กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ลงนามสัญญาการแบ่งปันข้อมูลการเฝ้าระวังเชื้อดื้อยาในประเทศไทย กับมูลนิธิเพื่อการพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ เพื่อควบคุมการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างเหมาะสม

โดย : ฝ่ายประชาสัมพันธ์
1,665
4 สิงหาคม 2568

นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมด้วย ดร.นายแพทย์วิโรจน์ ตั้งเจริญเสถียร ที่ปรึกษามูลนิธิเพื่อการพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ ลงนามสัญญาการแบ่งปันข้อมูลร่วมกัน (Data Sharing Agreement) เพื่อแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับการเฝ้าระวังเชื้อดื้อยาในประเทศไทย สนับสนุนการจัดทำข้อมูลประมาณการ การเสียชีวิตจากเชื้อดื้อยาให้มีความถูกต้อง เชื่อถือได้ และสามารถนำไปใช้ประโยชน์เชิงนโยบาย โดยเฉพาะการควบคุมการใช้ยาต้านจุลชีพ โดยมีนายแพทย์พิเชฐ บัญญัติ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ในฐานะผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับกรม ระดับสูง ดร.พิไลลักษณ์ อัคคไพบูลย์ โอกาดะ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จากทั้งสองหน่วยงานร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ห้องประชุม 110 อาคาร 100 ปีการสาธารณสุขไทย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2568

 


 

นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ เปิดเผยว่า เชื้อดื้อยา เป็นหนึ่งในภัยเงียบที่ท้าทายระบบสาธารณสุขทั่วโลก และมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากปราศจากมาตรการรับมืออย่างจริงจัง รายงานจากหลายประเทศชี้ว่า เชื้อดื้อยาเป็นสาเหตุการเสียชีวิตหลายล้านรายทั่วโลกในแต่ละปี และยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาล รวมถึงความเชื่อมั่นในระบบสุขภาพของประเทศ ประเทศไทยเองได้บรรจุปัญหาเชื้อดื้อยาไว้ในวาระด้านความมั่นคงทางสุขภาพ ได้จัดทำนโยบายระดับชาติและแผนยุทธศาสตร์ระดับชาติในการควบคุมเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพมาอย่างต่อเนื่อง  การที่จะดำเนินการเชิงนโยบายให้ได้ผล จำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องมีข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือ ครบถ้วน และเชื่อมโยงกันได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้อมูลการเสียชีวิตจากเชื้อดื้อยา ซึ่งต้องอาศัยการบูรณาการข้อมูลจากหลากหลายแหล่ง ตั้งแต่ข้อมูลจากโรงพยาบาล ห้องปฏิบัติการ ระบบทะเบียนราษฎร ไปจนถึงข้อมูลระบาดวิทยา ซึ่งสถานการณ์ดื้อยาในปัจจุบัน พบว่าเชื้อมีการดื้อยาเพิ่มสูงขึ้นมาก เช่น พบเชื้อ Acinetobacter baumannii ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคฉวยโอกาสที่มักทำให้เกิดโรคปอดอักเสบ ติดเชื้อในกระแสเลือด ดื้อยากลุ่ม Carbapenems เพิ่มขึ้นจาก 14.4% ในปี 2543 ขึ้นมาสูงถึง 75.3% ในปี 2567 และเชื้อ Klebseilla pneumoniae ซึ่งเป็นเชื้อดื้อยาที่ทำให้เกิดปอดอักเสบ โรคติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ ดื้อยากลุ่ม Carbapenems เพิ่มขึ้นจาก 0.4% ในปี 2543 ขึ้นมาเป็น 21.1% ในปี 2567 เป็นต้น

 






นายแพทย์ยงยศ กล่าวต่ออีกว่า สำหรับระบบข้อมูลการเฝ้าระวังเชื้อดื้อยาในประเทศไทย เริ่มต้นโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลการตรวจเชื้อดื้อยาจากโรงพยาบาล เพื่อจัดทำแบบแผนความไวต่อยาและแนวโน้มการดื้อยาให้กับโรงพยาบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้ประโยชน์ ต่อมาได้พัฒนาระบบฐานข้อมูลสารสนเทศเชื้อดื้อยาทางห้องปฏิบัติการ Antimicrobial Resistance Laboratory Information Surveillance System (ALISS) เพื่อพัฒนามาตรฐานในการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลเชื้อดื้อยาอย่างเป็นระบบ สามารถจัดทำแนวโน้มเชื้อดื้อยาระดับเขตสุขภาพและระดับประเทศ เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบาย
ในการควบคุมการใช้ยาต้านจุลชีพอย่างเหมาะสม ตลอดจนเชื่อมโยงกับระบบฐานข้อมูลขององค์การอนามัยโลก เพื่อนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาระบบเฝ้าระวังเชื้อดื้อยาระดับโลกต่อไป

 



 




การลงนามในครั้งนี้ เป็นจุดเริ่มต้นของกลไกความร่วมมือที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เป็นการสร้างระบบแบ่งปันข้อมูลที่มีมาตรฐานทางวิชาการ คำนึงถึงความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล และสามารถใช้ประโยชน์ได้ทั้งในระดับนโยบาย ระดับปฏิบัติการ เช่น การเฝ้าระวังเชื้อดื้อยาในพื้นที่ต่าง ๆ ตลอดจนรายงานต่อองค์กรระหว่างประเทศ เช่น องค์การอนามัยโลก หรือ องค์การสหประชาชาติ

***4 สิงหาคม 2568***

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202604111793775785162321256-8341.jpg
INFOGRAPHIC : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อ Listeria monocytogenes ในอาหาร

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-732911597.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อลิสเทอเรียในอาหาร เตือนเชื้อนี้เจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น แนะเก็บแยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-415055800.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงอย่างถูกต้อง ห้ามนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงเกินจริง ย้ำใบรายงานผลทดสอบไม่ใช่ใบรับรองผลิตภัณฑ์

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงและประชาสัมพันธ์อย่างถูกต้อง หลังพบการนำผลทดสอบไปเผยแพร่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ย้ำใบรายงานผลการทดสอบแต่ละฉบับรับรองผลเฉพาะตัวอย่างที่ได้รับเท่านั้น ไม่ใช่การรับรองผลิตภัณฑ์ ต้องไม่กล่าวอ้างเกินขอบเขตการทดสอบ หรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุ้มครองผู้บริโภค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-789496760.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ชู 5 นโยบายปี 2570 ยกระดับสุขภาพประชาชน ลดค่าใช้จ่ายระบบสาธารณสุข

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มุ่งใช้ศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนระบบสาธารณสุขของประเทศ ผ่าน 5 นโยบายสำคัญในปีงบประมาณ 2570 ยกระดับการป้องกันโรคและคุณภาพบริการสุขภาพ ตั้งแต่การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตรวจคัดกรองโรคแม่และเด็ก ไปจนถึงการจัดทำแนวทางการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทั้งการตรวจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และรังสีวินิจฉัยอย่างสมเหตุผล ตลอดจนสนับสนุนการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรด้านสุขภาพอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-163174526.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมตรวจ “กาฬโรค” รู้ผลใน 24 ชั่วโมง ย้ำยึดหลักตามมาตรฐานความปลอดภัยชีวนิรภัยระดับ 3

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะห้องปฏิบัติการอ้างอิงของประเทศ มีความพร้อมและศักยภาพด้านความปลอดภัยทางชีวภาพระดับ 3 (Biosafety Level 3: BSL-3) รองรับการตรวจวินิจฉัยเชื้อก่อโรคกาฬโรคได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคของประเทศ ย้ำกาฬโรคเป็นโรคติดเชื้อที่มีความรุนแรง การเก็บและนำส่งตัวอย่าง รวมถึงการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ จึงต้องดำเนินการอย่างถูกต้องและปลอดภัย

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์