กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เสริมสร้างศักยภาพผู้นำห้องปฏิบัติการไทยและอาเซียน เพื่อพัฒนาระบบการตรวจจับเชื้อก่อโรคอุบัติใหม่ โรคจากสัตว์สู่คน ตอบสนองการควบคุมและป้องกันการระบาดของโรคอย่างทันท่วงที ภายได้แนวคิดสุขภาพหนึ่งเดียว

โดย : ฝ่ายประชาสัมพันธ์
948
8 สิงหาคม 2568

ดร.พิไลลักษณ์ อัคคไพบูลย์ โอกาดะ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับ Dr. Christine Ross ผู้อำนวยการศูนย์ความร่วมไทยสหรัฐฯ ด้านสาธารณสุข (ฝ่ายไทย) (Thailand MOPH-U.S.CDC Collaboration ; TUC) เปิดการอบรมผู้นำห้องปฏิบัติการ Global Laboratory Leadership Program (GLLP) รุ่นที่ 1 (ครั้งที่ 8) โดยมี ผู้ฝึกสอนซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ และมีผู้เข้าร่วมอบรม ประกอบด้วย ผู้เข้าร่วมโครงการ พี่เลี้ยงโครงการจาก 4 ประเทศ คือ ประเทศไทย มาเลเซีย กัมพูชา และอินโดนีเซีย ผู้ฝึกสอน คณะกรรมการด้านวิชาการโครงการ คณะทำงาน Partner ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ องค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย (WHO Thailand) องค์การอนามัยโลกประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (WHO SEARO) องค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐฯ (USAID) องค์การอนามัยสัตว์โลก (WOAH) เครือข่ายมหาวิทยาลัยสุขภาพหนึ่งเดียวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEAOHUN) เครือข่ายห้องปฏิบัติการระดับภูมิภาค (RPHL Network) จำนวน 80 คน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-8 สิงหาคม 2568 (รวมระยะเวลา 3 วัน) ณ ห้องประชุม 801 ชั้น 8 อาคาร 8 กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี และผ่านระบบออนไลน์ (Zoom meeting)
 


 

ดร.พิไลลักษณ์ กล่าวว่า สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้รับมอบหมายเป็นหน่วยงานเลขานุการในการดำเนินโครงการพัฒนาผู้นำห้องปฏิบัติการ Global Laboratory Leadership Program (GLLP) ร่วมกับหน่วยงานที่มีภารกิจด้านห้องปฏิบัติการสุขภาพคนและสุขภาพสัตว์ในประเทศไทย และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างผู้นำทางห้องปฏิบัติการให้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ สามารถผลักดันห้องปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุขของประเทศไทยและระดับภูมิภาคให้เป็นที่เชื่อมั่นในระดับชาติและนานาชาติ เพื่อตอบโต้ภัยคุกคาม ด้านสุขภาพ เช่น โรคอุบัติใหม่ และโรคจากสัตว์สู่คน ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนของระบบห้องปฏิบัติการสาธารณสุข ภายใต้แนวคิดสุขภาพหนึ่งเดียว (One Health) โดยหลักสูตรมีระยะเวลาจัดอบรมต่อเนื่องเป็นระยเวลา 2 ปี ระหว่างเดือนสิงหาคม 2566 ถึง สิงหาคม 2568 รวมจำนวน 8 ครั้ง และได้รับสนับสนุนงบประมาณจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (Centers for Disease Control and Prevention; CDC) ผ่านศูนย์ความร่วมมือไทย-สหรัฐ ด้านสาธารณสุข (U.S. CDC) (ด้านสุขภาพคน) และองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) (ด้านสุขภาพสัตว์) รวมถึงได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงาน Integrated Quality Laboratory Services (IQLS)







“การฝึกอบรมหลักสูตรผู้นำห้องปฏิบัติการอ้างอิงโปรแกรมฝึกอบรมระดับโลก (GLLP) ประกอบด้วย การฝึกอบรมทักษะที่จำเป็น 9 ด้าน ทำให้ผู้ที่ผ่านการอบรมหลักสูตรนี้ได้พัฒนาศักยภาพด้านผู้นำและการบริหารจัดการ ส่งผลให้ห้องปฏิบัติการทั้งด้านสุขภาพคนและสุขภาพสัตว์ทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความเข้มแข็ง โดยผู้ที่ผ่านหลักสูตรตามเกณฑ์โครงการจะได้รับมอบประกาศนียบัตรสำหรับผู้สำเร็จการอบรมหลักสูตรผู้นำห้องปฏิบัติการ นอกจากนี้ยังมีแผนการขยายขอบข่ายการพัฒนากำลังคนผู้นำห้องปฏิบัติการไปยังระดับมหาวิทยาลัย เพื่อพัฒนาศักยภาพห้องปฏิบัติการให้สามารถตอบโต้สถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างยั่งยืน” ดร.พิไลลักษณ์ กล่าว

***8 สิงหาคม 2568***

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202604111793775785162321256-8341.jpg
INFOGRAPHIC : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อ Listeria monocytogenes ในอาหาร

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-732911597.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อลิสเทอเรียในอาหาร เตือนเชื้อนี้เจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น แนะเก็บแยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-415055800.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงอย่างถูกต้อง ห้ามนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงเกินจริง ย้ำใบรายงานผลทดสอบไม่ใช่ใบรับรองผลิตภัณฑ์

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงและประชาสัมพันธ์อย่างถูกต้อง หลังพบการนำผลทดสอบไปเผยแพร่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ย้ำใบรายงานผลการทดสอบแต่ละฉบับรับรองผลเฉพาะตัวอย่างที่ได้รับเท่านั้น ไม่ใช่การรับรองผลิตภัณฑ์ ต้องไม่กล่าวอ้างเกินขอบเขตการทดสอบ หรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุ้มครองผู้บริโภค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-789496760.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ชู 5 นโยบายปี 2570 ยกระดับสุขภาพประชาชน ลดค่าใช้จ่ายระบบสาธารณสุข

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มุ่งใช้ศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนระบบสาธารณสุขของประเทศ ผ่าน 5 นโยบายสำคัญในปีงบประมาณ 2570 ยกระดับการป้องกันโรคและคุณภาพบริการสุขภาพ ตั้งแต่การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตรวจคัดกรองโรคแม่และเด็ก ไปจนถึงการจัดทำแนวทางการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทั้งการตรวจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และรังสีวินิจฉัยอย่างสมเหตุผล ตลอดจนสนับสนุนการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรด้านสุขภาพอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-163174526.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมตรวจ “กาฬโรค” รู้ผลใน 24 ชั่วโมง ย้ำยึดหลักตามมาตรฐานความปลอดภัยชีวนิรภัยระดับ 3

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะห้องปฏิบัติการอ้างอิงของประเทศ มีความพร้อมและศักยภาพด้านความปลอดภัยทางชีวภาพระดับ 3 (Biosafety Level 3: BSL-3) รองรับการตรวจวินิจฉัยเชื้อก่อโรคกาฬโรคได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคของประเทศ ย้ำกาฬโรคเป็นโรคติดเชื้อที่มีความรุนแรง การเก็บและนำส่งตัวอย่าง รวมถึงการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ จึงต้องดำเนินการอย่างถูกต้องและปลอดภัย

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์