ศวก.ที่ 12 สงขลา จัดประชุมสัมมนาผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ประจำปี 2568 เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น ชูผลงานวิจัย “กระท่อม”

โดย : ฝ่ายประชาสัมพันธ์
765
25 กรกฎาคม 2568

ศวก.ที่ 12 สงขลา จัดประชุมสัมมนาผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ประจำปี 2568 เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น ชูผลงานวิจัย “กระท่อม” 

เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2568 ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 12 สงขลา (ศวก.ที่ 12 สงขลา) จัด “ประชุมสัมมนาผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 12 สงขลา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568” ขึ้น เพื่อเป็นเวทีสำคัญในการนำเสนอผลการดำเนินงาน แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และรับฟังข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรง โดยได้รับเกียรติจาก นายแพทย์บัลลังก์ อุปพงษ์ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นประธานในพิธี และ นายอัศวชัย ช่วยพรหม ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 12 สงขลา เป็นผู้กล่าวรายงาน ท่ามกลางผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 100 คน จากหน่วยงานสาธารณสุข ภาครัฐ เอกชน และแขกผู้มีเกียรติ อาทิ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสงขลา และตัวแทนจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)

นายแพทย์บัลลังก์ อุปพงษ์ ได้กล่าวเปิดงานโดยเน้นย้ำถึงบทบาทของศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ในฐานะหน่วยงานสำคัญที่ดูแลการคุ้มครองผู้บริโภคและชันสูตรโรค โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังสถานการณ์โควิด-19 กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้มุ่งพัฒนาห้องปฏิบัติการเพื่อรองรับเทคนิคชีวโมเลกุลขั้นสูง สำหรับการตรวจคัดกรองโรคที่มีความแม่นยำสูง เช่น มะเร็งปากมดลูก วัณโรค ธาลัสซีเมีย และมะเร็งเต้านม "การรับฟังความต้องการของผู้ใช้บริการทั้งจากภาครัฐและเอกชน คือหัวใจสำคัญที่จะนำไปสู่การปรับปรุงและพัฒนางานบริการที่ยั่งยืน ช่วยลดค่าใช้จ่าย และสร้างความมั่นคงทางสุขภาพให้กับประชาชน

ไฮไลต์สำคัญของการประชุม คือการบรรยายเรื่อง “ผลงานเด่นและนวัตกรรมกระท่อม” โดย ดร.วีระชัย พิพัฒน์รัตนเสรี เภสัชกรชำนาญการพิเศษ ซึ่งได้นำเสนอผลสำเร็จของ ศวก.ที่ 12 สงขลา ในการวิจัยและพัฒนาพืชกระท่อมอย่างครบวงจร ตั้งแต่การพัฒนาวิธีการสกัดสารสำคัญ (Mitragynine และ 7-hydroxymitragynine) ที่สามารถต่อยอดในระดับอุตสาหกรรมและสร้างมูลค่าเพิ่มให้เกษตรกรได้ถึงปีละประมาณ 50,000 บาทต่อไร่ ไปจนถึงการพัฒนาศักยภาพห้องปฏิบัติการให้สามารถตรวจวิเคราะห์สารสำคัญ Mitragynine ในพืชสด สารสกัด และในผลิตภัณฑ์สุขภาพต่างๆ และที่สำคัญคือการพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากสารสกัดกระท่อมที่มีฤทธิ์ลดริ้วรอย ต้านการอักเสบ และมีแผนจะพัฒนาเป็นยาใหม่ในอนาคต

นอกจากนี้ นางปาณิศา เชาวนะกิจ รองผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 12 สงขลา ได้นำเสนอภาพรวมการให้บริการของศูนย์ฯ และแนวทางการปรับปรุงบริการ เช่น การลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการส่งตรวจ การเปิดบริการใหม่ และการส่งเสริมการใช้ระบบ iLabPlus เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการเข้าถึงผลตรวจ พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงความน่าเชื่อถือของผลการตรวจที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานระดับสากล และให้ผู้เข้าร่วมประชุมร่วมกันให้ข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนา

ศูนย์ฯ ยังได้นำเสนอแนวทางบริการเพื่อสาธารณประโยชน์ เช่น การตรวจวิเคราะห์โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ประสบอุทกภัย และโครงการร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ อาทิ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เพื่อสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP และ SMEs

การประชุมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 12 สงขลา ในการเป็นองค์กรที่ไม่หยุดนิ่ง พร้อมรับฟังเสียงจากทุกภาคส่วน เพื่อนำมาพัฒนานวัตกรรมและยกระดับการบริการให้ทันต่อสถานการณ์ และตอบสนองต่อความต้องการด้านสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ได้อย่างแท้จริง

25 กรกฎาคม 2568

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202604111793775785162321256-8341.jpg
INFOGRAPHIC : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อ Listeria monocytogenes ในอาหาร

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-732911597.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อลิสเทอเรียในอาหาร เตือนเชื้อนี้เจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น แนะเก็บแยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-415055800.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงอย่างถูกต้อง ห้ามนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงเกินจริง ย้ำใบรายงานผลทดสอบไม่ใช่ใบรับรองผลิตภัณฑ์

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงและประชาสัมพันธ์อย่างถูกต้อง หลังพบการนำผลทดสอบไปเผยแพร่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ย้ำใบรายงานผลการทดสอบแต่ละฉบับรับรองผลเฉพาะตัวอย่างที่ได้รับเท่านั้น ไม่ใช่การรับรองผลิตภัณฑ์ ต้องไม่กล่าวอ้างเกินขอบเขตการทดสอบ หรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุ้มครองผู้บริโภค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-789496760.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ชู 5 นโยบายปี 2570 ยกระดับสุขภาพประชาชน ลดค่าใช้จ่ายระบบสาธารณสุข

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มุ่งใช้ศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนระบบสาธารณสุขของประเทศ ผ่าน 5 นโยบายสำคัญในปีงบประมาณ 2570 ยกระดับการป้องกันโรคและคุณภาพบริการสุขภาพ ตั้งแต่การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตรวจคัดกรองโรคแม่และเด็ก ไปจนถึงการจัดทำแนวทางการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทั้งการตรวจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และรังสีวินิจฉัยอย่างสมเหตุผล ตลอดจนสนับสนุนการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรด้านสุขภาพอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-163174526.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมตรวจ “กาฬโรค” รู้ผลใน 24 ชั่วโมง ย้ำยึดหลักตามมาตรฐานความปลอดภัยชีวนิรภัยระดับ 3

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะห้องปฏิบัติการอ้างอิงของประเทศ มีความพร้อมและศักยภาพด้านความปลอดภัยทางชีวภาพระดับ 3 (Biosafety Level 3: BSL-3) รองรับการตรวจวินิจฉัยเชื้อก่อโรคกาฬโรคได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคของประเทศ ย้ำกาฬโรคเป็นโรคติดเชื้อที่มีความรุนแรง การเก็บและนำส่งตัวอย่าง รวมถึงการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ จึงต้องดำเนินการอย่างถูกต้องและปลอดภัย

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์