"สมศักดิ์” เปิดเวทีกำหนดทิศทางนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ฯ ยกระดับเศรษฐกิจสุขภาพ ลดการนำเข้า เพิ่มมูลค่านวัตกรรมไทย สร้างรายได้ให้ประเทศ

โดย : ฝ่ายประชาสัมพันธ์
1,842
29 กรกฎาคม 2568

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเวทีการประชุมกำหนดทิศทางนวัตกรรมและเทคโนโลยีแบบมีส่วนร่วมของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ หนุนลดการนำเข้า เพิ่มมูลค่านวัตกรรมในประเทศ เผยนวัตกรรมที่คิดค้นขึ้นในรอบ 4 ปี (2565-2568) สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจไทยแล้วกว่า 362 ล้านบาท พร้อมร่วมเป็นสักขีพยานพิธีลงนามสัญญาการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตสารสกัดจากใบกระท่อม สู่ภาคเอกชน ยกระดับอุตสาหกรรมสมุนไพรไทยในตลาดโลก สร้างรายได้ให้เกษตรกร

 

วันนี้ (29 กรกฎาคม 2568) ที่ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดการประชุมกำหนดทิศทางนวัตกรรมและเทคโนโลยีแบบมีส่วนร่วมของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ประจำปี 2568 พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการผลงานวิจัย และเป็นสักขีพยานการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตสารสกัด 7-ไฮดรอกซีไมทราไจนีน และเทคโนโลยีกรรมวิธีการผลิต สารสกัดจากใบกระท่อม ที่มีสารไมทราไจนีนความเข้มข้นสูง สู่ภาคเอกชน เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมสมุนไพรไทยในตลาดโลก หนุนโมเดลเศรษฐกิจ BCG ไทย สร้างรายได้ให้เกษตรกร โดยมี นพ.ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (TCELS) สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) และผู้แทนภาคีเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน เข้าร่วม

 






 

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล ด้านการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม ควบคู่กับการยกระดับระบบสาธารณสุขให้เข้มแข็งและยั่งยืน และสร้างความเชื่อมั่นในระบบสุขภาพของประเทศ ที่ผ่านมามีผลการดำเนินการที่เป็นรูปธรรม เช่น การพัฒนาชุดตรวจวินิจฉัยโรคโควิด 19 และฝีดาษลิง ช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าและแก้ปัญหาโรคระบาดได้อย่างทันท่วงที การยกระดับห้องปฏิบัติการเพื่อรองรับการตรวจคุณภาพยาชีววัตถุและเซลล์บำบัด ซึ่งเป็นความหวังใหม่ในการรักษาโรคมะเร็งและโรคหายาก การทดสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์สุขภาพ อาหาร ยา และสมุนไพร เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน และสนับสนุนผู้ประกอบการให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล การวิจัยและพัฒนาเพื่อสนับสนุนการใช้ประโยชน์จากกระท่อมไทย ศึกษาปริมาณสารสำคัญไมทราไจนีน ควบคู่การพัฒนาสารสกัดที่ได้มาตรฐาน เพื่อเพิ่มมูลค่าการส่งออกพืชสมุนไพร การตรวจวิเคราะห์คุณค่าทางโภชนาการของอาหาร และคุณภาพข้าว ซึ่งมีความสำคัญต่อสุขภาพและสร้างความเชื่อมั่นในตลาดส่งออก การประชุมในครั้งนี้จึงเป็นการช่วยยกระดับนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบสุขภาพ สร้างเศรษฐกิจ และยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนได้อย่างยั่งยืนต่อไป

 

ด้าน นพ.ยงยศ กล่าวว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้วิจัยคิดค้นนวัตกรรมเพื่อผลักดันนโยบายรัฐบาล มุ่งเน้น 7 ด้าน ได้แก่ 1.พัฒนาศักยภาพการบริการตรวจวินิจฉัยโรคของประเทศไทย มีนวัตกรรมการตรวจวินิจฉัยโรคที่เข้าถึงง่าย รวดเร็ว 2.เสริมสร้างความเข้มแข็งผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูงของประเทศ 3.พัฒนาศูนย์ทดสอบมาตรฐานเครื่องมือแพทย์ระดับชาติแบบครบวงจร 4.ทดสอบความชำนาญห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และสาธารณสุขของประเทศ 5.สนับสนุนและพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมอาหารใหม่ของประเทศไทย 6.ยกระดับสมุนไพรสู่ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพระดับสากล และ 7.สนับสนุนเส้นทางการท่องเที่ยวสุขภาพแบบครบวงจร ซึ่งที่ผ่านมาได้ผลักดันนวัตกรรมไปแล้วกว่า 73 ผลิตภัณฑ์ ถ่ายทอดสู่ภาคเอกชนแล้ว 37 ผลิตภัณฑ์ และยังมีอีก 36 ผลิตภัณฑ์ เช่น ชุดตรวจ NAT2 diplotype ด้วยเทคนิค real-time PCR ชุดตรวจการติดเชื้อวัณโรคหลักการ IGRA เทคโนโลยีการผลิตสารสกัดกระท่อม ที่พร้อมถ่ายทอดสู่ภาคเอกชนตลอดจนหน่วยงานที่สนใจนำไปต่อยอดทางธุรกิจ โดยระหว่างปี 2565-2568 นวัตกรรมที่กรมฯ คิดค้นพัฒนา ได้สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ประเทศแล้วกว่า 362 ล้านบาท ลดการนำเข้าชุดตรวจ เช่น ชุดตรวจยีนแพ้ยา 4.2 ล้านบาทต่อปี ชุดตรวจ TB LAMP 2.7 ล้านบาทต่อปี เป็นต้น

***29 กรกฎาคม 2568***

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202604111793775785162321256-8341.jpg
INFOGRAPHIC : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อ Listeria monocytogenes ในอาหาร

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-732911597.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อลิสเทอเรียในอาหาร เตือนเชื้อนี้เจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น แนะเก็บแยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-415055800.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงอย่างถูกต้อง ห้ามนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงเกินจริง ย้ำใบรายงานผลทดสอบไม่ใช่ใบรับรองผลิตภัณฑ์

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงและประชาสัมพันธ์อย่างถูกต้อง หลังพบการนำผลทดสอบไปเผยแพร่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ย้ำใบรายงานผลการทดสอบแต่ละฉบับรับรองผลเฉพาะตัวอย่างที่ได้รับเท่านั้น ไม่ใช่การรับรองผลิตภัณฑ์ ต้องไม่กล่าวอ้างเกินขอบเขตการทดสอบ หรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุ้มครองผู้บริโภค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-789496760.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ชู 5 นโยบายปี 2570 ยกระดับสุขภาพประชาชน ลดค่าใช้จ่ายระบบสาธารณสุข

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มุ่งใช้ศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนระบบสาธารณสุขของประเทศ ผ่าน 5 นโยบายสำคัญในปีงบประมาณ 2570 ยกระดับการป้องกันโรคและคุณภาพบริการสุขภาพ ตั้งแต่การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตรวจคัดกรองโรคแม่และเด็ก ไปจนถึงการจัดทำแนวทางการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทั้งการตรวจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และรังสีวินิจฉัยอย่างสมเหตุผล ตลอดจนสนับสนุนการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรด้านสุขภาพอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-163174526.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมตรวจ “กาฬโรค” รู้ผลใน 24 ชั่วโมง ย้ำยึดหลักตามมาตรฐานความปลอดภัยชีวนิรภัยระดับ 3

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะห้องปฏิบัติการอ้างอิงของประเทศ มีความพร้อมและศักยภาพด้านความปลอดภัยทางชีวภาพระดับ 3 (Biosafety Level 3: BSL-3) รองรับการตรวจวินิจฉัยเชื้อก่อโรคกาฬโรคได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคของประเทศ ย้ำกาฬโรคเป็นโรคติดเชื้อที่มีความรุนแรง การเก็บและนำส่งตัวอย่าง รวมถึงการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ จึงต้องดำเนินการอย่างถูกต้องและปลอดภัย

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์