กรมควบคุมโรค-กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ขับเคลื่อนความร่วมมือด้านมาตรฐานเครื่องวัดปริมาณแอลกอฮอล์จากลมหายใจชนิดตรวจคัดกรอง (Screening) เพื่อความปลอดภัยของประชาชน

โดย : ฝ่ายประชาสัมพันธ์
932
14 สิงหาคม 2568
วันนี้ (14 สิงหาคม 2568) นายแพทย์สุทัศน์ โชตนะพันธ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค พร้อมด้วย นายแพทย์วัชรพงษ์ คําหล้า รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ นายแพทย์นิพนธ์ ชินานนท์เวช ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รักษาการในตำแหน่งนายแพทย์ทรงคุณวุฒิ (ด้านเวชกรรมป้องกัน) กรมควบคุมโรค นายธรรมรัตน์ บุญสูง ผู้อำนวยการสำนักรังสีและเครื่องมือแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และนายธัชวุฒิ จาดบันดิสถ์ นักวิจัย ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) แถลงข่าว “การขับเคลื่อนความร่วมมือด้านมาตรฐานเครื่องวัดปริมาณแอลกอฮอล์จากลมหายใจชนิดตรวจคัดกรอง (Screening) เพื่อความปลอดภัยของประชาชน” ณ ห้องประชุม 110 อาคาร 100 ปีการสาธารณสุขไทย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จังหวัดนนทบุรี
 
 
นายแพทย์สุทัศน์ โชตนะพันธ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในปัจจุบันการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยังคงเป็นปัญหาที่น่าเป็นห่วงก่อให้เกิดโรคเรื้อรังต่าง ๆมากกว่า 200 ชนิด ความรุนแรงในครอบครัว พฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ รวมถึงการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในประเทศไทยกรมควบคุมโรคได้ประสานความร่วมมือกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และเครือข่ายความร่วมมือหน่วยงานภายในกระทรวงสาธารณสุข ขับเคลื่อนงานควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หารือการใช้เครื่องมือประเมินอาการมึนเมา ที่ประชาชนหรือสถานประกอบการร้านค้าสามารถนำมาประเมินตนเองหรือผู้มาใช้บริการ โดยใช้เครื่องวัดปริมาณแอลกอฮอล์จากลมหายใจแบบกลั่นกรอง (Screening)ที่มีจำหน่ายในท้องตลาด เพื่อนำมาใช้เป็นอุปกรณ์ทางเลือกนำมาประเมินอาการมึนเมาสุราก่อนขับขี่ยานพาหนะบนท้องถนนโดยกำหนดแนวทาง ดังนี้
1. ดำเนินการออกข้อแนะนำ ให้ประชาชนสามารถตัดสินใจคัดเลือกซื้อเครื่องวัดปริมาณแอลกอฮอล์จากลมหายใจ ชนิดตรวจคัดกรอง (Screening) เพื่อประเมินอาการมึนเมาสุราเบื้องต้นของตนเอง โดยเฉพาะสถานบริการหรือสถานประกอบการที่มีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 
2. ให้สถานบริการหรือสถานประกอบการสามารถจัดหาเครื่องวัดปริมาณแอลกอฮอล์จากลมหายใจ ชนิดตรวจคัดกรอง (Screening) ไว้ให้บริการลูกค้าที่มาใช้บริการ เพื่อประเมินอาการมึนเมาสุราก่อนขับขี่ยานพาหนะบนท้องถนน
3. ประสานความร่วมมือให้มีการรับรองผลการทดสอบเครื่องวัดปริมาณแอลกอฮอล์หจากลมหายใจ ชนิดตรวจคัดกรอง (Screening)
ทั้งนี้ ขอเชิญชวนสถานประกอบการทุกแห่ง ตรวจคัดกรองนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการ และประชาชนที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกคนประเมินอาการมึนเมาเบื้องต้น โดยใช้เครื่องวัดปริมาณแอลกอฮอล์จากลมหายใจ ชนิดตรวจคัดกรอง (Screening) ก่อนขับขี่ยานพาหนะ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและลดพฤติกรรมการดื่มแล้วขับ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนมีความรับผิดชอบต่อส่วนรวม และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสังคมที่ปลอดภัย 
 
 
ด้าน นายแพทย์วัชรพงษ์ คําหล้า รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นหน่วยงานที่มีห้องปฏิบัติการอ้างอิงทางการแพทย์และสาธารณสุข มีการให้บริการตรวจวิเคราะห์ปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดที่ส่งจากโรงพยาบาล และให้บริการสอบเทียบเครื่องวัดแอลกอฮอล์ในเลือด โดยวิธีเป่าลมหายใจทั้งชนิดตรวจยืนยันผล (Evidential Breath Alcohol Analyzer) และชนิดตรวจคัดกรองเบื้องต้น (Screening) โดยสามารถส่งตรวจได้ที่สำนักรังสีและเครื่องมือแพทย์ และศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ในจังหวัดเชียงใหม่ ขอนแก่น นครราชสีมา อุบลราชธานี สงขลาชลบุรี และสระบุรี
 









 

 
ทั้งนี้ เครื่องวัดแอลกอฮอล์ในเลือดโดยวิธีเป่าลมหายใจทั้งชนิดตรวจยืนยันผลจะมีความแม่นยำสูง สามารถนำไปใช้ในการรับรองผลทางกฎหมายได้ และมีรอบระยะเวลาการสอบเทียบทุก 6 เดือน เมื่อผ่านการสอบเทียบจะมีใบรับรองผลการสอบเทียบและสติ๊กเกอร์ติดรับรองไว้ที่ตัวเครื่อง ส่วนเครื่องวัดปริมาณแอลกอฮอล์จากลมหายใจชนิดตรวจคัดกรอง เป็นอุปกรณ์ตรวจคัดกรองปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเบื้องต้น อาจมีความแม่นยำน้อยกว่าเครื่องชนิดตรวจยืนยันผล แต่ก็มีราคาที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายกว่า อย่างไรก็ตามเครื่องวัดปริมาณแอลกอฮอล์จากลมหายใจ ชนิดตรวจคัดกรองที่จำหน่ายในท้องตลาดมีความหลากหลาย ดังนั้น การเลือกใช้ควรพิจารณาตามลักษณะการใช้งาน ซึ่งกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มีความพร้อมในการให้การสนับสนุนทั้งในด้านข้อมูลเชิงวิชาการ การสอบเทียบเครื่องมือ และการให้บริการตรวจสอบคุณภาพเครื่องวัดดังกล่าว เพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่ปลอดภัย ห่างไกลจากอันตรายของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักรังสีและเครื่องมือแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โทรศัพท์ 0 2951 0000 ต่อ 99956, 99770
***14 สิงหาคม 2568***

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-283599668.jpg
จากห้องแล็บสู่ดอยสูง! กรมวิทย์ฯ ลุย ‘น่าน’ หนุนโมเดลต้นแบบพระราชดำริ ดันสมุนไพร-กาแฟไทยสู่สากล

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้รับเชิญจากสำนักงานองคมนตรี โดยพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี ประธานคณะกรรมการโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนตามพระราชดำริ เข้าร่วมการพัฒนาบ้านน้ำรีพัฒนา ตำบลขุนน่าน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน ซึ่งเป็นพื้นที่แห่งแรกที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ดำเนินโครงการฯ เพื่อช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่เขตชนบท ส่งเสริมคุณภาพชีวิต พัฒนาอัตลักษณ์ และอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น อันจะนำไปสู่การแก้ไขและพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202624071784896248755547611-8151.JPG
กรมวิทย์ฯ ร่วมกับมูลนิธิธาลัสซีเมียฯ ปิดประชุมวิชาการครั้งที่ 27 เดินหน้าประเทศไทยสู่เป้าหมาย “ปลอดโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงในประชากรรุ่นใหม่” ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับมูลนิธิโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียแห่งประเทศไทย และภาคีเครือข่าย ปิดฉากการประชุมสัมมนาวิชาการธาลัสซีเมียแห่งชาติ ครั้งที่ 27 ประจำปี 2569 พร้อมมอบรางวัลผลงานวิจัยและผลงานวิชาการดีเด่น ตอกย้ำความร่วมมือทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย “ปลอดโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงในประชากรรุ่นใหม่” ด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมห้องปฏิบัติการขั้นสูง

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-356276721.jpg
เด็กไทยเกิดใหม่ทุกคน รู้ผลธาลัสซีเมีย ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง รู้เร็ว รักษาเร็ว ลดความรุนแรง มุ่งสู่คนไทยรุ่นใหม่ปลอดโรคธาลัสซีเมีย

กระทรวงสาธารณสุข โดย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มูลนิธิโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียแห่งประเทศไทย และ ภาคีเครือข่าย ร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ “ประชากรรุ่นใหม่ปลอดโรคธาลัสซีเมีย” โดยมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีห้องปฏิบัติการขั้นสูง ตรวจวินิจฉัยโรคให้มีความแม่นยำสูงสุด สามารถระบุพาหะและตัวแปรพันธุกรรมที่ซับซ้อนเพื่อการรักษาได้อย่างตรงจุดแม่นยำนำเข้าสู่ระบบบริการและผลักดันให้เป็นสิทธิประโยชน์เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงได้ พร้อมเร่งยกระดับห้องปฏิบัติการเครือข่ายทั่วประเทศให้มีคุณภาพมาตรฐานและจัดทำฐานข้อมูลระดับประเทศ เพื่อใช้สนับสนุนการวางนโยบายเพื่อการป้องกันและควบคุมโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-361965682.jpg
กรมวิทย์ฯ จับมือ กทม. ยกระดับอสส.เมืองกรุง ใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น เสริมเกราะคุ้มครองผู้บริโภคนชุมชน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร ติวเข้มอาสาสมัครสาธารณสุขวิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชน (อสส.) และพี่เลี้ยงกว่า 200 ชีวิต ด้วยแนวคิด “บันได 3 ขั้น” ตั้งแต่การเรียนรู้ผ่านระบบดิจิทัล การฝึกใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น ไปจนถึงการลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริง โดยมีพยาบาลวิชาชีพและเภสัชกรคอยเป็นพี่เลี้ยงดูแลอย่างใกล้ชิด มุ่งสร้างอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อร่วมกันเป็นพลังสำคัญของเครือข่ายเฝ้าระวัง แจ้งเตือนภัย และส่งต่อความรู้ด้านสุขภาพในชุมชน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-594091221.jpg
กรมวิทย์ฯ ผนึก สกร. ปั้น “ครูนักวิทย์” 77 จังหวัด ส่งเสริมความรอบรู้วิทยาศาสตร์การแพทย์ สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังความปลอดภัยอาหารและสุขภาพในชุมชน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จับมือ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) กระทรวงศึกษาธิการ เดินหน้าพัฒนา “ครูนักวิทย์” รุ่นแรก 154 คน จาก 77 จังหวัด เสริมทักษะด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และการใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เยาวชนและประชาชน สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านอาหาร ผลิตภัณฑ์สุขภาพ สิ่งแวดล้อม และน้ำบริโภคในระดับชุมชน มุ่งยกระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพ ลดความเสี่ยง และสร้างสังคมที่ปลอดภัยด้วยหลักฐานเชิงวิทยาศาสตร์

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202609071783584009677387105-8075.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมมือ JICA ชูเทคโนโลยีถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม (WGS) ยกระดับระบบเฝ้าระวังวัณโรคเชิงรุก มุ่งยุติวัณโรคของไทย

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายยุติวัณโรคของประเทศไทย ด้วยการนำเทคโนโลยีจีโนมิกส์และการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม (Whole Genome Sequencing: WGS) เสริมศักยภาพระบบเฝ้าระวังและสอบสวนโรค เปลี่ยนจากการรอรับผู้ป่วยในโรงพยาบาลสู่การค้นหาเชิงรุก พร้อมยกระดับสู่ "ระบบข่าวกรองสาธารณสุขเชิงรุกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลจีโนม" เพื่อหยุดการแพร่ระบาดของวัณโรคและวัณโรคดื้อยาอย่างมีประสิทธิภาพ

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์