กรมวิทย์ฯ เสริมคมบุคลากรทางการแพทย์ พัฒนาสมรรถนะแล็บเครือข่าย เตรียมพร้อมรองรับเชื้อดื้อยาอุบัติใหม่

โดย : ฝ่ายประชาสัมพันธ์
4,723
12 มีนาคม 2568

 

 นายแพทย์บัลลังก์ อุปพงษ์ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า ปัญหาเชื้อแบคทีเรียก่อโรคในคนมีแนวโน้มดื้อยาต้านจุลชีพอย่างต่อเนื่อง หรือที่เรียกว่าเชื้อดื้อยา (Antimicrobial Resistance; AMR) ส่งผลให้โรคติดต่อต่างๆ ที่เคยควบคุมได้กลับมาระบาด ทำให้มีค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคติดเชื้อเพิ่มขึ้น  สาเหตุสำคัญเกิดจากการใช้ยาต้านจุลชีพอย่างไม่เหมาะสม โดยการดื้อยาต้านจุลชีพเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิต ในปี 2562 มีผู้เสียชีวิต 4.95 ล้านคนที่เกี่ยวข้องกับการดื้อยาต้านจุลชีพ โดย 1.27 ล้านคนเสียชีวิตโดยตรงจากการติดเชื้อแบคทีเรียดื้อยา ซึ่งร้อยละ 20 เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี หากไม่มีการจัดการที่จริงจัง คาดว่าการดื้อยาต้าน จุลชีพจะทำให้อายุขัยเฉลี่ยของประชากรโลกลดลง 1.8 ปีภายในปี 2568 และจำนวนผู้เสียชีวิตสะสมระหว่างปี 2568 – 2593 อาจสูงถึง 39 ล้านคน

 




สำหรับประเทศไทย งานวิจัยจากวารสารการวิจัยระบบสาธารณสุข เผยให้เห็นถึงสถานการณ์การดื้อยาต้านจุลชีพที่น่ากังวล โดยในปี 2553 มีรายงานว่าประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพประมาณ 88,000 คนต่อปี และในจำนวนนี้มีผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อดื้อยาสูงถึง 38,000 คน ส่งผลให้ผู้ป่วยต้องนอนโรงพยาบาลนานขึ้น 3.24 ล้านวันต่อปี คิดเป็นความสูญเสียทางเศรษฐกิจประมาณ 40,000 ล้านบาทต่อปี สถานการณ์เชื้อดื้อยาต้าน จุลชีพและการใช้ยาต้านจุลชีพในมนุษย์ พบว่าเชื้อ CRAB (Carbapenem-resistant Acinetobacter baumannii) เป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตในโรงพยาบาล โดยในปี 2564 มีอัตราการดื้อยาสูงถึงร้อยละ 75.8 และ เชื้อ CRE (Carbapenem-resistant Enterobacteriaceae) เป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตเช่นกัน โดยระหว่างปี 2560-2564 อัตราการดื้อยาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากร้อยละ 9.2 เป็นร้อยละ 15.2 

 




นายแพทย์บัลลังก์ ได้เน้นย้ำอีกว่า การตรวจวินิจฉัยเชื้อทางห้องปฏิบัติการเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคจากเชื้อดื้อยา ดังนั้น กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข จึงจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “การพัฒนาสมรรถนะห้องปฏิบัติการเครือข่ายและระบบเฝ้าระวังเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพ” เพื่อพัฒนาสมรรถนะด้านการตรวจวินิจฉัยเชื้อดื้อยาของห้องปฏิบัติการจุลชีววิทยาคลินิก ทบทวนความรู้เรื่องเชื้อดื้อยาให้เป็นปัจจุบัน ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้แพทย์นำข้อมูลไปใช้วางแผนการรักษาโรค และสนับสนุนกิจกรรมการป้องกันและควบคุมเชื้อดื้อยา รวมทั้งการใช้ยาอย่างเหมาะสม ชี้แจงรายละเอียดในแผนปฏิบัติการด้านการดื้อยาต้านจุลชีพแห่งชาติ ฉบับที่ 2 พ.ศ.2570 ตลอดจนระบบการเฝ้าระวังเชื้อดื้อยาแบบบูรณาการภายใต้แนวคิดสุขภาพหนึ่งเดียว โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรจากหลายสถาบัน ประกอบด้วย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กรมควบคุมโรค สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข และวิทยากรจากมหาวิทยาลัย โดยผู้เข้ารับการอบรมประกอบด้วยนักเทคนิคการแพทย์ นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ และเจ้าพนักงานวิทยาศาสตร์การแพทย์จากโรงพยาบาลและศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ เมื่อวันที่ 3-5 มีนาคม 2568 อบรมทั้งออนไซต์และออนไลน์กว่า 300 คน เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการเฝ้าระวังเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพของประเทศไทย
 

 

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202604111793775785162321256-8341.jpg
INFOGRAPHIC : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อ Listeria monocytogenes ในอาหาร

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-732911597.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อลิสเทอเรียในอาหาร เตือนเชื้อนี้เจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น แนะเก็บแยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-415055800.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงอย่างถูกต้อง ห้ามนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงเกินจริง ย้ำใบรายงานผลทดสอบไม่ใช่ใบรับรองผลิตภัณฑ์

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงและประชาสัมพันธ์อย่างถูกต้อง หลังพบการนำผลทดสอบไปเผยแพร่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ย้ำใบรายงานผลการทดสอบแต่ละฉบับรับรองผลเฉพาะตัวอย่างที่ได้รับเท่านั้น ไม่ใช่การรับรองผลิตภัณฑ์ ต้องไม่กล่าวอ้างเกินขอบเขตการทดสอบ หรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุ้มครองผู้บริโภค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-789496760.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ชู 5 นโยบายปี 2570 ยกระดับสุขภาพประชาชน ลดค่าใช้จ่ายระบบสาธารณสุข

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มุ่งใช้ศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนระบบสาธารณสุขของประเทศ ผ่าน 5 นโยบายสำคัญในปีงบประมาณ 2570 ยกระดับการป้องกันโรคและคุณภาพบริการสุขภาพ ตั้งแต่การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตรวจคัดกรองโรคแม่และเด็ก ไปจนถึงการจัดทำแนวทางการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทั้งการตรวจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และรังสีวินิจฉัยอย่างสมเหตุผล ตลอดจนสนับสนุนการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรด้านสุขภาพอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-163174526.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมตรวจ “กาฬโรค” รู้ผลใน 24 ชั่วโมง ย้ำยึดหลักตามมาตรฐานความปลอดภัยชีวนิรภัยระดับ 3

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะห้องปฏิบัติการอ้างอิงของประเทศ มีความพร้อมและศักยภาพด้านความปลอดภัยทางชีวภาพระดับ 3 (Biosafety Level 3: BSL-3) รองรับการตรวจวินิจฉัยเชื้อก่อโรคกาฬโรคได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคของประเทศ ย้ำกาฬโรคเป็นโรคติดเชื้อที่มีความรุนแรง การเก็บและนำส่งตัวอย่าง รวมถึงการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ จึงต้องดำเนินการอย่างถูกต้องและปลอดภัย

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์