การแสดงฉลากของอาหารในภาชนะบรรจุ

 

- อาหารประเภทถั่วและผลิตภัณฑ์ เช่น ฟองเต้าหู้ ฟองเต้าหู้แห้ง จำนวน 14 ตัวอย่าง ตรวจไม่พบกรดซอร์บิก และกรดเบนโซอิกทุกตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 100 พบปริมาณซัลเฟอร์ไดออกไซด์ 8 ตัวอย่างคิดเป็นร้อยละ 57 แต่ไม่เกินค่ามาตรฐานที่กำหนดปริมาณสูงสุดไว้ 300 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม

- อาหารประเภทผลไม้และผักแปรรูป เช่น เห็ดหอม เห็ดหูหนูขาว เห็ดหูหนูดำ ดอกไม้จีน และสาหร่าย จำนวน 114 ตัวอย่างตรวจพบปริมาณซัลเฟอร์ไดออกไซด์เกินมาตรฐานที่กำหนดให้ปริมาณสูงสุดไว้ 500 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมในเห็ดหูหนูขาว 3 ตัวอย่าง และดอกไม้จีน 1 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 4

- อาหารประเภทเส้น เช่น วุ้นเส้น เส้นหมี่ เส้นเล็ก เส้นใหญ่ และเส้นก๋วยจั๊บ จำนวน 44 ตัวอย่างตรวจพบปริมาณวัตถุกันเสีย ได้แก่ กรดซอร์บิกในเส้นเล็กและเส้นใหญ่ ชนิดละ 1 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 5 พบกรดเบนโซอิกในเส้นเล็กและเส้นก๋วยจั๊บ ชนิดละ1 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 2 พบซัลเฟอร์ไดออกไซด์

ในวุ้นเส้น จำนวน 2 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 8 สำหรับกรดซอร์บิกและกรดเบนโซอิก เป็นวัตถุกันเสียที่ใช้ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์อ้างอิงตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 444 (พ.ศ. 2566) เรื่องกำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข วิธีการใช้ และอัตราส่วนของวัตถุเจือปนอาหาร (ฉบับที่ 3)
 

- ผักและผลไม้สด เช่น กวางตุ้ง คะน้า แครอท ผักกาดขาว องุ่น ส้ม แอปเปิ้ล เชอร์รี่ จำนวน 120 ตัวอย่างตรวจพบสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชตกค้าง จำนวน 60 ตัวอย่างคิดเป็นร้อยละ 50 โดยพบเกินค่ามาตรฐานกำหนดจำนวน 32 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 27 อ้างอิงตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 460 (พ.ศ. 2568) เรื่องอาหารที่มีสารพิษตกค้าง และข้อกำหนดของคณะกรรมาธิการของโครงการมาตรฐานอาหาร เอฟ เอ โอ/ดับบลิว เอช โอ (Codex Alimentarius Commission, Joint FAO/WHO Food Standards Programme)

 

ดร.นพ.สราวุฒิ กล่าวต่ออีกว่าขอฝาก คำแนะนำสำหรับผู้บริโภคควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เติมธัญพืชต่างๆ ให้หลากหลายวัตถุดิบทดแทนเนื้อสัตว์ที่ทำจากแป้ง และอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ  สำหรับอาหารเจที่เลียนแบบเนื้อสัตว์ ผู้บริโภคหรือผู้ปรุงอาหารควรเลือกซื้อวัตถุดิบจากร้านที่มั่นใจและอาหารต้องมีฉลากระบุ สถานที่ผลิต วันเดือนปี เลขสารบบอาหารที่ชัดเจนเพราะถ้าแหล่งผลิตไม่ได้มาตรฐานบางครั้งอาจมีส่วนประกอบ เช่น ไข่ นมหรือเนื้อสัตว์ปนเปื้อน ส่วนผักและผลไม้สดควรล้างน้ำให้สะอาดก่อนรับประทาน เพื่อลดสารพิษตกค้างผักใบ เช่น คะน้า กวางตุ้งเปิดน้ำไหลผ่านแล้วค่อยๆคลี่ใบออกหากเป็นกะหล่ำปลีหรือผักกาดขาวให้หั่นหรือฉีกออกมาเป็นใบๆ เพื่อให้น้ำเข้าไปถึงซอกใบ ถูใบผักให้ทั่วแล้วทำซ้ำๆ เพื่อล้างทั้งสารพิษ ดิน และทราย ผักหัว เช่น แครอท หัวไชเท้า เปิดน้ำไหลผ่านและถูหัวผักให้ทั่วอย่างน้อย 2 นาที หรือถูจนกว่าสิ่งสกปรก เศษดิน เศษทรายจะออกจนหมดและอาหารประเภทเห็ดหูหนูขาว ดอกไม้จีน และอาหารเส้นมาล้างน้ำสะอาดและนำมาลวกหรือต้มในน้ำเดือด 2 นาที ก่อนนำไปปรุงอาหารช่วยลดปริมาณซัลเฟอร์ไดออกไซด์ได้

***** 21 ตุลาคม 2568 *****

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202619061781836402244199274-7961.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผุดแอป “คัดแยกเห็ดไทย” สกัดป่วย-ตายจากเห็ดพิษ หลังพบผู้ป่วยทะลุ 1.2 หมื่นราย

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่าในแต่ละปีประเทศไทยจะมีผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจากการบริโภคเห็ดพิษอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค ตั้งแต่ปี 2565 – 2569 พบผู้ป่วยจากการบริโภคเห็ดพิษ จำนวน 12,000 กว่าราย โดยพบผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นทุกปี โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สาเหตุสำคัญเกิดจากการจำแนกเห็ดผิดชนิด ดังนั้นกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จึงร่วมกับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม พัฒนาแอปพลิเคชัน คัดแยกเห็ดขึ้น ภายใต้ชื่อ “คัดแยกเห็ดไทย” ซึ่งสามารถใช้งานได้ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android เพื่อช่วยประชาชนคัดกรองและจำแนกชนิดเห็ดพิษและเห็ดรับประทานได้ในเบื้องต้น

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202610061781088676226382230-7917.jpg
กรมวิทย์ฯ เปิดเวที GLLP Asia-Pacific 2026 เสริมศักยภาพผู้นำห้องปฏิบัติการนานาชาติ สร้างความมั่นคงสุขภาพโลก รับมือโรคอุบัติใหม่ ภายใต้แนวคิด One Health

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ กรมปศุสัตว์ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (U.S. CDC) องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และภาคีเครือข่ายนานาชาติ จัด "โครงการพัฒนาภาวะผู้นำห้องปฏิบัติการระดับโลก (Global Laboratory Leadership Program: GLLP) ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก รุ่นที่ 2 ประจำปี 2569" มุ่งพัฒนาศักยภาพผู้นำห้องปฏิบัติการด้านสาธารณสุข ภายใต้แนวคิด “One Health” เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางสุขภาพของประเทศและภูมิภาค พร้อมรับมือโรคอุบัติใหม่และภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขในอนาคต

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-883250146.jpg
กรมวิทย์ฯ ย้ำความพร้อมตรวจอีโบลา เดินหน้าฟื้นฟูห้องปฏิบัติการ DRA เสริมศักยภาพ โรงพยาบาลทั่วประเทศ

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นประธานเปิดการประชุม “พัฒนาศักยภาพห้องปฏิบัติการของประเทศ National LAB Network (NLN) : โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา : LAB ตรวจวินิจฉัย และ DRA” โดยมี นพ.พิเชฐ บัญญัติ พร้อมด้วย ดร.นพ.สุรเดชช ชวะเดช รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ดร.พิไลลักษณ์ อัคคไพบูลย์ โอกาดะ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการจากโรงพยาบาลภาครัฐและภาคเอกชน ร่วมประชุมออนไลน์กว่า 800 คน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-162618602.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมเครือข่ายห้องปฏิบัติการ RT-PCR เสริมความพร้อมรับมือโรคอุบัติใหม่–ไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัดนก ทั่วประเทศ

วันที่ 26 พฤษภาคม 2569 ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ “การยกระดับศักยภาพเครือข่ายห้องปฏิบัติการด้าน RT-PCR ในการวินิจฉัยไข้หวัดใหญ่และไข้หวัดนก ประจำปี 2569” ซึ่งจัดขึ้นทั้งในรูปแบบ On-site และ Online เพื่อพัฒนาความรู้ ทักษะการปฏิบัติงาน และเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างห้องปฏิบัติการทั่วประเทศให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น โดยมีนพ.พิเชฐ บัญญัติ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ บรรยายพิเศษในหัวข้อ “ทิศทางการเตรียมความพร้อมห้องปฏิบัติการต่อโรคอุบัติใหม่”

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์